รีวิว Bookmark Light ที่คั้นหนังสือที่กำเนิดไฟได้เอง อ่านหนังสือในที่มึดได้แบบไม่ต้องง้อแสงไฟ

 

   ศัตรูของคนที่ชอบอ่านหนังสือมากเลยก็คือ การที่ต้องอ่านหนังสือในที่มึดแล้วมองไม่เห็น ถ้าแสงไฟไม่เพียงพอก็เสียสายตาอีก แต่ใน gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวใหม่ที่เว็บไซต์ 108plaza ของเราจะนำมาพรีวิวกันในครั้งนี้ เป็นตัวช่วยสำคัญของคนที่ชอบอ่านหนังสือมากเลยทีเดียวนะครับ แต่จะเป็นอะไร ไปติดตามกันเลย

   ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้มันคือที่คั้นหนังสือนั้นเอง ปกติเคยใช่กันหรือไม่ครับ สำหรับที่คั้นหนังสือ แต่ gadget ตัวนี้มันไม่ใช่ที่คั้นหนังสือแบบธรรมดาทั่วไป แต่จะเรียกว่าเป็นที่คั้นหนังสือแบบอัจฉริยะก็ว่าได้ เพราะนี่มันคือ ที่คั้นหนังสือที่ให้แสงสว่างในตัวเอง แบบเป็นแหล่งกำเนิดแสงไฟที่จะช่วยให้คุณอ่านหนังสือในที่มึดได้ด้วย แบบไม่ต้องไปง้อกระแสไฟฟ้าด้วย สามารถกำเนิดแสงไฟได้ด้วยตัวเอง ถ้าเราดูแค่ภายนอกนั้น ก็ต้องบอกว่ามันคงเป็นได้แค่ที่คั้นหนังสือธรรมดาๆ ทั่วไปเท่านั้น แล้วก็มีการออกแบบเป็นคล้ายๆ กับทางเดินของไฟที่มีวงจรอะไรอยุ่ด้านใน นั้นมันก็ทำให้เป็นที่สะดุดตาบ้างเล็กน้อยเท่านั้นเอง แต่เมื่อเจาะลึกเข้าไปด้านในจริงๆ เส้นสายต่างๆ ที่เราเห็นเป็นลวดลายตรงที่คั้นหนังสือนั้น มันเป็นหลอดไฟแบบเล็กๆ ที่เรียกว่า นาโน อิงค์ ที่คล้ายกับวงจรไฟขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว ซึ่งวีธีการที่จะทำให้ที่คั้นหนังสือตัวนี้นั้นมีแสงสว่างขึ้นมา จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาวงจรไฟฟ้าแบบธรรมชาติหรือว่าต้องอาศัยสนามแม่เหล็กเป็นตัวเหนี่ยวนำนั้นเองครับ อ่านข้อความข้างต้นคงจะเข้าใจกันยากสักนิดหนึ่ง แต่พออธิบายเป็นภาษาชาวบ้านๆ แบบนี้นะครับว่า ที่คั้นหนังสือตัวนี้มันเป็นตัวให้ความสว่างได้ก็จริง แต่เรื่องด้วยมันไม่มีปลั๊กหรือที่เสียบไฟฟ้าหรือแบตเตอร์รี่ภายในตัวมันเองเลย อยู่ดีๆ มันจึงกำเนิดไฟหรือกำเนิดแสงสว่างออกมาเองไม่ได้ วิธีการก็คือ เราก็แค่เอาแม่เหล็กที่ในตัวกล่องที่เวลาเราซื้อที่คั่นหนังสือตัวนี้มา แล้วก็วางแม่เหล็กไปที่ด้านหัวและด้านท้ายตามเครื่องหมายบวก และ เครื่องหมายลบ ที่บอกไว้ตรงที่คั่นหนังสือ แค่นั้นเองครับ จากนั้นวงจรไฟฟ้าแบบการเหนี่ยวนำประจุของแม่เหล็กที่เราเอาไปวางไว้ทั้งสองด้านก็จะมีการสร้างวงจรไฟฟ้าแบบอ่อนๆ ให้หลอดไฟเล็กๆ ของเรียกอย่างนี้แล้วกันนะครับ เพื่อให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านเข้าใจง่ายขึ้น หลอดไฟเล็กๆ นั้นมันก็จะสว่างขึ้นมาเอง โดยที่ไม่ต้องง้อกระแสไฟใดๆ เลยนั้นเอง

   ก็ต้องถือว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เหมาะสำหรับคนรักการอ่านอย่างมากเลยนะครับ เพราะเรื่องของการอ่านหนังสือนั้น มันไม่จำเป็นต้องอ่านในเวลากลางวันเสมอไป บางคนก็ชอบที่จะอ่านในตอนกลางคืน แล้วก็ไม่สะดวกที่จะเปิดไฟ แต่อย่างไรก็ตาม ตัว Bookmark Light ที่คั่นหนังสือกำเนิดแสงไฟเองได้ตัวนี้ มันก็คงจะมีแสงสว่างที่ไม่เพียงพอและเหมาะสมกับการอ่านหนังสือในตอนกลางคืนหรืออ่านในที่มึดเป็นเวลานานๆ ได้อย่างแน่นอนนะครับ เพราะว่าถ้าแสงสว่างเพียงเท่านี้มันคงไม่เพียงพอและมีผลเสียตาสายตาของคนเราอย่างแน่นอน แอดมินเองก็คิดว่า ถ้าจะอ่านหนังสือจริงๆ ก็เปิดไฟให้สว่างที่เหมาะสมต่อการอ่านทั่วไปจะดีกว่านะครับ แต่ gadget ตัวนี้ก็เป็นนักคิดค้นและผลิตนวัตกรรมชาวญี่ปุ่นและมีขายในญี่ปุ่นเท่านั้น และก็จะมีการเปิดให้สั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ของผู้ผลิต Bookmark Light ตัวนี้ด้วย ก็ลองไปหาข้อมูลกันเพิ่มเติมดูได้สำหรับเพื่อนๆ ที่คิดว่าชอบ gadget ตัวนี้จริงๆ นะครับ ราคาก็มีการเปิดเผยเป็นเงินไทยออกมาแล้ว ก็จะอยู่ที่ประมาณ 7xx บาทเท่านั้นเองนะครับ ถือว่าแพงเหมือนกัน ถ้าไปซื้อโคมไฟอ่านหนังสือมาเสียบปลั๊กใช้งานก็คงจะสว่างกว่านี้นะครับ แต่ gadget อย่างไรมันก็คือ gadget มันคือจุดเริ่มต้นดีๆ ในการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อไปต่อยอดในอนาคตได้นั้นเองนะครับ เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ก็จะมี gadget ดีๆ แบบนี้สำหรับคนที่รักการอ่านมาให้ได้ใช้งานกันอย่างแน่นอนเลยทีเดียว

   เอาล่ะครับสำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ ในตอนนี้ก็คงจะรีวิวกันไปครบถ้วนกระบวนความกันแล้ว เพื่อนๆ คนไหนมีคำถามหนือมีข้อแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการรีวิว ก็สามารถแนะนำมาได้ที่ fanpage facebook ของเรา 108plaza รวมไปถึงเว็บไซต์ 108plaza ร้านค้าออนไลน์ที่มีสินค้าดีๆ โปรโมชั่นโดนๆ รอทุกท่านอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ก็เข้าไปกด like เข้าไปเยี่ยมชมพูดคุยกันได้ผ่านทางช่องทางหลักของเราดังที่กล่าวมาข้างต้นได้เลยนะครับ สำหรับ gadget โดนๆ ในครั้งหน้าที่จะมารีวิวเป็นอะไรนั้น ต้องติดตามกันด้วยนะครับรับรองว่าเด็ดอย่างแน่นอน

Review OnePlus 3 สมาร์ทโฟนเรือธงหน้าจอ 5.5 นิ้วที่ราคาไม่ถึง 15,000 บาทแต่ได้ความคุ้มค่าเกินราคา

 

   สำหรับชื่อ OnePlus นั้นเชื่อว่าหลายคนก็คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดีแล้วในการเข้ามาบุกตลาดสมาร์ทโฟนในฝั่ง Android ในบ้านเรา ก็เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่เปิดตัวมาแล้วหลายๆ รุ่นด้วยกันแต่ในรุ่นของเรือธงนั้นก็เป็นรุ่นที่ 3 แล้ว ก็มีเสียงเรียกร้องจากเพื่อนๆที่ติดตามการรีวิวของเราใน 108plaza แห่งนี้อีกด้วยว่าให้แอดมินนั้นมารีวิวสมาร์ทโฟนที่พึ่งเปิดตัวมาในช่วงกลางปี 2016 นี้ แอดมินก็เลยจัดกันตามคำเรียกร้องนำเอา gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้มารีวิวกันในครั้งนี้

   นี่คือสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีชื่อว่า OnePlus 3 นั้นเองครับ เรื่องของการดีไซน์นั้นต้องบอกเลยว่ามองดูแล้วพรีเมี่ยมมากเลยทีเดียว ถ้าไม่บอกราคาไว้ก่อนเนี่ย แอดมินก็คงจะต้องเดาๆ เอาไว้ว่าเป็นราคาหมื่นปลายๆ ถึงสองหมื่นแน่ๆ แต่ราคามันถูกกว่านั้น เดี่ยวเอาไว้ติดตามในช่วงท้ายแล้วกันนะครับ

   มาดูเรื่องของสเปคคร่าวๆ กันสักนิดหนึ่งก่อน ตัวเครื่องภายในนั้นมาพร้อมกับชิปประมวลผลเป็น snapdragon 820 ถือว่าเป็น CPU ที่แรงที่สุดในช่วงนี้ก็ว่าได้เลยทีเดียวนะครับ ถัดมาก็เป็นการ์ดจอที่ใช้ตัว Adreno 530 ก็ถือได้ว่าเป็น GPU ที่แรงอีกเช่นกัน ก็คาดว่าความไหลลื่น การเล่นเกมส์ต่างๆ นั้นจะดีไม่เบาเลยทีเดียว ถัดมาก็เป็นหน่วยความจำภายในให้มาที่ 64 GB นอกจากนั้นยังได้เพิ่มความแรงของตัวเครื่องให้มาที่ 6 GB อีกด้วย เรียกได้ว่าอ่านสเปคเพียงเท่านี้แล้ว ยังไม่ตื่นเต้นเท่ากับการเปิดตัวราคาในต่างประเทศสำหรับสมาร์ทโฟนเครื่องนี้มาที่ราคา 399 เหรียญ หรือถ้าคิดเป็นเงินไทยแล้วก็ตกราวๆ 14,000 บาทแค่นั้นเอง เป็นอย่างไรล่ะครับ เพื่อนๆ คนไหนที่มีแผนที่จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ วางงบไว้สักประมาณหมื่นห้าก็ถือว่าไม่เกินงบนะครับ การออกแบบดีไซน์ตัวเครื่องนั้นก็ถือว่างานประกอบใช้ได้เลยครับ สมกับการเป็นสมาร์ทโฟนในฝั่งเรือธงจริงๆ ตัวเครื่องนั้นเป็นอะลูมิเนียมทั้งตัวเครื่อง เป็นแบบยูนิบอดี้นั้นเอง เป็นชิ้นเดียวทั้งตัวเครื่อง ความรู้สึกในการได้สัมผัสครั้งแรกก้อย่างที่บอกไปว่ามันเป็นอะไรที่พรีเมี่ยมมากเลยทีเดียว น่าจับ น่าใช้ แล้วก็ยังรองรับการเชื่อมต่อแบบแตะแล้วติดอย่าง NFC อีกด้วย

   ตัวเครื่องนั้นไม่สามารถที่จะเพิ่มหน่วยความจำสำรองได้นะครับ รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด รองรับการใช้ 4G LTE ทุกเครือข่ายในบ้านเราด้วย นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับพอร์ดเชื่อมต่อที่เป็น USB Type C แล้วด้วย ปุ่มบนหน้าจอด้านล่างจะเป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือ เมื่อได้ทดสอบใช้งานก็พบว่ามีความรวดเร็วเพียงเสี่ยววินาทีก็สามารถปลดล้อคหน้าจอได้อย่างสบายๆ ในส่วนของหน้าจอนั้นมีขนาด 5.5 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ Optic AMOLED ความละเอียด 1080p อัดแน่นมากับเม็ดสีที่มากถึง 401ppi เลยทีเดียว กระจกบนหน้าจอเป็นแบบ Gorilla glass 4 อีกด้วย ข้อดีความความคมชัดหน้าจอที่ไม่ได้ละเอียดมากนัก มากถึงกับขั้น 4K เนี่ยนะครับ มันก็เลยทำให้ความประหยัดแบตเตอร์รี่มีสูงขึ้น ใช้งานได้นานขึ้น แต่สีสัน ความคมชัด การแสดงผลต้องบอกเลยว่าไม่มีข้อเสียใดๆ ในส่วนของเสียงลำโพงที่ได้จากการดูหนัง ฟังเพลงก็พบว่ามีลำโพงตัวเดียว คุณภาพเสียงถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก ในด้านของ OS ก็เป็น Android 6.0.1 แล้วเรียบร้อย การทำงาน เล่นเว็บ ใช้งานทั่วไปลื่นไหลดีเลยทีเดียว ไม่พบอาการค้าง หน่วง ความรู้สึกในการใช้งานต้องบอกเลยว่าแทบจะเป็นแบบเพียว Android เลยก็ว่าได้ แต่ก็มีลูกเล่นที่ใช้งานได้จริงๆ มาให้ใช้งานกันครบถ้วนเลย

   ในส่วนของกล้องหลังนั้นเป็นเซนเซอร์จาก sony ความละเอียดที่ 16 ล้านพิกเซล f/2.0 มีกันสั่นแบบ OIS และ LED flash ซึ่งการใช้งานกล้องหลังนั้นจับโฟกัสได้เร็ว ภาพก็คมชัด แต่มีข้อเสียตรงที่ใครที่เซียนเรื่องกล้อง ในโหมด manual อาจจะมีให้เลือกปรับแต่งกันน้อยไปนิดหนึ่ง แต่สำหรับคนทั่วไปที่ใช้โหมดออโต้ก็ถือว่าดีเลยทีเดียวครับ ในส่วนของกล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.0 ถามว่าเซลฟี่ได้ไหม คำตอบคือดีเลยทีเดียว รายละเอียด ความเนียนของภาพ การถ่ายในที่แสงน้อยก็ทำได้ดี แต่ข้อเสียอยู่ตรงที่กล้องหน้าถ่ายวีดีโอได้ไม่ดีเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีระบบกันสั่นอย่าง OIS , EIS ก็ยังรู้สึกว่าภาพมันสั่นอยู่ดีครับ ใครที่ชอบถ่ายวีดีโอกล้องหน้าอาจจะไม่ตอบโจทย์ในตอนนี้ก็ได้สำหรับรุ่นนี้

   ก็ต้องถือว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบเล่นเกมส์หนักๆ จัดเต็มกับสเปคก็คงจะชื่นชอบเลยทีเดียว แต่ใครที่อยากได้กล้องหน้าเทพๆ นั้นอาจจะต้องคิดหน่อยแล้วก็ต้องไปหาเล่นหรือทดสอบด้วยตัวเองดูก่อนว่าชอบหรือไม่ ถ้าชอบและรับข้อเสียของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ได้ก็จัดไปเลยครับ เพราะถือว่าในโลกนี้มันไม่มีอะไรสมบูรณ์ที่สุดได้ในเครื่องเดียวหรอกนะครับ

Review Fuji X-T2 กล้องถ่ายรูปที่พัฒนาเรื่องของการถ่ายวีดีโอให้เจ๋งกว่าเดิม

 

   สำหรับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบและเป็นแฟนพันธ์แท้ของแบรนด์ Fuji ก็คงต้องเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมเงินในกระเป๋ากันอีกแล้วล่ะครับ เนื่องจากว่าทางค่าย Fuji เองนั้นได้เตรียมเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ล่าสุดที่เป็นกล้องแบบ Mirrorless ที่สามารถจะใช้งานได้ทั้งการถ่ายภาพนิ่ง แล้วก็ การถ่ายวีดีโอได้ดีขึ้นและไม่มีปัญหาเหมือนในรุ่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ต้องบอกเลยนะครับว่าใครที่เคยใช้กล้องฟูจิมาหลายๆ รุ่น จะบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า การถ่ายภาพนิ่งที่ออกมาเป็นไฟล์ jpeg นั้นมันยอดเยี่ยมไปเลย แต่ในเรื่องของการถ่ายภาพวีดีโอ ฟูจิ เองต้องปาดเหงื่อกันบ้างเนื่องจากมันไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ แต่สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่จะนำมารีวิวในครั้งนี้ต้องบอกเลยว่า ฟูจิ ได้แก้ไขจุดอ่อนตรงนี้มาเรียบร้อย แต่จะมีฟังก์ชั่นเด็ดๆ อย่างไรบ้างนั้นต้องมาติดตามกันเลย

   ก็ต้องบอกว่ากล้องฟูจิในทุกๆ รุ่นส่วนใหญ่ที่เล่นกันในบ้านเรา ส่วนมากจะปาดเหงื่อกันในเรื่องของการถ่ายวีดีโออย่างที่พูดไป แต่สำหรับกล้อง Fuji X-T2 รุ่นนี้ได้มีการพัฒนาในด้านนี้มาเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกท่านที่ชอบถ่ายภาพ ทั้งภาพนิ่งแล้วก็ภาพวีดีโอ ที่ตอนนี้นิยมกันมากคือถ่ายทอดสดบนโซเชียล กล้องรุ่นนี้ถือว่ารองรับได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งกล้อง mirrorless รุ่นนี้จะมาพร้อมกับการถ่ายภาพวีดีโอที่มีความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K ที่ 30 เฟรมเรดต่อวินาที นอกจากนั้นตัวกล้องยังสามารถที่จะเชื่อมต่อสัญญาณภาพแบบสดผ่านพอร์ด HDMI แล้วก็ไปเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ เพื่อไปใช้ในงานถ่ายทอดสดได้อีกด้วย เป็นการส่งสัญญาณภาพแบบเพียวๆ ไม่มีตัวหนังสือหรือการตั้งค่าใดๆ ที่จะขึ้นมาเหมือนกับหน้าจอของตัวกล้องด้วย นั้นหมายความว่าฟูจิรุ่นนี้ทำมาเพื่อการถ่ายวีดีโอเลยทีเดียวนะครับ ถัดมาในการเลือกโหมดที่ใช้ในการถ่ายวีดีโอของกล้อง X-T2 รุ่นนี้ก็ยังมีโหมดต่างๆ ให้เลือกถ่ายวีดีโอที่คล้ายๆ กับตัวโหมดภาพนิ่งอีกด้วย ก็จะมีให้เลือกตั้งแต่ ภาพมาตรฐาน ภาพแบบสีสดที่จะเอาไว้ถ่ายอาหาร ถ่ายสิ่งของ หรือ ภาพแบบโทนนุ่ม เพื่อเอาไว้ถ่ายใบหน้าคน ก็ทำให้ง่ายในส่วนของงานตัดต่อที่ไม่ต้องไปทำกราฟฟิกหรือไปปรับแต่งภาพเพิ่มเติมอีกด้วย แต่มันก็ยังมีข้อเสียในกล้องรุ่นนี้สำหรับการถ่ายวีดีโออยู่บ้างนะครับ ก็คือถ้าจะถ่ายวีดีโอในระดับ 4K นั้นจะสามารถถ่ายได้ติดต่อกันนานเพียงแค่ 10 นาทีต่อคลิปเท่านั้น ส่วนความละเอียดระดับ Full HD จะได้นาน 15 นาที แต่ถ้าใครที่อยากจะยึดเวลาให้สามารถถ่ายได้นานขึ้นนั้น ต้องบอกเลยว่าต้องหาอุปกรณ์เสริมที่ฟูจิเองนั้นเปิดตัวมาพร้อมๆ กัน ก็คือจะต้องใช้แบตเตอร์รี่เสริมที่เพิ่มมาเป็น 3 ก้อน แล้วก็ยังสามารถเชื่อมต่อเพื่อเสียบหูฟัง เพื่อที่จะมอนิเตอร์เสียงได้ รวมไปถึงช่องเสียบไมค์โครโฟนก็สามารถเสียบได้จากตัวกล้องได้เลย

   ในส่วนของสเปคตัวอื่นๆ ที่น่าสนใจในกล้องตัวนี้ก็คือ Fuji X-T2 นั้นจะมาพร้อมกับเซนเซอร์ที่มีความละเอียด 24 ล้านพิกเซล โหมดโฟกัสของกล้องนั้นพัฒนามาให้มีประสิทฺธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิม มีจุดโฟกัสทั้งหมดอยู่ที่ 325 จุด ช่องมองภาพหรือว่า EVF นั้นมีความละเอียดเพิ่มขึ้นกว่าเดิมในระดับ 2,360,000 พิกเซล เลยทีเดียว ตัวบอดี้ของกล้องนั้นทำมาจากแมกนิเซี่ยมอัลลอย สามารถที่จะกันน้ำ กันฝุ่นได้ ตัวกล้องยังสามารถที่จะใช้งานได้ที่อุณหภูมิต่ำสุดที่ -10 องศา นั้นหมายความว่า ใครที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศ ไปถ่ายเมืองที่มีหิมะตก หนาวๆ ก็สามารถใช้งานกล้องตัวนี้ได้สบายๆ เลย มาดูกันที่ราคาของทางฟูจิในต่างประเทศเปิดตัวออกมาแค่ตัวกล้องอย่างเดียวพร้อมกับชุดเลนส์ที่ติดมาด้วยจะอยู่ที่ราคา 1,559.95 เหรียญ เมื่อคิดเป็นเงินไทยก็ตกราวๆ 55,xxx บาทเลยทีเดียว แค่ตัวกล้องนะครับ แต่ถ้าใครจะซื้อที่ราคาพร้อมเลนส์เสริม 18 55 มม. ราคาก็จะพุ่งไปที่ประมาณ 67,xxx บาทเลยทีเดียว

   เรื่องของราคาค่าตัว Fuji X-T2 ที่นำมาเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ ก็ต้องบอกเลยว่าราคานั้นสูงจริงๆ แต่สำหรับแฟนพันธ์แท้ที่ใช้กล้องฟูจิมานาน ก็คงจะถูกใจในเรื่องของคุณภาพที่ใช้งาน แล้วก็คงไม่ต้องมาปวดหัวกับการใช้งานกล้องวีดีโอกันอีกแล้ว เพราะว่าในรุ่นนี้ได้พัฒนาให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ใช้งานได้ดีขึ้น แต่ส่วนตัวแล้วราคาก็ยังแพงอยู่ดี ถ้าเราไปมองค่ายอื่นๆ ที่ฟังก์ชั่นการใช้งานที่คุณภาพพอๆ กันก็อาจจะประหยัดได้ไปถึงหลักหมื่นเลย ก็ลองไปหาดู หาซื้อ หาทดสอบใช้งานกันก่อนที่จะซื้อดูได้ตามศูนย์บริการและร้านค้าชั้นนำดูได้นะครับ

Preview Freedom 251 สมาร์ทโฟนที่ราคาถูกที่สุดในโลก เพียง 130 บาท เท่านั้น

 

   ก็ต้องบอกว่ายุคนี้ ยุคแห่งการแข่งขันทางการตลาดสมาร์ทโฟนจริงๆ แล้วในตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราเอง ก็มีการแข่งขันกันที่เรียกว่าตายกันไปเป็นรายๆ เลย เพราะว่าแข่งขันกันลดราคาแต่เพิ่มสเปคกันให้สูงขึ้นไปเพื่อความน่าสนใจ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ก็ถือว่าเป็นผลดีต่อผู้บริโภคอย่างเราๆ นั้นเอง แต่ในครั้งนี้ เว็บไซต์ 108plaza มีสมาร์ทโฟนที่คิดว่าน่าจะเป็นอะไรที่ฮือฮาไปทั่วทั้งโลก เพราะเชื่อหรือไม่ว่า สมาร์ทโฟนราคาหลักพันนิดๆ ก็ว่าถูกแล้ว แต่เพื่อนๆ คิดกันหรือไม่ว่า ตอนนี้มีสมาร์ทโฟนราคา เพียง 130 บาทเท่านั้น เปิดตัวออกมาขายกันแล้วจะเป็นที่ไหน ในบ้านเราหรือไม่ ไปติดตามกันเลย

   ก่อนจะไปพรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ รุ่นที่บอกว่า มีราคาเพียง 130 บาทเนี่ยนะครับ ดูรูปตัวอย่างสินค้าแล้วอย่าเข้าใจผิดนึกว่าเป็น ipone ไม่ใช่นะครับ แล้วก็เป็นที่น่าเสียดายด้วย เพราะสมาร์ทโฟนราคาแสนจะถูกนี้ มีชื่อว่า Freedom 251 มีขายแต่ในประเทศอินเดียเท่านั้นครับในตอนนี้ แต่ 108plaza ของเราเป็นเว็บไซต์เรียกว่าอัพเดทข่าวสารกันทั่วโลก มีอะไรดีๆ อะไรใหม่ๆ ก็ต้องมาแจ้งให้กับเพื่อนๆ ของเราได้ทราบกันอย่างต่อเนื่องนั้นเองนะครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ประเทศอินเดีย ก็มีข่าวหลุดออกมาว่าจะมีสมาร์ทโฟนราคาถูก แบบถูกแสนถูกออกมาขาย แต่ตอน่นั้นประชาชนในอินเดียก็ไม่เชื่อครับ ก็เลยคิดว่าข่าวนี้คงเป็นแค่กระแสเท่านั้น ใครจะบ้าทำสมาร์ทโฟนราคาแบบนี้มาขาย แล้วมันจะได้กำไรหรือไม่ คงไม่มีหรอก อะไรแบบนี้นะครับ ก็เลยเงียบหายกันไปสักพักหนึ่ง แต่ตอนนี้ก็เหมือนกับข่าวช็อคโลกเลยทีเดียว เพราะว่าสมาร์ทโฟน Freedom 251 ที่ว่านี้พร้อมส่งถึงมือลูกค้าในอินเดียแล้วครับ

   เหตุผลที่ว่าทำไมต้องตั้งชื่อว่าเป็น freedom 251 นั้นทุกท่านทราบหรือไม่ครับ แต่คำตอบก็คือ มันเป็นตัวเลขที่วางขายในอินเดีย ด้วยจำนวน 251 รูปี นั้นเอง ก็คิดเป็นเงินไทยแล้วก็ประมาณอย่างที่บอกไปว่า 130 บาทเท่านั้นเอง ซึ่งบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็พร้อมที่จะส่งมอบลูกค้าตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2016 เป็นต้นมาแล้ว ซึ่งตามข้อมูลที่ทางทีมงานได้ทราบมานั้น ก็พบว่ามีสเปคคร่าวๆ ดังนี้ครับ มีขนาดหน้าจอ 4 นิ้ว กล้องหลังความละเอียดที่ 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียดที่ 3.2 ล้านพิกเซล ในส่วนของชิปประมวลผลเป็นแบบ Quad core 1.3 GHz .ให้ RAM มาที่ 1 GB แล้วก็ให้หน่วยความจำภายในตัวเครื่องมาแบบพอหยิบจับได้ก็คือ 8 GB ความจุของแบตเตอร์รี่ที่ให้มานั้นอยู่ที่ 1800 mAh และระบบปฏิบัติการภายในนั้นเป็น Android 5.1 lollipop นั้นเอง ถือว่ามันไม่ธรรมดาเลยสำหรับราคา 130 บาทไทยเนี่ยนะครับ

   เพื่อนๆ คงสงสัยกันแล้วสิครับว่า ทำไมผู้ผลิตรายนี้ จึงผลิตสมาร์ทโฟนออกมาวางขายในราคาเท่านี้เอง แล้วมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร โดยนาย โมหิต โกแอล เป็นเจ้าของบริษัทแบะผู้ก่อตั้งบริษัท ลิงกิ้ง เบล ซึ่งเป็นเจ้าของผู้ผลิตสมาร์ทโฟน freedom 251 เครื่องนี้ก็บอกเอาไว้ว่า สาเหตุที่ในช่วงแรกที่มีข่าวลือออกมาหนาหูว่าจะมีสมาร์ทโฟนในราคาแบบนี้ออกมาวางขายจริงหรือไม่ แล้วในที่สุดก็เงียบหายไป แล้วล่าสุดนี้ก็มีออกมาวางขายจริงๆ นั้นก็เพราะว่า บริษัทเอง ไม่อยากจะโดนข้อคอระหาได้ว่าจะเป็นการลอกลวงประชาชนหรือไม่ ก็เลยต้องเงียบเรื่องนี้เอาไว้ก่อน จนกว่าจะผลิตตัวเครื่องจริงๆ ออกมาจนแล้วเสร็จและพร้อมวางจำหน่ายในอินเดียไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้นเอง ซึ่งตามข่าววงการไอทีต่างประเทศก็ยังบอกอีกว่า สมาร์ทโฟนเครื่องนี้ตั้งราคาเอาไว้เท่านี้ ก็ยังไม่ได้กำไรอยู่ดี โดยจะขาดทุนอยู่ประมาณ 151 รูปี ก็คือขาดทุนเกินว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของตัวเครื่องแน่นอน แต่เพราะอะไรผู้บริหารของบริษัทนี้จึงยอมขาดทุนได้ถึงขนาดนี้ ก็เพราะว่า ตอนนี้ในอินเดียนั้น ยังมีผู้ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงวงการไอทีและโลกอินเตอร์เน็ตและการติดต่อสื่อสารจากภายนอกอีกมาก แล้วผู้บริหารบริษัทนี้ก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะนำเครื่องสมาร์ทโฟน freedom 251 เครื่องนี้ไปขายให้กับผู้ที่อยู่ในชนบทของประเทศอินเดียก่อน เพื่อให้ผู้คนในอินเดียที่อยู่ห่างไกลได้เข้าสู่ช่วงยุคดิจิตอลได้อย่างเต็มตัวมากยิ่งขึ้นนั้นเองครับ

   ก็แน่นอนละครับว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมาพรีวิวกันในตอนนี้ของเราที่นี่ เว็บไซต์ 108plaza ก็คือเป็นสมาร์ทโฟนราคาถูกที่สุดในโลกตอนนี้แต่อยู่ที่ประเทศอินเดียนั้นเอง ส่วนจะเข้ามาที่บ้านเราหรือไม่ คงมีความเป็นไปได้น้อยมากเลย นอกจากว่าจะมีผู้ใหญ่ใจดียอมขาดทุนเหมือนกับผู้บริหารคนนี้ในอินเดียทำขึ้นมาขายบ้างนะครับ

Review Infinity ONE ลำโพงบลูทูธพลังเสียงนั้นไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ สมกับชื่อแบรนด์

 

   พี่เพื่อนๆ เห็นในรูปตัวอย่างสินค้านี้ ที่คล้ายๆ กับลูกลัคบี้นี่นะครับ หลายท่านคงจะชอบในเรื่องของการดีไซน์ นี่คือลำโพงแบบพกพาแบรนด์ดังอีกหนึ่งแบรนด์ที่เปิดตัวมาในช่วงกลางปี 2015 แต่ก็ถือว่าได้รับความสนใจและมีเพื่อนๆ inbox เข้ามาทาง แฟนเพจ facbook 108plaza ของเรากันค่อนข้างมากจริงๆ ว่าอยากให้แอดมินรีวิวลำโพงแบบพกพาตัวนี้ให้ ก็เลยจัดมาเลยในตอนนี้กับ Infinity ONE รุ่นนี้เลย

   ฟังก์ชั่นการใช้งานโดยรวมของลำโพงบลูทูธ Infinity ONE เครื่องนี้ก็คือ อย่างแรกเลยสามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ หรือว่า smart speaker ได้นั้นเอง แล้วฟังก์ชั่นต่อมาคือสามารถเชื่อมต่อบลูทูธได้ด้วย บอดี้เป็นอะลูมีเนียม แล้วก็มีแบตเตอร์รี่ในตัว พกพาง่าย นี่คือฟังก์ชั่นแบบคร่าวๆ ที่บอกมาข้างกล่อง เมื่อเปิดกล่องออกมาจะเห็นว่ามีตัวเครื่องอยู่ด้านในสวยงามดีเลยทีเดียว ในคู่มือการใช้งานก็จะบอกว่าตัวแบตเตอร์รี่ที่ให้มานั้น สามารถใช้งานได้ติดต่อกันประมาณ 8-10 ชั่วโมงโดยประมาณ ก็ถือว่านานใช้ได้เลยทีเดียว พกไปเที่ยวก็สามารถใช้งานได้ระหว่างวันได้สบายๆ ส่วนในตัวเครื่องนั้น ก็จะมีลำโพงที่เป็นแบบ full range ขนาด 1.75 นิ้วอัดแน่นมาถึง 4 ตัวเลยทีเดียว แต่ถามว่าลำโพงทั้ง 4 ตัวด้านในทำหน้าทีขับเสียงได้เหมือนกันทั้งหมดหรือไม่ คำตอบคือไม่ จะแบ่งออกเป็นแบบสเตอริโอแบบ 2.0 คือมีลำโพง 2 ดอกจะทำหน้าที่เป็นตัวกระจายเสียงแหลม และลำโพงอีก 2 ตัวจะทำหน้าที่กระจายเสียงกลางและเสียงต่ำนั้นเอง เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีลำโพงที่ให้เสียบต่ำในย่านเบสที่มักจะเรียกว่า passive radiator อีก 2 ตัวด้านหลัง ด้านบนตัวเครื่องก็จะมีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเพิ่มลดเสียง ปุ่มกด play และก็เป็นปุ่มกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ไปในปุ่มเดียวกัน แล้วก็มีปุ่มกด pair บลูทูธด้วย ตัวดีไซน์ต้องบอกเลยว่าค่อนข้างที่จะสวยงาม ด้านข้างนั้นทั้งสองฝั่งที่เห็นในรูปตัวอย่างสินค้านะครับ จะเป็นลำโพงแบบ paasive ที่ครอบด้วยอะลูมิเนียมดูสวยเลยทีเดียว แล้วฟังก์ชั่นที่เหนือไปกว่านั้น คือ ลำโพงบลูทูธรุ่นนี้สามารถกันน้ำได้ด้วย ก็สามารถเอาไปลุยๆ ไปเที่ยวทะเล ไปเที่ยวน้ำตก ได้สบายๆ เลย แล้วที่เหนือไปกว่านั้นอีก มีฟังก์ชั่น NFC ที่แตะแล้วติดในสมาร์ทโฟนในฝั่ง Android ก็มีมาให้ด้วย เรียกว่าครบครันเลยทีเดียว ในส่วนองกำลังขับของลำโพงเครื่องนี้ อยู่ที่ 25 wrms ก็ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว เรียกว่าไปเปิด outdoor ได้แบบสบายๆ เสียงรบกวนเยอะๆ ก็เอาอยู่ ดังดีมากเลย ซึ่งก่อนที่จะมาทำรีวิวนี้ แอดมินเองก็ได้ลองทดสอบใช้งานมาได้ประมาณสัก 2 สัปดาห์แล้วนะครับ ก็คือไปเปิดทั้ง indoor และ outdoor ก็ค่อนข้างที่จะใช้งานได้ดีเลยทีเดียว ในส่วนของขนาดตัวเครื่อง ความยาวอยู่ที่ประมาณ 24.2 ซม. รัศมีวงกลมตัวเครื่องนั้นอยู่ที่ประมาณ 9.4 ซม. น้ำหนักอยู่ที่ 1.3 กก. แล้วอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่พบได้ในลำโพงตัวนี้อีกหนึ่งอย่างก็คือ มีพอร์ด USB ที่เอาไว้เสียบเป็นเพาเวอร์แบงค์ปล่อยกระแสที่ 5v 2.1A ด้วย แล้วก็จะมีพอร์ดชาร์จไฟแบบ micro USB รวมไปถึงมีช่องเสียบสาย input 3.5 มม. ด้วย ในส่วนของ่ความจุแบตเตอร์รี่ก็อยู่ที่ 5000mAh ในกล่องก็จะมีแค่สายชาร์จและหัวชาร์จมาให้เท่านั้นเอง ไม่มีเคส ไม่มีสาย 3.5 มาให้ด้วย ต้องซื้อแยกถ้าใครอยากได้นะครับ

   ก็ต้องบอวก่าเรื่องของฟังก์ชั่นนั้นอัดแน่นมากันเพียบเลย แล้วมีเพื่อนๆ บางคนถามเข้ามาว่า เมื่อเทียบกับตัว infinity one ตัวนี้กับ JBL charge 2 แล้วเป็นอย่างไร ถ้าให้บอกนั้นต้วนี้ค่อนข้างจะให้ความอิ่มได้ดีกว่า กำลังขับเยอะกว่า ดีไซน์สวยกว่า ตัวเครื่องใหญ่กว่า มิติเสียงก็ต้องบอกว่าเหนือกว่ามากเลยทีเดียวครับ แต่ก็มีข้อสงสัยอยู่นิดหนึ่งในลำโพงตัวนี้ว่า ถ้าดูจากสเปคในคู่มือแล้ว จะตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 70 Hz- 20 kHz ซึ่งอาจจะไม่อยู่ในย่านต่ำสักเท่าไหร่ เพราะที่เคยรีวิวมาจะได้ถึง 50 Hz เลยทีเดียว แต่เมื่อได้ทดสอบเปิดจริงๆ แล้ว การให้มิติเสียงในย่านตำก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว ก็เป็นเสียงเบสแบบนุ่มลึก โทรเสียงกลางและเสียงแหลมก็กว้าง ดังไกลมาก เหมาะกับการเปิดแบบ Outdoor มากเลยทีเดียวครับ ถือว่าเป็นลำโพงเพื่อการปาร์ตี้ สังสรรค์มากเลยทีเดียว

   ก็ถือว่าลำโพงบลูทูธแบรนด์ infinity ONE รุ่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจสำหรับใครที่ชอบและอยากได้ แต่ต้องมีข้อแม้ว่าราคาไม่อั้น งบไม่จำกัด เพราะว่าราคานั้นอยู่ประมาณ 13,900 บาทเลยทีเดียว เรียกว่าราคานั้นค่อนข้างจะสูงพอสมควร

Review Bluetooth v.5 ตัวใหม่ล่าสุด รับสัญญาณดีขึ้น ความเร็วสูงขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้นและกว้างไกลมากขึ้น

 

   เพื่อนๆ บางคนอาจจะลืมฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อแบบนี้ไปบ้างแล้ว นั้นก็คือ Bluetooth นั้นเอง เพราะว่าไม่ค่อยได้ใช้งานสักเท่าไหร่ บางคนก็มักจะใช้งานพวก wifi, wireless หรือ ตัวใหม่ล่าสุดอย่าง NFC ใน android หรือ Air play ใน IOS แต่เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า Bluetooth ที่ตอนนี้ยังมีให้ได้ใช้งานกันอยู่และก็มีการพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาก็อาจจะคุ้นเคยกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.0 หรือ 4.1 ก็ตามแต่ สำหรับคนที่ใช้งานกันเป็นประจำนะครับ แต่ล่าสุดเว็บไซต์ 108plaza ของเราก็มีอีกหนึ่งการอัพเดทในแวดวงของไอทีมาฝากเพื่อนๆ กันเกี่ยวกับ Bluetooth นี่แหละครับ

   ในครั้งนี้ก็ต้องขออนุญาตเพื่อนๆ ว่าเราอาจจะไม่มีสินค้าอินเทรนด์อะไรมารีวิว แต่เรามีอีกหนึ่งการอัพเดทข่าวสารในวงการไอทีมาฝากกัน อย่างที่กล่าวมาในช่วงต้นว่า ปัจจุบันนี้เรื่องของ Bluetooth นั้นก็มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคือBluetooth 5 หรือเวอร์ชั่นที่ 5 กันแล้ว โดยจะมีการพัฒนาให้มีการรองรับไฟล์เสียงที่ได้คุณภาพสูง นั้นก็หมายความว่าใครที่ชอบใช้ลำโพงบลูทูธอยู่ตอนนี้ในรุ่นที่จะเปิดตัวออกมาใหม่ๆ นี่ต้องมองหาสเปคแล้วก็ตรวจเช็คกันเลยว่าลำโพงบลูทูธที่จะซื้อนั้นมีบลูทูธเวอร์ชั่นไหน เพื่อความคุ้มค่าและการรองรับการใช้งานในอนาคตต่อไปได้ไกลๆ ด้วย ถัดมาบลูทูธเวอร์ชั่น 5 นี้ก็มียังมีการพัฒนาในด้านของโหมดประหยัดพลังงาน เพื่อให้ใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย แล้วก็มาพร้อมๆ กับการพัฒนาในเรื่องของการรับสัญญาณที่ดีขึ้น ความเร็วในการเชื่อมต่อและการส่งต่อสัญญาณที่เร็วขึ้นและดีขึ้นกว่าเดิมด้วย นอกจากนั้นก็ยังจะพัฒนาเรื่องของระบบส่งสัญญาณให้ได้กว้างและไกลมากขึ้นอีกด้วย

   ซึ่งตัวบลูทูธ 5 นั้นก็มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างเป็นลำดับ ซึ่งตามรายงานตัวรายละเอียดเกี่ยวกับตัวบลูทูธเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ก็พบว่า ทางผู้พัฒนานั้นมีการนำไปทดสอบและเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้อย่าง บลูทูธเวอร์ชั่น 4.2 ก็พบว่าอย่างแรกที่มีการพัฒนาขึ้นนั้นก็คือ สามารถทดสอบได้ว่ามีการส่งสัญญาณได้ไกลกว่าเดิมถึง 4 เท่า แล้วก็เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้เร็วกว่าเดิมถึง 2 เท่าอีกด้วย แล้วก็จะมีการขยายช่องบริการสัญญาณให้มากกว่าเดิมเพิ่มขึ้นอีก 800 เปอร์เซ็นต์ นั้นก็ทำให้การรับส่งสัญญาณได้มากกว่าเดิมถึง 8 เท่าอีกด้วย ทั้งนี้ผู้พัฒนาสัญญาณบลูทูธนี้ ก็ยังบอกอีกว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ที่มีนักพัฒนาในวงการไอทีต่างๆ บอกเอาไว้ว่า ในรอบๆ ตัวเราจะสามาเชื่อมต่อทุกอย่างได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส หรือตามสโลแกนด์ที่ว่า internet of thing นั้นเอง ก้จะอยู่ภายในปี 2020 นี้แล้ว เชื่อว่าทุกอย่างไมว่าจะเป็น smartwatch , smartphone , หรือแม้กระทั่ง smarthome ก็ตามแต่ จะสามารถเชื่อมต่อกันผ่านทางสัญญาณบลูทูธได้ทั้งหมดแบบมีประสิทธิภาพที่สูงสุดนั้นเอง ซึ่งผู้พัฒนาบลูทูธเองก็บอกเอาไว้อีกว่า จะได้เห็นการพัฒนาในระบบส่งสัญญาณแบบไร้สายหรือบลูทูธ 5 เวอร์ชั่นล่าสุดนี้อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุดก็ภายในปลายปี 2016 หรือ ต้นปี 2017 นี้แน่นอน ซึ่งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าทางผู้พัฒนาบลูทูธนั้นจะออกมาปรำกาศก่อนจะพัฒนาจนสำเร็จแต่อย่างใด แต่ที่บอกไปว่าภายในปลายปี 2016 นี้จะได้เห็นเป็นรูปธรรมก็คือว่า จะได้เห็นเป็นอุปกรณ์ไอทีจริงๆ ที่ใช้บลูทูธเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ออกมาใช้งานกับตัวเครื่องรุ่นใดรุ่นหนึ่งในวงการไอทีอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าให้แอดมินคาดเดาก็น่าจะเห้นและได้ใช้งานบลูทูธ 5 เวอร์ชั่นล่าสุดนี้กับกลุ่มสินค้าประเภทลำโพงบลูทูธอย่างแน่อน นอกจากนั้นก็จะใช้กับกลุ่มหูฟัง รวมไปถึงสมาร์ททีวี สมาร์ทโฟน สมาร์ทไอทีต่างๆ อีกเยอะแยะเลยในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน ซึ่งมันก็จะสืบเนื่องมาจากข่าวไอทีของ Apple ที่จะมีข่าวว่าใน inphone 7 ตัวใหม่ล่าสุดที่เตรียมจะเปิดตัวมาในเดือนกันยายน 2016 นี้ที่ว่าจะตัดฟังก์ชั่นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ออกไป ก็คงมีข่าวนี้มารองรับในส่วนของการเชื่อมต่อหูฟังของไอโฟนด้วยก็เป้นได้ เพราะว่าในอนาคตอาจจะได้สมาร์ทโฟนเครื่องบางๆ เบาๆ มาให้ได้ใช้งานกันอีกเป็นแน่แท้

   ซึ่งแน่นอนว่าเว็บไซน์ 108plaza ของเราก็จะติดตาม gadget หรือสินค้าอินเทรนด์ตัวใหม่ๆ ที่เปิดตัวออกมาแล้วมี Bluetooth v.5 ออกมานั้น จะคว้ามารีวิวทดสอบถึงระยะส่งสัญญาณกันเลยทีเดียว ซึ่งก็เชื่อว่ามันส่งสัญญาณได้ไกลกว่า 100 เมตรแน่นอนเลยทีเดียวครับอย่างไงก็ให้เพื่อนๆ นั้นได้รอติดตามและอัพเดทข่าวสารกันด้วยนะครับ

รีวิวไมค์ Shure PGA48 ไมค์โครโฟนที่ได้ทั้งร้อง พูด แล้วก็ใช้กับเครื่องดนตรีได้

 

   ถ้าจะมองหาไมค์โครโฟนสักตัวหนึ่งในราคาที่ไม่ได้ถูกมาก แต่ก็ราคาเบาๆ ในหลักพัน แต่คุณภาพเสียงก็ถือว่าใช้ได้ นำไปใช้ได้หลากหลายประเภทในไมค์ตัวเดียว ถ้าเพื่อนๆ มีความต้องการแบบนี้ในงบแบบนี้ หลายๆ คนก็คงจะพอนึกถึงไมค์ในแบรนด์ shure กันบ้าง เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะไปหาซื้อมาใช้งานกันใช่ไหมละครับ ก็ต้องบอกว่าแบรนด์ shure ก็ถือว่าอยู่ในวงการเรื่องของไมค์โครโฟนมามากกว่า 80 ปีแล้ว มีสินค้าจำหน่ายกันไปทั่วโลก แล้วในบ้านเราเองก็ถือว่าใช้งานได้ดีและก็ซื้อง่ายขายคร่องกันเลยทีเดียว ดังนั้น gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้ ก็ต้องเป็นไมค์โครโฟนจาก Shure รุ่นนี้เลย

   นี่คือไมค์โครโฟนอเนกประสงค์ก็ว่าได้ เป็นไมค์โครโฟนแบบ cardioid จากแบรนด์ Shure รุ่น PGA48 นั้นเองครับ เรื่องของรายละเอียดเกี่ยวกับไมค์โครโฟนตัวนี้เดี่ยวค่อยว่ากันในช่วงต่อไป แต่อันดับแรกที่รีวิวกันก็คือ เราจะมาเปิดกล่องดูว่าในกล่องของไมค์โครโฟนรุ่นนี้ให้อะไรมาบ้าง เปิดกล่องออกมาก็พบว่ามีแพ็คกิ่งมาอย่างดี เรื่องของการขนส่งนั้นไม่ต้องห่วงเลย มีห่อพลาสติกและซับแรงกระแทกมาเรียบร้อยเลย ในกล่องก็จะมีซองหนังเอาไว้สำหรับใส่ตัวไมค์โครโฟนมาให้หนึ่งซอง แล้วก็จะมีสายแบบหัว XLR มาให้ได้ใช้งานกันอีกหนึ่งเส้น แล้วก็มีเรื่องของคู่มือการใช้งาน รายละเอียดของตัวไมคืโครโฟนต่างๆ ในเรื่องของพาราเมติกส์กราฟ ที่ไมค์โครโฟนตัวนี้ตอบสนองความถี่ได้ แล้วก็มีตัวไมค์โครโฟนอย่างที่เห็นนะครับมาให้ในกล่องแพ็คมาอย่างดีเลย

   มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับตัวไมค์โครโฟน shure PGA48 ตัวนี้กันบ้าง ไมค์โครโฟนรุ่นนี้สามารถตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 70Hz-15kHz เลยทีเดียว แต่ตามคู่มือจริงๆ จะตอบสนองได้ถึง 16kHz เลยทีเดียว แต่ก็จะลดสเปคมาเพื่อการใช้งานจริงๆ นิดเดียวเท่านั้นเอง เพราะปกติเราก็จะมีอีคิวที่มิกเซอร์เพื่อปรังส่งปลายเสียงในย่านแหลมได้อยู่แล้วนะครับ เรื่องของราคาบอกเลยแล้วกันนะครับว่าราคาประมาณ 2 พันบาทยังมีทอน ก็ลองไปชั่งน้ำหนักกันดูสำหรับใครที่วางงบไว้เท่านี้นะครับ ความไวของไมค์ที่ตอบสนองต่อเสียงนั้นอยู่ที่ 2.1 มิลลิโวลล์ ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ตัวประเภทของไมค์โครโฟนรุ่นนี้ก็อย่างที่บอกไปนะครับ่วาเป็นแบบ PolaPattern cardioid ความอเนกประสงค์ของไมค์รุ่นนี้ก็คือว่า สามารถนำไปใช้ในงานร้องเพลง เอาไปใช้ในงานพูด บรรยาย ก็ได้ด้วย รวมไปถึงงานดนตรี ก็สามารถใช้ไมค์รุ่นนี้ไปจ่อกับเครื่องดนตรีก็ได้ด้วยเช่นกัน แล้วที่สำคัญไปกว่านั้น แอดมินอยากจะแนะนำว่าใครที่สนใจอยากจะหาไมคืไปใช้กับงานเวที ที่เวลาใช้งานจะต้องมีลำโพงมอนิเตอร์หลายๆ ใบอยู่บนเวที แล้วไมค์รุ่นนี้ที่เป็นแบบ คาดิออย เนี่ยนะครับ การรับเสียงจากด้านหลังของไมค์จะรับเสียงไม่ได้เลย จะรับได้แค่ด้านหน้าและด้านข้างเท่านั้น ซึ่งเป็นผลดีสำหรับกที่ทำ sound ที่มีมอนิเตอร์เยอะๆ เสียงบนเวทีเยอะๆ เสียงรกๆ จะไม่ค่อยมีเสียงหวิด เสียงหอน ขึ้นมาให้เกิดปัญหากับผู้ควบคุมเสียงนั้นเอง ใครที่เป็น sound engineer มือใหม่ ก็ง่ายจะเลือกใช้ไมค์แบบนี้ก็ได้เช่นกันนะครับ

   ในเรื่องของการใช้งานนั้น ต้องบอกว่าก่อนที่แอดมินเองได้มาทำรีวิวในตอนนี้ ก้ได้ทำการทดสอบใช้งานไมค์โครโฟนตัวนี้ไปร้องเพลงและก็ทดสอบเสียงพูดกันมาบ้างแล้ว ก็ถือว่าพอจับจุดได้ว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ก็ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า ถ้าเราเอาไปเทียบกับไมค์ที่ราคาหลักหมื่นเนี่ย คงเห็นข้อแตกต่างว่า shure PGA48 เสียงในย่านต่ำก็อาจจะไม่ได้ลงลึกเท่าไหร่ เสียงในย่านปลายเสียงหรือย่านแหลมก็อาจจะไม่ซิบเท่าไหน่นัก แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ราคาเบาๆ หลักพันแบบนี้ ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีเลย เพราะเราสามารถใช้ไมค์ในหลักพันนี้ไปแต่งเสียงเพิ่มได้จากมิกเซอร์ ปรับย่านอีคิวทั้งย่านต่ำ ย่านกลาง ย่านแหลม เรียกว่าใช้งานต้นทุนต่ำแต่คุณภาพสูงได้แบบงบไม่เยอะนั้นเอง

   ก็ต้องสรุปว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมารีวิวกันในตอนนี้กับไมค์โครโฟน shure PGA48 รุ่นนี้ ถือว่าใช้งานได้ดีเลยทีเดียว แล้วก็ราคาอาจจะอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้ถึงกับแพงมากนักนะครับ ก็ลองไปหาซื้อกันได้ตามร้านขายเครื่องเสียงทั่วไปได้แล้ว และสำหรับร้านค้าออนไลน์ของเรา 108plaza ก็มีสินค้ามากมายเลยที่รอให้ทุกท่านเข้ามาเลือกซื้อเลือกซ็อปได้ เรามีโปรโมชั่นลดราคารออยู่ตลอด 24 ชั่วโมงด้วย พร้อมกับการลด แลก แจก แถมสินค้าอื่นๆ อีกมากมายด้วย

   

Review Light Pack 2 Gadget สำหรับช่วยให้มองหน้าจอทีวีในที่มึดได้ดียิ่งขึ้น แบบไม่เสียสายตาด้วย เจ๋งมาก

 

   สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่แอดมินได้นำมารีวิวกันในตอนนี้ ต้องเบอกเลยว่ากำลังอยู่ในการเริ่มต้นผลิตหรือการระดมทุนเพื่อที่จะผลิตขึ้นมาในเชิงพาณิชย์ หรือ ที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า click startup นั้นเอง แต่แอดมินมองเห็นว่ามันเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ดีมาก อ่านเจอในเว็บไซต์ต่างประเทศเห็นแล้วดีมากเลย ก็เลยนำมารีวิวกันเป็นที่แรกในบ้านเรา ที่นี่เลย 108plaza กับตัว LightPack 2

   ถึงแม้ว่าจะเป็น click startup ก็ตามแต่ ตัว Lightpack 2 ที่ว่านี้มันไม่ได้พึ่งเริ่มต้นทำมาเมื่อไม่นานนี้นะครับ แต่ทำออกมาให้ได้ใช้งานกันแล้วในรุ่น Lightpack เวอร์ชั่นแรก ที่สามารถใช้ได้กับตัวจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ในเวอร์ชั่น 2 นี้คือปรับเปลี่ยนการใช้งานให้มันดูหลากหลายขึ้น สามารถใช้กับทีวีได้ด้วย แต่แอดมินต้องขออธิบายเบื้องต้นแบบนี้ก่อนกว่า หลักการทำงานของมันจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นแรกหรือรุ่นใหม่นี้ จุประสงค์หลักคือ อย่างแรกเลย ป้องกันในเรื่องของการเสื่อมของสายตาเวลาที่มองหน้าจอในที่มึดๆ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มักจะปิดไฟในห้อง แล้วก็ดูทีวี เล่นคอมพิวเตอร์ อะไรแบบนี้นะครับ ก็ทำให้มักจะเกิดปัญหาในด้านของสายตาสั้น สายตามีปัญหา อะไรแบบนี้ ตัว Lightpack 2 ตัวนี้ก็จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการดูหน้าจอได้คมชัดมากยิ่งขึ้นในที่มึดอีกด้วย เรียกว่าเป็นอะไรที่ดีมากๆ เลย เพราะเดี่ยวนี้เนี่ยผู้คนส่วนใหญ่มักจะติดอยู่กับหน้าจอกันเยอะขึ้น ทั้งหน้าจอคอม หน้าจอมือถือ หน้าจอทีวี แล้วก็ชอบดูในที่มึดๆ ด้วยเนี่ยนะครับ ใครที่ชอบเป็นแบบนี้บ่อยๆ ต้องมาติดตาม gadget ตัวนี้กันเลย

   ซึ่งตัว Lightpack 2 นี้มันก็จะคล้ายๆ กับตัวหลอดไฟที่เพิ่มความส่องสว่างให้กับบริเวณรอบๆ หน้าจอของเรา จะเอาวางไว้ด้านหลังตัวทีวี นอกจากเพิ่มความสว่างแล้วก็จะจะเพิ่มความคมชัดในการดูทีวีอีกด้วย ซึ่งตัส lightpack 2 ตัวนี้จะมาพร้อมกับพอร์ดเชื่อมต่อมากถึง 4 ช่องกันเลยทีเดียว แล้วก็จะสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกอย่างเข้าด้วยกันทางด้านหลังจอทีวีด้วยพอร์ด HDMI นั้นเอง แล้วจากนั้นก็เอาไปวางไว้ทางด้านหลังทีวี ซึ่งตัว lightpack 2 ตัวนี้จะทำการเชื่อมต่อกับโคมไฟที่เป็นลักษณะกรอบ 4 เหลี่ยมเพื่อให้แสงสว่างได้รอบทิศทาง แต่จะเรียกว่า pixel wireless LED นี่นะครับ มันจะเป็นคล้ายๆ โคมไฟแบบไร้สาย แล้วก็จะส่งงานผ่านตัวควบคุมอีกทีหนึ่ง ตัวโคมไฟไร้สายนี้ก็จะมีแบตเตอร์รี่ในตัว เมื่อชาร์จจนเต็มหนึ่งครั้ง จะสามารถใช้งานได้ประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่อแบตหมดต้องเอาไปชาร์จก่อน แล้วตัวโคมไฟไร้สายตัวนี้ก็จะรับคำสั่งจากตัว lightpack 2 ตัวนี้อีกทีหนึ่ง โดยสามารถจะเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านตัวสมาร์ทโฟนเพื่อสั่งงานปิดหรือเปิดแสงไฟหรือโคมไฟที่ว่ามานี้ได้ด้วย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการดูทีวีของคุณให้ได้ง่ายขึ้นด้วยนั้นเอง เราสามารถที่จะเอาโคมไฟ pixel wireless LED ตัวนี้ไปไว้ตรงไหนของหน้าจอก้ได้ เพื่อเพิ่มการดูทีวีหรือการเล่นเกมส์ผ่านหน้าจอทีวีได้สมจริงมากยิ่งขึ้นด้วยนะครับ แล้วที่สำคัญก็อย่างที่บอกไป มันจะช่วยในเรื่องของการถนอมสายตาด้วย เพิ่มความสว่างด้วย

   การเชื่อมต่อตัว lightpack 2 ตัวนี้เข้ากับตัวสมาร์ทโฟนที่สามารถใช้งานร่วมได้ทั้งฝั่ง Android แล้วก็ IOS นะครับ โดยจะต้องดาวน์โหลดแอปพลีเคชั่นที่ชื่อว่า Lightpack app นั้นเอง เมื่อดาวน์โหลดมาติดตั้งแล้ว ภายในแอปก็ยังสามารถที่จะใช้เพิ่มเพื่อความสว่างในห้องของคุณได้ด้วยในกรณีที่ทีวีก็ยังปิดอยู่ ก็เหมือนกับว่าเราได้โคมไฟส่องสว่างที่ไม่ต้องเดินไปเปิดในเวลากลางคืนให้เมื่อย เพียงแค่คว้ามือถือขึ้นมา แล้วจากนั้นก็เข้าไปสั่งเปิดไฟแล้วก็จะมองเห็นในที่มึดหรือในห้องนอนของเราได้แบบสบายๆ เลย นอกจากฟังก์ชั่นที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้น ยังมีรายละเอียดที่แยกย่อยไปกว่านี้อีกมากเลยทีเดียว แต่คงต้องให้ทาง click starter นั้นได้พัฒนาแล้วก็ออกมาเป็นรูปเป็นร่างกว่านี้อีกสักนิดหนึ่ง แล้วก็จะได้มาริวิวกันในแบบฉบับเต็มๆ กันต่อไปนะครับ

   ก็ต้องบอกกับเพื่อนๆ ว่าถึงแม้จะมี gadget สินค้าอินทเรนด์ ตัวนี้ที่นำมารีวิวครั้งนี้มาช่วยในการมองทีวีแบบไม่เสียสายตาของคุณแล้วนั้นนะครับ ก็ต้องดูแลสุขภาพสายตาของตัวเราเองด้วยการเปิดไฟเพื่อให้ความสว่างมันเพียงพอต่อการมองจอไมว่าจะเป็นจอทีวีหรือจออื่นๆ ก็ตามแต่ เพื่อสุขภาพสายตาที่เราต้องดูแลมันให้ดีเนี่ยนะครับจะได้ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตานั้นเองครับ

อบขนมให้ตรงใจกับเตาอบไฟฟ้า ZANUSSI รุ่น ZOT105KX

 

   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะค่ะ มาพบกันอีกแล้วเมื่อเรามาพบกันแบบนี้ก็ต้องมีอะไรที่น่าสนใจมาแนะนำเพื่อนๆอยู่แล้วค่ะ สำหรับวันนี้สินค้าอินเทรนด์ที่เราอยากจะแนะนำนั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งที่แม่บ้านหรือว่าเพื่อนๆคนไหนที่ชื่นชอบในเรื่องของการทำขนมแล้วล่ะก็ต้องถูกใจกับสินค้าอินเทรนด์ที่เราจะแนะนำวันนี้อย่างแน่นอนค่ะ เกรินนำมาเยอะแล้วเรามาเริ่มทำความรู้จักกับเตาอบไฟฟ้า ZANUSSI รุ่น ZOT105KX แค่พูดถึงเตาอบก็คงจะมีเพื่อนๆหลายคนให้ความสนใจกับบทความนี้แล้วอย่างแน่นอน เนื่องจากในตอนนี้กระแสในเรื่องของการทำขนมเองกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะขนมจำพวกเบเกอรี่ที่ต้องอาศัยเตาอบช่วยในเรื่องของการอบขนมนั้นเอง เพื่อนๆก็คงกำลังมองหาเตาอบคู่ใจอยู่ใช่ไหมล่ะซึ่งเตาอบในปัจจุบันนี้ก็มีการผลิตคิดค้นและพัฒนาไปอย่างมากมายหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งมันสามารถที่จะทำให้เราเลือกได้มากยิ่งขึ้นและให้ตรงกับความต้องการหรือว่าวัตถุประสงค์ของการใช้ได้ตรงมากยิ่งขึ้นนั้นเอง เตาอบสำหรับเพื่อนๆที่ทำขนมเพื่อเป็นงานอดิเรก หรือทำยามว่างไม่ได้ทำเป็นอาชีพแบบทำขายในจำนวนล่ะมากๆ ก็สามารถที่จะเลือกเตาอบขนาดเล็กและใช้งานง่ายได้ เตาอบไฟฟ้า ZANUSSI รุ่น ZOT105KX ก็เป็นเตาอบไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่นที่มีขนาดเล็กและใช้งานได้ง่าย เอาเป็นว่าเรามาลองทำความรู้จักกับเตาอบรุ่นนี้ดูเผื่อที่มันจะสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเพื่อนๆที่กำลังมองหาเตาอบอยู่ก็เป็นได้

   ไหนๆเราก็พูดถึงเรื่องของเตาอบไฟฟ้ากันแล้ว เตาอบไฟฟ้า ZANUSSI รุ่น ZOT105KX เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ วันนี้เรามาทำความรู้จักว่ามันน่าสนใจมากน้อยเพียงไหนกันนะค่ะ สำหรับข้อมูลโดยทั่วไปของเตาอบไฟฟ้ารุ่นนี้เป็นเตาอบตั้งโต๊ะ ความจะของเตาอบอยู่ที่ 42 ลิตร สามารถที่จะใช้งานได้ง่ายและสะดวกโดยเป็นการควบคุมการทำงานโดยการบิดลูกบิด มีฟังก์ชั่นการทำงานโดยกันถึง 5 ฟังก์ชั่น ซึ่งทำให้เราสามารถที่จะทำอาหารหรือว่าขนมได้หลากหลายรูปแบบออกไปอีกด้วยนะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการอบ การอบพร้อมกับลมร้อน การย่าง การย่างพร้อมพัดลมร้อน และการย่างพร้อมกับแกนหมุน ซึ่ง 5 ฟังก์ชั่นที่ได้กล่าวมานี้สามารถที่จะทำให้เราสามารถที่จะทำอาหารและขนมได้ตามที่เราต้องการ เพราะไม่เพียงแต่ทำอาหารได้แล้วนั้น เรายังสามารถทำขนมในแบบต่างได้อีกด้วย เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาเตาอบที่สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบแล้วละก็ เตาอบไฟฟ้า ZANUSSI รุ่น ZOT105KX ก็คงจะเป็นที่ถูกใจไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีช่องใส่อาหารที่ทำจากเหล็กที่เคลือบด้วยสังกะสีซึ่งมีความปลอดภัยในการทำอาหารอย่างแน่นอนค่ะ เราสามารถที่จะตั้งอุณหภูมิในการอบได้ตั้งแต่ 90-230 องศาเซลเซียสเลยค่ะ ที่สำคัญเรายังสามารถที่จะตังเวลาในการอบได้อีกด้วยโดยสามารถตั้งเวลาได้ 60 นาทีพร้อมกับมีเสียงเตือนเมื่อครบเวลาที่ตั้งใจ กำลังไฟฟ้าสูงสุด 2,000 วัตต์ สำหรับในส่วนของตัวเครื่องนั้นเป็นสีดำแกรมสแตนเลสสตีล อุปกรณ์เสริมที่ได้มาพร้อมกับเตาอบก็จะเป็นที่จับสำหรับเครื่องย่างไฟฟ้า ที่จับอาหาร เหล็กเสียบสำหรับเครื่องย่างไฟฟ้า ในส่วนของปุ่มบิดนั้นสามารถที่จะควบคุมการทำงานในรูปแบบต่างๆ จากที่เราได้รีวิวมานี้ก็คงจะเป็นที่ถูกใจใครหลายๆคนอย่างแน่นอนใช่ไหมค่ะ

   เพื่อนๆก็จะได้เห็นแล้วว่าเตาอบไฟฟ้า ZANUSSI รุ่น ZOT105KX สามารถที่จะทำอะไรได้หลากหลาย ซึ่งสามารถที่จะตอบโจทย์สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ชื่นชอบในเรื่องของการทำอาหารและการทำขนมโดยเฉพาะขนมจำพวกเบเกอรี่ เชื่อได้ว่าเป็นเตาอบไฟฟ้าที่สามารถจะทำให้เราอบขนมได้อย่างถูกใจ การทำขนมในปัจจุบันก็มีหลากหลายรูปแบบออกไปไม่ว่าจะเป็นการทำเค้ก คุกกี้ ซึ่งขนมเหล่านี้ต้องอาศัยเตาอบให้อบขนมออกมาดูดีและน่าทาน การทำขนมปัจจัยที่สำคัญในการทำอีกหนึ่งปัจจัยนั้นก็คือเรื่องของไฟที่ใช้ในการอบนั้นเอง เตาอบในการทำขนมควรมีการตั้งไฟหรืออุณหภูมิของเตาอบที่ตรงตามกับการทำขนมของเรานั้นเอง ซึ่งเพื่อนคนไหนที่ชอบทำขนมก็จะทราบกันดีในเรื่องของอุณหภูมิของการอบขนมอยู่แล้ว ดังนั้นการแนะนำและรีวิวเตาอบรุ่นนี้ไป ก็คงจะสามารถเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกหรือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเพื่อนๆที่กำลังมองหาเตาอบทำขนมนั้นเองค่ะ เอาเป็นว่าการรีวิววันนี้ก็คงจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆหลายๆคน เรามาติดตามดูกันว่าวันต่อไปเราจะเอาสินค้าอะไรมาแนะนำให้เพื่อนได้รู้จักกันอีกนะค่ะ

เครื่องตีแป้ง FRY KING สำหรับคนรักการทำอาหารและขนม

 

   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะค่ะสำหรับวันนี้จะมาพูดถึงเรื่องขอการทำขนมค่ะ เนื่องจากตอนนี้กระแสของการทำขนมจำพวกเบเกอรี่กำลังเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมและความสนใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นขนมจำพวกที่ต้องใช้เตาอบ เช่น เค้ก คุกกี้ พาย ขนมประเภทนี้ต้องอาศัยเตาอบในการทำ ซึ่งสำหรับการทำขนมจริงๆแล้วก็มีอุปกรณ์หลายชนิดด้วยกัน สิ่งที่สำคัญในการทำที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเครื่องตีแป้งนั้นเอง การจะทำให้เนื้อของขนมขึ้นฟู มีเนื้อที่เนียนนั้น ปัจจัยที่สำคัญก็คือการผสมแป้ง การตีแป้งให้เนียนนั้นเอง วันนี้เราเลยจะชวนเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับเครื่องตีแป้งนั้นเองค่ะ บางคนอาจจะยังไม่รู้จักกับเครื่องตีแป้งแต่สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่รู้จักและชื่นชอบในเรื่องของการทำขนมแล้วละก็คงจะต้องรู้จักเป็นอย่างดีแน่นอนเลยค่ะ สำหรับเครื่องตีแป้งหรือเครื่องผสมอาหารนั้นปัจจุบันหรือในตอนนี้ก็กลายเป็นสินค้าอินเทรนด์อีกหนึ่งชนิดเลยก็ว่าได้ เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและความสนใจพร้อมกับสินค้าอินเทรนด์ประเภทเตาอบ ซึ่งสองสิ่งนี้มันจะมาคู่กันเสมอ สำหรับเครื่องตีแป้งที่เราจะมารีวิวกันในวันนี้จะเป็นเครื่องตีแป้งยี่ห้อ FRY KING รุ่น FR-210 ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าอีกหนึ่งชิ้นที่มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว หากเพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับการทำขนมบทความนี้อาจจะพอเป็นแนวทางและทางเลือกในการช่วยตัดสินใจได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

   เอาเป็นว่าเรามาเริ่มทำความรูจักกับเครื่องตีแป้งยี่ห้อ FRY KING รุ่น FR-210 กันเถอะค่ะ ว่าทำไมถึงได้มีความน่าสนใจและกลายมาเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ได้รับความสนใจจนกลายมาเป็นที่นิยมในปัจจุบันได้ สำหรับเครื่องตีแป้งยี่ห้อ FRY KING รุ่น FR-210 เป็นเครื่องตีแป้งหรือจะเรียกว่าเครื่องผสมแป้งแบบตั้งโต๊ะ ซึ่งมันสามารถที่จะทำอะไรได้หลายอย่าง ในส่วนของขนาดความจุของตัวเครื่องนั้นสามารถที่จะจุได้ 5 ลิตร มาดูในส่วนของตัวเครื่องกันก่อนนะค่ะ ส่วนของตัวอ่างผสมที่ใช้สำหรับใส่ส่วนผสมต่างๆนั้นจะเป็นอ่างผสมที่ทำมาจากสแตนเลสที่มีคุณภาพอย่างดี ทำให้เราสามารถที่จะทำความสะอาดอ่างได้ง่ายที่สำคัญยังไม่เป็นสนิมอีกด้วยค่ะ ต่อไปมาดูในส่วนของตัวเครื่องกันนะค่ะตัวเครื่องนั้นจะทำมาจากพลาสติกแข็ง แต่สามารถที่จะใช้งานได้ทนทานและใช้เป็นเวลานานได้ค่ะ สำหรับรุ่นนี้ตัวเครื่องนั้นจะเป็นสีแดงเลือดหมูซึ่งทำให้ทำความสะอาดตัวเครื่องได้ง่ายและไม่สกปรกอีกด้วยค่ะ ที่สำคัญเครื่องตีแป้งยี่ห้อ FRY KING รุ่น FR-210 มีฝาปิดโถมาให้ด้วยซึ่งในส่วนของฝาปิดโถนั้นก็มีช่องสำหรับเติมส่วนผสมต่างๆลงไปในขณะที่เครื่องทำงานได้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ส่วนผสมนั้นกระเด็นออกมานั้นเองค่ะ เห็นไหมค่ะมันเป็นอะไรที่สะดวกมากสำหรับคนที่ชอบทำอาหารหรือทำขนม ต่อมานอกจากจะสะดวกสบายแล้วยังมีหัวตีที่มีให้ถึง 3 หัว คือเราสามารถที่จะเลือกใช้ให้ตรงตามความต้องการของเราได้เลย หัวตี 3 หัว เป็นแบบ หัวตะกร้อ หัวตะขอและก็หัวใบพายค่ะ ทั้ง 3 แบบสามารถที่จะนำมาใส่เข้ากับเครื่องตีได้ ให้เราตีแป้งได้ในแบบที่เราต้องการ ในส่วนของความเร็วในการหมุนของเครื่องเราก็ยังสามารถเลือกระดับความเร็วได้เช่นกัน โดยเครื่องตีแป้งยี่ห้อ FRY KING รุ่น FR-210 สามารถที่จะเลือกความเร็วได้ถึง 6 ระดับด้วยกันค่ะ เราต้องการความเร็วในระดับไหนหัวตีแบบไหนเราก็สามารถที่จะเลือกได้ซึ่งถือได้ว่าเป็นคุณสมบัติที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวค่ะ สำหรับประเภทของกำลังไฟฟ้าที่ใช้ก็ใช้ไฟฟ้าบ้านทั่วไป 220 V- 50 Hz/ 800 W ส่วนน้ำหนักของตัวเครื่องก็อยู่ที่ประมาณ 10 กิโลกรัม ถือได้ว่าเป็นเครื่องตีแป้งที่เหมาะสำหรับนำมาใช้ในการทำเบเกอรี่ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเค้ก คุกกี้ต่างๆ ซึ่งใช้สำหรับผสมแป้ง ตีแป้ง ตีไข่และก็ผสมอาหาร

   เพื่อนๆจะเห็นได้แล้วว่าเครื่องตีแป้งยี่ห้อ FRY KING รุ่น FR-210 เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่น่าสนใจที่เราได้นำมาแนะนำให้ได้รู้จักกัน เพื่อนๆคนไหนที่กำลังสนใจหรือมองหาเครื่องตีแป้งเมื่อมาเจอกับบทความนี้ก็คงจะเป็นประโยชน์ให้เพื่อนๆได้ไม่มากก็น้อยนะค่ะ ลองศึกษาดูข้อมูลต่างๆดูให้ตรงกับความต้องการนำไปใช้ประโยชน์ของเราให้ดีนะค่ะ เครื่องตีแป้งปัจจุบันนี้ก็มีหลากหลายยี่ห้อและหลากหลายรุ่นออกไป ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ล่ะคนค่ะ เครื่องตีแป้งยี่ห้อ FRY KING รุ่น FR-210 ก็คงจะได้เป็นอีกหนึ่งรุ่นเป็นหนึ่งตัวเลือกในการตัดสินใจได้ค่ะ

   

อยากรู้เรื่องสินค้าโดนๆ gadget ไอที สินค้าอินเทรนด์ ติดตามได้เรามีรีวิวดีๆให้ท่านได้ศึกษา