รีวิวลำโพงบลูทูธ GGMM E5 ให้เสียงเพราะ ฟังอิ่มๆ พร้อมเบสนุ่มๆ ต้องลำโพงแบรนด์น้องใหม่รุ่นนี้เลย

 

   เปิดมาช่วงต้นปีแบบนี้ก็ต้องมี gadget ดีๆ สินค้าเด็ดๆ มาทำการรีวิวให้เพื่อนๆ ชาว 108plaza ได้อ่าน ได้ติดตามกันอีกเช่นเคย ในตอนนี้เราอยู่กับสินค้าแบรนด์น้องใหม่ที่มีชื่อว่า GGMM หลายท่านอาจจะยังไม่คุ้นหูคุ้นตากันสักเท่าไหร่ ก็ต้องมาอ่านรีวิวกันสิว่า คุณภาพการใช้งานเป็นอย่างไร มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันหรือไม่ กับ กลุ่มประเภทสินค้าลำโพงบลูทูธที่มีชื่อรุ่นว่า GGMM E5 ตัวนี้เลย

   สำหรับลำโพงพกพารุ่นนี้ ถ้าใครที่ไม่ยึดแบรนด์ดังๆ เป็นหลัก ก็ถือว่าตอบโจทย์ แล้วใครที่งบน้อย ไม่อยากเสียเงินซื้อลำโพงในราคาหลักหมื่น ก็ถือว่าตอบโจทย์เช่นเดียวกัน แต่ราคาจะเท่าไหร่นั้นรออ่านในช่วงท้ายบทความรีวิวได้เลย ลำโพงบลูทูธรุ่นนี้เปิดตัวมาให้เลือกใช้งานด้วยกันอยู่ 2 สี ก็คือ สีขาวและสีดำ สำหรับสเปคที่เขียนติดกันเอาไว้ข้างกล่องนั้น ก็จะมีตั้งแต่ สามารถที่จะกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ เพราะมีไมค์โครโฟนติดมาให้ ถัดมาก็จะเป็นการเชื่อมต่อแบบไร้สาย แน่นอนว่าต้องเป็นบลูทูธ เป็นเวอร์ชั่น 4.0 พร้อมกับเหมาะเป็นลำโพงพกพา เพราะตามรูปก็จะมีสายคล้อง หรือ สายหิ้วก็ได้ แถมมาให้ด้วย ความหนาของตัวลำโพงเองเพียงแค่ 4.2 เซนติเมตรเท่านั้นเอง นอกจากนั้นก็ยังมีสเปคภายในบอกมาอีกด้วยว่า ภายในตัวลำโพงนั้นอัดแน่ไปด้วยตัว driver หรือตัวดอกลำโพงแบบ Full range ที่ให้ทั้งเสียงทุ้ม เสียงกลาง เสียงแหลม ภายในตัวเดียว ให้มาภายในจำนวน 2 ตัว มีขนาดตัวละ 2.25 นิ้ว แต่ที่เหนือไปกว่านั้น ยังมีตัว driver แบบ mid range อีกจำนวน 2 ตัว มีขนาดเท่ากันคือ 2.25 นิ้ว ที่จะให้พลังเสียงในย่านเสียงกลางต่ำและเสียงเบสเข้ามาช่วยให้มิติเสียงมันครบถ้วนขึ้น รวมทั้งหมดภายในก็จะมีดอกลำโพงจำนวน 4 ตัวด้วยกัน นอกจากนั้นก็ยังมีช่องจูนเสียงเบสที่เป็นช่องลมที่เรียกว่า passive radiator จำนวน 2 ตัวด้วยกัน ในส่วนของกำลังขับนั้นก็คือ 20wrms นอกจากนั้น การใช้งานแบบพกพาก็คือภายในตัวลำโพงเอง ก็จะมีแบตเตอร์รี่ในตัว การชาร์จหนึ่งครั้งจะสามารถใช้งานได้นานถึง 15 ชั่วโมงในความดังระดับปานกลาง แต่ช้าใครที่ชอบความสะใจเปิดดังๆ เร่งสุดๆ ก็จะใช้งานได้ประมาณ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ก็ถือว่าเป็นลำโพงที่พกพาไปท่องเที่ยว ไปเปิดฟังเพลงในที่ต่างๆ ได้สบายๆ ใช้งานกันยาวๆ ได้ แถมยังสามารถที่จะทำเป็นเพาเวอร์แบงค์ได้อีกด้วย เนื่องจากความจุของแบตเตอร์รี่ค่อนข้างเยอะ ก็จะมีพอร์ด USB ให้เสียบชาร์จแบตมือถือได้ชั่วคราวด้วย

   สำหรับอุปกรณ์เสริมที่ให้มาภายในกล่องลำโพงบลูทูธ GGMM E5 รุ่นนี้ก็มีเพียงแค่สายคล้องสีน้ำตาลมาให้ พร้อมกับ adaptor ชาร์จไฟ พร้อมสายชาร์จ มีแค่นี้เท่านั้น ไม่มีสายแจ็ค 3.5 มม. แถมมาให้ด้วย ในส่วนของขนาดตัวลำโพง ความกว้างอยู่ที่ 26.5 ซม. ความสูง 15.5 ซม. ก็เป็นลำโพงพกพาที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มาก พกพาง่าย แต่ตัวลำโพงอาจจะหนักสักนิดหนึ่ง หนักอยู่ที่ 1.3 กก. ก็ค่อนข้างหนักสักนิดหนึ่งเนื่องจากบอดี้ด้านหน้าเป็นตะแกรงเหล็ก พร้อมกับด้านบนก็เป็นอะลูมิเนี่ยม แต่บอดี้ด้านหลังเป็นพลาสติกที่แข็งแรงดี สามารถใช้งานแบบลุยๆ ได้ แต่ไม่สามารถกันน้ำได้ ก็ต้องระวังกันสักนิดหนึ่ง ถ้าใครที่ชอบเที่ยวทะเล เที่ยวน้ำตก

   จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างของลำโพงพกพารุ่นนี้ก็คือ ถ้าสังเกตจากในรูปจะเห็นว่ามีปุ่ม volume อยู่ 2 ปุ่ม จะเป็นปุ่มสำหรับปรับเสียงทุ้ม ปรับเสียงแหลม ได้ตามต้องการ ใครที่ชอบโทนเสียงแบบไหนเลือกปรับกันได้เองเลย ซึ่งฟังก์ชั่นนี้จะหาได้ยากในลำโพงราคาหลักพัน โดยสเปคเองจะตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 80Hz ไปจนถึงความถี่สูงที่ 20kHz กันเลยทีเดียว นอกจากนั้นก็จะมีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเลื่อนเพลง ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงและปุ่มกด pair Bluetooth อยู่ทางด้านหลัง พร้อมกับมีช่องเสียง AUX input 3.5 มาให้ใช้งานได้ด้วย แต่ต้องหาสายเชื่อมต่อเอง ไม่มีแถมมาให้

   สำหรับเรื่องของบุคลิกเสียงหรือแนวเสียงที่หลังจากแอดมินเองได้ทดสอบใช้งานลำโพงพกพา GGMM E5 รุ่นนี้แล้ว ก็รู้สึกได้ว่าลำโพงรุ่นนี้ไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบบ้าพลัง เอาเบสหนักหน่วง เอาพลังเสียงที่สะใจ เอามันส์อย่างเดียว แบบนั้นไม่ใช่ แต่ลำโพงรุ่นนี้จะออกไปในทางแนวเสียงแบบผู้ดี เป็นเสียงเพราะๆ ฟังสบายๆ เวทีเสียงกลางกว้างๆ เสียงแหลมใสๆ พร้อมกับเบสที่นุ่ม ส่วนราคาก็อยู่ที่ประมาณ 4,xxx บาทเท่านั้นเอง ก็สามารถไปลองหาฟังเพลงด้วยหูของทุกท่านเองว่าชอบหรือไม่ชอบอย่างไรได้แล้วทั่วประเทศ

รีวิวกีตาร์ชั้นนำของโลก Taylor GS Mini-e Koa FLTD กีตาร์ TOP 5 ที่เหมาะกับการพกพามากที่สุด

 

   มาเอาใจคนชอบเล่นดนตรีกันสักนิดหนึ่งดีกว่า โดยเฉพาะคนที่ชอบเล่นกีตาร์ ในตอนนี้ 108plaza เรามีกีตาร์เสียงดีอีกหนึ่งรุ่น ที่จัดได้ว่าเป็นกีตาร์ในระดับ Hi-end เลยก็ว่าได้ มีชื่อรุ่นว่า Taylor GS Mini-e Koa FLTD ซึ่งเป็นกีตาร์ที่มีรูปทรงสวย แต่มีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินทาง สามารถเอากีตาร์ตัวโปรดนี้ใส่กระเป๋าสะพายเอาขึ้นเครื่องไปต่างจังหวัดไปต่างประเทศได้ ในงบราคาประมาณ 25,xxx บาท ใครที่วางงบเอาไว้ประมาณนี้และอยากได้กีตาร์ที่เห็นแล้วสวยจับใจก็ลองมาอ่านรีวิวกันดูว่ารายละเอียดของกีตาร์รุ่นนี้เป็นอย่างไร

   ต้องบอกเลยว่ากีตาร์เสียงดีรุ่นนี้ นอกจากที่จะเป็นกีตาร์สำหรับคนที่อยากจะมีกีตาร์เอาไว้เพื่อพกพาสะดวกๆ สักตัวหนึ่งแล้ว ตัวนี้ก็ตอบโจทย์เพราะมีขนาดเล็กตามชื่อรุ่น Mini-e แต่มันก็ยังเป็นกีตาร์คอสั้น แล้วก็ คอเล็ก ด้วย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านไหน ที่อยากจะให้ลูกเล่นกีตาร์เป็น แล้วก็อยากได้กีตาร์ที่อยู่ในระดับ Hi-end อย่างที่บอกไปแล้ว ก็ค่อนข้างที่จะตอบโจทย์เช่นเดียวกัน เด็กที่ตัวเล็กๆ ก็จะสามารถเล่นได้ มีมือเล็กๆ ก็จะสามารถจับคอกีตาร์รุ่นนี้ได้เช่นเดียวกัน ความสั้นของคอกีตาร์รุ่นนี้มีแค่ 20 เฟกหรือว่า 20 ช่องเท่านั้นเอง แล้วจุดเด่นที่ถือไดว่ากีตาร์ที่เป็นแบรนด์ดังราคาแพงๆ แบบนี้ ก็ยอมรับเลยว่าจุดเด่นอย่างเดียวที่ใครๆ ก็หาไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่จะมีลวดรายที่เป็นกีตาร์เพียงตัวเดียวในโลก ไม่มีตัวอื่นเหมือน ถึงจะมีเหมือนแต่ก็เหมือนไม่มาก เพราะลวดลายของไม้ที่อยู่ในของคอกีตาร์รุ่นนี้เป็นเนื้อไม้แบบอิโมนี่ เป็นเนื้อไม้อย่างดีที่บางตัวก็จะมีสีดำสนิท พร้อมกับมีลวดลายของตัวมันเอง แต่กีตาร์บางตัวก็จะมีสีจางๆ ไม่ใช่สีดำสนิท ตรงนี้สามารถที่จะเลือกได้เลยว่าเราชอบสีไหน ลวดลายแบบใด ก็มีตัวเดียวในโลกอย่างที่บอกไป แล้วตรงบริเวณด้านหน้าตัวกีตาร์นั้น จะเป็นเนื้อไม้ที่เรียกว่าไม้โคอะ แล้วต้องบอกเลยว่าเนื้อไม้โคอะนี้ มันถือว่ามีเรื่องราวมากมายที่บ่งบอกถึงงความพรีเมี่ยม เนื้อไม้โคอะนี้เป็นเนื้อไม้ที่มาจากต้นโคอะจริงๆ เลย มีพบมากในแถบฮาวายด์ ที่ประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งความพิเศษของต้นไม้โคอะนี้ จะเติบโตในพื้นที่ที่มีลาวาไหลมาปกคลุมเท่านั้น ซึ่งแน่นอว่าเนื้อไม้แบบนี้ ต้นไม้ชนิดนี้ มันก็เลยหาได้ค่อนข้างยากสักนิดหนึ่ง แล้วก็มีไม่มาก มันก็เลยทำให้มีราคาเนื้อไม้ที่แพง แล้วยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนำมาทำเป็นกีตาร์แล้ว ก็ยิ่งทวีความแพงของราคาเพิ่มขึ้นไปอีก แต่พอหลังจากที่แอดมินเองก็ลองเข้าไปสอบถามผู้รู้หรือกูรูที่มีความรู้ทางด้านกีตาร์ด้วยแล้ว และ มีความรู้พอที่จะทราบถึงเรื่องราวของเนื้อไม้โคอะนี้แล้วด้วย ก็มีความรู้บอกมาแบบนี้ว่า สาเหตุที่เขาเอาเนื้อไม้โคอะนำมาทำเป็นกีตาร์ ก็เพราะว่ามันเป็นไม้เนื้อแข็ง ที่เวลานำมาทำกีตาร์แล้วเสียงจะพุ่งมาก ความดังของเสียงกีตาร์ก็จะดังกว้าง กังวานดีมากเลย ซึ่งข้อแตกต่างที่แอดมินเองได้สัมผัสจากกีตาร์รุ่นนี้ก็พบว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะกีตาร์ตัวเล็กๆ ทั่วไป เวลาเล่นเวลาติด มันจะเสียงไม่ได้ดังมากสักเท่าไหร่ แต่กีตาร์รุ่นนี้ตัวเล็กๆ แบบนี้แต่เสียงค่อนข้างที่จะดังเกินตัวเลยทีเดียว

   ด้านหลังของกีตาร์รุ่นนี้ก็เป็นเนื้อไม้โคอะเช่นเดียวกัน แต่ก็มีจุดเด่นที่ต่างกันกับกีตาร์ทั่วไปที่ด้านหลังจะทำแบบเรียบๆ เลย แต่กีตาร์รุ่นนี้ถ้าได้ลองเอามือลูบๆ ไปจะรู้สึกได้ว่ามีนูนๆ คล้ายกับเนินหลังเต่านิดๆ แต่ไม่ได้นูนมาก ซึ่งเป็นการออกแบบห้องเสียงภายในให้มีการส่งเสียงให้พุ่งออกไปทางด้านหน้ามากขึ้นนั่นเอง ตรงบริเวณตูดกีตาร์ จะมีช่องเสียบแจ็ค เสียบสายกีตาร์ ซึ่งกีตาร์ตัวนี้จะเป็นกีตาร์โปร่งไฟฟ้าด้วย ถ้าจะเสียบสายเล่นกับตู้มอนิเตอร์หรือตู้แอมป์กีตาร์แล้ว ก็จะต้องใส่ถ่านที่บริเวณตูดกีตาร์ด้วย พร้อมกับมีปุ่ม volume ปรับเพิ่มลดระดับเสียงอยู่ด้วย ถัดมาก็จะมีปุ่มควบคุมสามารถปรับโทนเสียงแหลม และ โทนเสียงทุ้มได้ด้วย

   ก็ถือได้ว่ากีตาร์รุ่น Taylor GS Mini-e koa FLTD ตัวนี้เป็นกีตาร์เสียงดีอีกหนึ่งตัวที่น่ามีเก็บไว้สะสมสำหรับนักดนตรีและคนที่ชอบเล่นกีตาร์ทั้งหลาย เชื่อว่าถ้าไปเห็นตัวจริง เห็นลวดลายความสวยงามจริงๆ แล้วก็น่าจะชอบกันทุกคนเลยทีเดียว เพราะชิ้นส่วนต่างๆ จะเป็นของ Taylor ทั้งหมดเลยทั้งตัวจูนเนอร์เองและตัวสายกีตาร์เองก็เป็นสายคุณภาพดีด้วย

รีวิว Samsung Galaxy C9 Pro สมาร์ทโฟนที่จัดว่าดีที่สุดใน Galaxy แต่คนไทยไม่รู้จัก

 

   Samsung Galaxy C9 Pro RAM 6 GB กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล จัดว่าดี จัดว่าเด็ด และเด็ดที่สุกใน Galaxy เลยก็ว่าได้ แต่ที่น่าเสียดายคือ ในซีรีส์ C นี้ ในเมืองไทยของเราไม่มีวางจำหน่าย แล้วเพื่อนๆ ก็คงจะสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วทำไมแอดมินนำเอาสินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้มารีวิว คำตอบก็คือว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มันมีอะไรที่น่าสนใจ และ จัดว่ามันดีที่สุดที่เคยจับสมาร์ทโฟนตระกูล galaxy มาเลยก็ว่าได้ในเวลานี้ ในช่วงท้ายปี 2016 ลากยาวมาช่วงต้นปี 2017 นี้เลย แล้วมันดีอย่างไร ไปติดตามกัน

   ถ้าเมืองไทยเราคุ้นชีนกับซีรีส์ Note หรือซีรีส์ S ที่เป็นรุ่นยอดนิยมของทาง ซัมซุง อย่างไร ในซีรีส์ C ตรงนี้ก็เรียกว่าจะได้ความรู้สึกประมาณนั้นเหมือนกัน ภายในกล่องก็จะมีให้มาครบ พร้อมกับพอร์ด USB Type C ด้วยก็จะชาร์จเร็วกว่าปกตินิดหน่อย มาที่ตัวเครื่องกันบ้าง ตอนนี้ซัมซุงเน้นหน้าจอที่เป็นแบบ Always on display เกือบทั้งหมดแล้ว ก็คือจะเปิดเอาไว้ตลอดเวลา แต่ไม่สามารถ touch ได้ จะเอาไว้ดูเวลา ดูการแจ้งเตือนต่างๆ ได้แบบไม่ต้องปลุกหน้าจอ ในส่วนสเปคนั้นจะรองรับ NFC ด้วย หน้าจอใหญ่แต่การจับถือค่อนข้างถนัดมือ เพราะตัวเครื่องบาง ด้านหลังมาพร้อมกับแฟลชคู่ พร้อมกับลำโพงคู่ จะอยู่ด้านล่างเครื่อง 1 จุด จะให้มิติเสียงทุ้มๆ เสียงเบส และ ลำโพงอีกหนึ่งตัวอยู่ด้านบนให้มิติเสียงแหลม จัดว่าโดดเด่นในเรื่องของคุณภาพเสียง

   มาดูสเปคตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 6 นิ้ว ความละเอียด Full HD ความละเอียดของกล้องทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังนั้นให้มาเท่ากันคือ 16 ล้านพิกเซล f/1.9 ทั้งคู่ด้วย ให้ RAM 6 GB พร้อมกับชิปประมวลผลเป็น snapdragon 653 ก็ถือว่าเป็นซีพียูตัวแรงที่ถูกพัฒนามาจากตัว 652 จัดว่าโดดเด่นในเรื่องสเปค มาพร้อมกับขนาดความจุแบตเตอร์รี่ที่ 4,000 mAh กันเลยทีเดียว ส่วนหน้าจอนั้นก็ยังคงเอกลักษณ์ของทาง Samsung ก็เป็นแบบ Super AMOLED สีสันหน้าจอก็ต้องบอกว่าใครที่ชอบสีสดๆ สว่างๆ แบบซัมซุงนั้นก็ถือว่าคุณภาพดีเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว พร้อมกับหน่วยความจำในตัวเครื่อง 64 GB แถมยังสามารถรองรับ 2 ซิม และมีช่องใส่เมมโมรี่แยกต่างหาก อัดแน่นกันเต็มๆ

   ในส่วนของการใช้งานทั่วไป ต้องบอกเลยว่าไม่พบปัญหาใดๆ สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลดีอยู่แล้ว เพราะสเปคระดับนี้แล้วถ้าการใช้งานทั่วไป การเข้าเว็บไซต์ การเล่นแอปพลีเคชั่นต่างๆ การเข้า-ออกแอป ก็ทำได้รวดเร็วดี ซึ่งจุดเด่นอีกหนึ่งอย่างที่ต้องยกนิ้วให้ซัมซุงที่พัฒนาเรื่องแบตเตอร์รี่ เป็นแบตที่อึดดีพอสมควร คือถ้าคนใช้งานปกติ มีเช็คโซเชียลบ้าง มีโทรเข้า-ออกบ้าง 2 วันใช้งานได้สบายๆ แต่ถ้าเล่นเกมส์ ก็อาจจะได้แค่ประมาณ 1 วันครึ่งเท่านั้น ในส่วนของการเล่นเกมส์ ก็ต้องบอกว่าสเปคมาดี แรมเยอะ ซีพียูได้ ก็ทำให้เกมส์ทุกเกมส์นั้นไหลลื่นแน่นอนที่เป็นเกมส์ใน android แต่สิ่งที่ต้องยกนิ้วให้ต่อมาก็คือ การมีลำโพงคู่ที่อยู่ทางด้านบนเพิ่มขึ้นมา มันจะเพิ่มอรรถรดของเสียงได้ดีขึ้น เล่นเกมส์ได้ค่อนข้างจะสนุกมากขึ้นด้วย ถัดมาอีกหนึ่งส่วนที่บอกกันตั้งแต่ช่วงต้นว่า ซีรีส์ C ตัวนี้ทำมาได้ดีแต่ไม่มาขายเมืองไทย เพราะตัวเซนเซอร์ที่จำเป็นอย่าง ไจโรสโคป ที่รองรับแว่น VR ก็มีมาให้ แต่ในซีรีส์ A9 pro ไม่มีมา แต่มีขายในบ้านเรา อะไรแบบนี้ ซึ่งคิดว่าอย่างไรก็ลองดูกันเอาเอง แต่ถ้าใครที่ไม่ใช้แว่น VR ก็คงไม่คิดมากอะไร

   จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างใน C9 Pro ตัวนี้กคือเรื่องกล้อง กล้องหน้า ต้องบอกว่ามีความคมชัดมาก แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นกล้องตามสไตล์เกาหลีอยู่ดี คือ ใครที่อยากทำรูปตัวเองออกมาคล้ายๆ การ์ตูน สีนัวๆ สีเกินจริง อะไรแบบนั้นอาจจะตอบโจทย์ แต่ถ้าใครที่ชอบภาพที่ออกมาเป็นธรรมชาติ สีตรงๆ อย่างไงมือถือซัมซุงก็ไม่ตอบโจทย์ตรงนี้ แน่นอน บอกอย่างนั้นได้เลย

 

   มาถึงอีกหนึ่งจุดเด่นของสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ Samsung galaxy C9 Pro ในส่วนของกล้องหลังที่ยังมีจุดด้อยตรงที่ว่ายังอัดวีดีโอที่ 60fps ยังไม่ได้ ได้แค่ Full HD เท่านั้น แต่จุดเด่นที่ซัมซุงทำได้ก็คืออัดวีดีโอได้ดี เสียงดี ภาพนิ่งดี แต่อย่างที่บอกไปว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไม่มีวางขายในบ้านเรา แต่ใครที่ไปหิ้วมา ในตัวเครื่องก็มีเมนูไทยให้ด้วย ใช้งานได้เลยในบ้านเรา แต่จัดว่าน่าสนใจและสเปคที่ให้มาแบบเต็มๆ กันเลยทีเดียว

รีวิว Lenovo K6 Note สมาร์ทโฟนแบตอึด 4,000 mAh ในราคาต่ำหมื่น

 

   หลังจากที่ Lenovo เองก็ตัดสินใจไปซื้อกิจการในกลุ่มตลาดสมาร์ทโฟนมาจากแบรนด์ดังอย่าง Motorola มาแล้วก็ถือว่า Lenovo เองก็ไม่ค่อยได้ผลิตสมาร์ทโฟนออกมาในแบรนด์นี้สักเท่าไหร่ แต่ในซีรีส์ K เองที่ผ่านมาอย่าง K5 Note ก็ได้รับความนิยมกันพอสมควร ล่าสุดเมื่อช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมา ลากยาวมาในช่วงต้นปี 2017 แบบนี้ สมาร์ทโฟนที่ให้คำนิยามว่า แบตอึด ราคาต่ำหมื่น ที่ให้ความคุ้มค่าในการใช้งาน ก็มีอยู่เช่นเดียวกัน ในแบรนด์ Lenovo แล้วสินค้าอินเทรนด์ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้ก็คือ Lenovo K6 Note นั่นเอง จะน่าสนใจอย่างไรไปดูกัน

   รอบๆ ตัวเครื่องของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอระดับ Full HD Display 401 ppi. ซึ่งตรงนี้ก็จัดว่าเด็ดในความคุ้มค่าแรกที่ให้คิดว่า ราคาต่ำหมื่น แต่มีความละเอียดหน้าจอที่คมชัดแบบนี้ ก็คุ้มค่า เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์ดังที่ให้มายังไม่ถึงขนาดนี้ในราคาระดับเดียวกัน ซึ่งการแสดงภาพที่ได้ออกมานั้น หน้าจอจะไม่ได้ออกแนวสีสันสดมากนัก แต่จะได้ความนุ่มนวลของสีและความคมชัดที่ดี ซึ่งหลายๆ คนก็น่าจะชอบเพราะมันสามารถดูหน้าจอได้นานๆ ไม่รู้สึกว่าจะแสบตามากนัก เน้นการดูที่สบายตามากกว่า ส่วนของความละเอียดกล้องหน้าให้มาที่ 8 ล้านพิกเซล พร้อมกับมีเซนเซอร์ ด้านข้างตัวเครื่องนั้น ก็จะสามารถรองรับซิมการ์ดได้ 2 ซิม แต่ซิม 2 จะต้องเลือกใส่ระหว่าง micro sd card หรือใส่ซิม ด้านหลังตัวเครื่อง ก็จะมาพร้อมกับ กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมกับไฟแฟลชแบบ ทูโทน ถัดมาด้านล่างก็จะเป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือ สามารถที่จะวางนิ้วสแกนได้ในขณะจอดำ ไม่ต้องปลุกหน้าจอก่อนก็สแกนได้เลย ก็ถือว่าเป็นข้อดีกว่าหลายๆ แบรนด์ เพิ่มความรวดเร็วในการใช้งานได้อย่างดี ด้านล่างตัวเครื่อง ยังคงใช้พอร์ดที่เป็น micro USB อยู่ ยังไม่เปลี่ยนเป็น Type C แต่อย่างใด ก็ถือว่าเป็นจุดด้อยที่อนาคตมือถือส่วนใหญ่เปลี่ยนไปแล้ว แต่จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างที่สัมผัสได้และมันคุ้มค่าก็คือ Lenovo เลือกใส่ลำโพงที่มีคุณภาพดีเลยทีเดียว เป็นระบบ Dolby atmos มาให้ด้วย ก็ถือว่าคุณภาพเสียงนั้นโดดเด่นเลยทีเดียว พร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่อาจจะรู้สึกหนักไปนิด ด้วยน้ำหนักที่ 169 กรัม แต่ก็แลกมากับความจุดแบตเตอร์รี่ที่ได้มากถึง 4,000 mAh ที่ให้ความอึดของแบตมาให้ใช้งานกันได้ยาวนานมากขึ้น บอดี้ตัวเครื่องนั้นเป็นโลหะทั้งชิ้น งานประกอบก็ถือว่าแน่นหนาดี ไว้ใจได้ในรุ่นที่ผ่านๆ มาจากแบรนด์ Lenovo เองด้วย ก็ถือว่าเป็นบอดี้โลหะที่ระบายความร้อนได้เร็ว แต่ถ้าเล่นไปนานๆ ก็อาจจะรู้สึกว่าตัวเครื่องมันร้อนเร็วเหมือนกันแต่เป็นเรื่องปกติของบอดี้โลหะอยู่แล้ว

   สำหรับภายในตัวเครื่องนั้น มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.1 M ชิปประมวลผลภายในเป็น snapdragon 430 64-bit Octa-core RAM 4 GB ซึ่งหลังจากที่แอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมากันแล้วก่อนหน้าที่จะมาเขียนรีวิว ก็พูดได้เลยว่า การใช้งานทั่วไป การเล่นโซเชียล การเข้าเว็บไซต์ การเข้าแอปพลีเคชั่น โทรเข้า โทรอก ก็ไม่มีปัญหาอะไร ใช้งานได้ไหลลื่นเป็นปกติ แต่แน่นอนว่า หลายๆ คนกำลังมองหาความคุ้มค่าที่ Lenovo ทำได้ดีในรุ่นผ่านๆ มาก็คือ เรื่องของความบันเทิง ทั้งเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม ก็มีมาให้ในรุ่นนี้เช่นเดียวกัน หรือ จะเป็นในเรื่องของการเล่นเกมส์ ก็ต้องบอกอีกว่า Lenovo K6 Note เครื่องนี้ก็เล่นเกมส์ได้ไหลลื่นดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ เกมส์ออนไลน์ต่างๆ เล่นได้และแบตอึดด้วย ใครที่ชอบติดสมาร์ทโฟนก็ค่อนข้างที่จะใช้งานตอบโจทย์เลยทีเดียว

   อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องพูดถึงในสินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ก็คือ เรื่องของกล้อง ซึ่งหลังจากได้ทดสอบใช้งานเริ่มจากกล้องหลัง สามารถแตะโฟกัสได้ไว พร้อมกดซัดเตอร์ก็ถ่ายไวด้วย พร้อมกับมีโหมดต่างๆ มาให้ได้ใช้งานพอสมควร แต่อาจจะไม่ได้เยอะเท่ากับรุ่นเรือธง แต่ก็เพียงพอกับคนทั่วไปที่จะเลือกปรับใช้งานกัน กล้องหลังถ่ายวีดีโอได้สูงสุดที่ระดับ Full HD แต่ก็ต้องบอกว่า คุณภาพของภาพที่ได้ก็ไม่ได้โดดเด่นมากนัก อยู่ในระดับกลางๆ มีความคมชัดแต่การเกลี่ยสีหรือสีของภาพก็ดูปกติ ส่วนกล้องหน้า ก็มีโหมดบิวตี้มาให้เซลฟี่ทั้งแบบ ออโต้ และ แบบเลือกความบิวตี้เลือกระดับได้เองก็ทำได้ แต่คุณภาพของภาพก็ออกมากลางๆ เช่นเดียวกัน มีความคมชัดแต่ก็ถือว่าภาพไม่ได้ ว้าว มากเท่าไหร่ พอใช้งานได้

รีวิว Creative Sound Blaster Free ลำโพงบลูทูธที่ให้เสียงดังรอบตัว 360 องศาพร้อมฟังก์ชั่นเสียบเมมโมรี่ได้

 

   ดูเหมือนว่าเทคโนโลยีบางอย่างมันก็ล้ำหน้าไปมาก การใช้งานกับอุปกรณ์บางอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป แต่บางครั้งอะไรที่มันเดิมๆ มันก็ยังติดที่จะอยากใช้งานอยู่ แต่ก็อาจจะหาใช้งานไม่ได้แล้วในบางกลุ่มสินค้า อย่างเช่น บางท่านอาจจะกำลังมองหาลำโพงแบบพกพา ที่สามารถเสียบเมมโมรี่ได้ เสียบ micro sd card เพื่อเปิดเพลงได้เหมือนก่อนๆ แต่ก็ไม่ค่อยมีในลำโพงพากพารุ่นใหม่ๆ ที่ตัดฟังก์ชั่นนี้ออกไป แต่ใน 108plaza ตอนนี้ มีลำโพงพกพาแบรนด์ Creative แบรนด์ดังที่มีศูนย์บริการในบ้านเรา นำมารีวิวกันอีกหนึ่งรุ่น มีชื่อรุ่นว่า Sound Blaster Free จะมีรายละเอียดอื่นๆ ที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปอ่านรีวิวพร้อมๆ กันเลย

   นี่เป็นลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งตัวที่มีแบตเตอร์รี่ในตัว สามารถพกพาไปในที่ต่างๆ ได้ ไม่รอช้ามารีวิวถึงฟังก์ชั่นการใช้งานกันเลยดีกว่า ลำโพงรุ่นนี้เป็นแบบ wide stereo คือมีเสียงที่ดังออกมารอบตัวลำโพงแบบ 360 องศา เมื่อใช้เปิดในงานปาร์ตี้เล็กๆ ริมทะเล หรือ ที่ต่างๆ นั่งมุมไหนก็ได้ยินเสียงที่เท่ากัน มิติเดียวกัน แต่ต้องใช้แบบตั้งลำโพงเอาไว้ ไม่ใช่แบบแนวนอน และ มาพร้อมกับอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่จะสามารถ boots เสียงให้ surround มากขึ้น ก็สามารถทำได้ โดยจะมีปุ่มให้เลือกดเป็นโหมด round เสียงก็จะดังขึ้น กังวานขึ้น เหมาะกับการไปเปิดพื้นที่ข้างนอก เสียงรบกวนเยอะๆ ลำโพงตัวนี้ก็จะเอาอยู่มากขึ้นด้วย และ อย่างที่บอกไปในช่วงต้น ลำโพงรุ่นนี้รองรับการเสียงเมมโมรี่หรือเสียบ micro sd card ได้ด้วย คือหลายท่านชอบโหลดเพลงมาเก็บไว้ในเมมโมรี่ ก็เปิดได้เลยไม่ต้องเปิดตัวสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธก็ได้ แต่อยากจะแนะนำว่า micro sd card ที่ใช้นั้นไม่เกิน class 10 แนะนำว่าใช้ class 4 , 6 จะเหมาะสมกว่า รองรับได้สูงสุดที่ 32GB อักหนึ่งฟังก์ชั่นถัดมา สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ มีไมค์โครโฟนติดมาให้ในตัวเช่นเดียวกัน แล้วที่เจ๋งไปกว่านั้น ลำโพงรุ่นนี้มีช่องเสียบ USB ได้และมีสัญลักษณ์ DAC ในตัว ก็หมายความว่า ใครที่อยากจะฟังเพลงให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ก็สามารถที่จะเสียบเชื่อมต่อสาย USB เปิดเพลงในคอมหรือโน๊ตบุ๊ค ก็จะสามารถถอดรหัสเพลงได้เลย คุณภาพของไฟล์เพลงก็จะดีขึ้นกว่าเดิม อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่สำคัญเลย คือ สามารถที่จะกันน้ำได้แบบตามมาตรฐาน IPx4 หมายความว่าลำโพงรุ่นนี้กันน้ำแบบ กันเปียกได้ แต่ถ้าใครเผลอทำตกน้ำ ต้องรีบหยิบมาเช็ดให้แห้ง ประมาณว่ากันละอองน้ำได้ กันฝนตกได้นิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง ห้ามเอาไปแช่หรือจุ่มน้ำเด็ดขาด เพราะกันน้ำไม่ได้ถึงขั้นนั้น

   การใช้งานของลำโพงพกพารุ่นนี้ สามารถใช้งานได้นานต่อเนื่องกัน 10 ชั่วโมง ต่อการชาร์จแบตจนเต็ม 1 ครั้ง การชาร์จก็ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วยังมาพร้อมกับเฟิร์มแวร์ในระบบเสียงของ creative ที่ใช้มาตรฐาน SBX ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็จะใช้ในลำโพงหลายๆ รุ่น อุปกรณ์ภายในกล่องที่ให้มาก็จะประกอบไปด้วยสายชาร์จและสาย DAC แบบ micro USB มาให้ 1 เส้น ก็มีให้มาเท่านี้สำหรับอุปกรณ์เสริม

   ตัวลำโพงเองนั้น มีเปิดตัวมาให้เลือกด้วยกัน 2 สีเท่านั้นเอง ก็จะมีสีขาวกับสีดำ ขนาดความยาวของตัวลำโพงก็ประมาณ 20 ซม. เป็นทรงกระบอกที่ค่อนข้างจะใหญ่สักนิดหนึ่ง เกินหนึ่งกำมือแต่ก็สามารถพกพาได้ง่าย ภายในตัวลำโพงเอง ก็จะประกอบด้วยลำโพง Full range ขนาด 1.5 นิ้ว จำนวน 2 ตัว ปิดเอาไว้ด้วยตะแกรงเหล็กที่ด้านหน้า แต่บริเวณด้านในตรงกลาง จะอัดแน่นมาด้วยตัว passive radiator จำนวน 2 ตัวด้วยกัน ขนาดตัวละ 1*2 นิ้ว เป็นรุปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่จะช่วยสร้างมิติเสียงเบสให้หนักแน่นด้วยการใช้ลมเป็นหลัก ส่วนอีกหนึ่งฝั่งของตัวลำโพงก็จะมีปุ่มควบคุมต่างๆ พร้อมกับไฟแจ้งเตือนโหมดการใช้งานและสถานะแบตเตอร์รี่ ก็สามารถใช้งานได้ง่ายๆ เหมือนกับลำโพงบลูทูธทั่วไปเลย

   อีกหนึ่งปุ่มการใช้งานที่ถือว่าเป็นจุดเด่นในลำโพงบลูทูธ Creative Sound Blaster Free ตัวนี้ก็คือ จะมีปุ่มสุ่มเล่นเพลงมาให้ด้วย เอวสำหรับการใช้โหมด micro sd card นั่นเอง อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญเลยที่ต้องรีวิวกันส่งท้ายก็คือ เรื่องของบุคลิกเสียหรือแนวเสียงซึ่งผลที่ได้หลังจากได้ลองเปิดแล้ว ก็รู้สึกว่าไม่ใช่แนวสำหรับคนชอบมันส์ๆ สักเท่าไหร่ แต่จะเน้นเสียงกลาง แหลม ที่โปร่ง ใส มากกว่า เป็นแนวเพลงลูกทุ่ง เพราะๆ ฟังสบายๆ แบบนี้ถือว่าตอบโจทย์มากเลย ยิ่งกดปุ่มบูธเสียงไปแล้ว เวทีเสียงยิ่งกว้างมากขึ้น เปิดที่ระดับเสียงเร่งสุดๆ เสียงก็ไม่แตก ก็ถือว่าเป็นลำโพงบลูทูธที่มีคุณภาพดีน่าใช้งานอีกตัวหนึ่ง

REVIEW สก็อตซ์ ไบรท์ ชุดไม้ถูพื้นไมโครไฟเบอร์ 2 in 1

 

งานบ้านงานเรือนถือเป็นงานที่อยู่คู่กับผู้หญิงทุกคนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการถูบ้าน ซักผ้า ล้างจาน ทำกับข้าว ดูแลลูกและรวมถึงความเรียบร้อยต่างๆภายในบ้านด้วย ซึ่งในอดีตงานประเภทนี้ก็จะตกเป็นภาระหน้าที่ของผู้หญิงที่จะต้องคอยดูแลความเรียบร้อยเหล่านี้และจะถูกปลุกฝังให้ปฏิบัติตั้งแต่เด็กๆเราจึงเห็นได้ว่าผู้หญิงที่มีอายุมากๆจะสามารถทำงานบ้านได้หมดทุกอย่าง โดยจะแตกต่างกับคนในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิงเพราะเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไปด้วยผู้หญิงสมัยนี้จะต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวไม่เหมือนกับสมัยก่อนที่ผู้หญิงจะทำงานบ้านอยู่แต่บ้านอย่างเดียวมันจึงเป็นสาเหตุผู้หญิงสมัยนี้ไม่ค่อยมีความชำนาญด้านงานบ้านงานเรือนสักเท่าไร เพราะไม่ค่อยมีเวลาเอาแต่ทำงานหาเงินจะให้มารอสามีจัดการงานบ้านมันก็ดูไม่เข้าทีไม่เข้ากับบุคลิกของผู้ชายมากนัก โดยเฉพาะการถูบ้านใช้เวลานานมากในการถูแต่ละครั้งจะรอจัดการในวันหยุดทีเดียวก็ไม่ได้ เพราะวันหยุดทำงานทั้งทีใครๆก็อยากจะพักผ่อนไม่อยากมานั่งทำความสะอาดบ้าน จะบอกว่าเป็นคนขี้เกียจก็ไม่ได้จะต้องบอกว่าเป็นคนไม่มีเวลามากว่า เหตุผลต่างๆมากมายทีทำให้ผู้หญิงไทยกลายเป็นแม่ศรีเรือนน้อยลง เพราะฉะนั้นเราจึงมีตัวช่วยในการทำความสะอาดบ้านโดยที่ไม่ยุ่งยากใช้เวลาน้อย เวลาไหนๆก็อยากทำเราจึงมารีวิวสินค้าอินเทรนด์ที่เอาใจคุณแม่บ้านกับเครื่องสก็อตซ์ ไบรท์ ชุดไม้ถูพื้นไมโครไฟเบอร์ 2 in 1

สก็อตซ์ ไบรท์ ชุดไม้ถูพื้นไมโครไฟเบอร์ 2 in 1 มีคุณสมบัติดังนี้

1 ชุดจะประกอบไปด้วย ถังปั่น ไม้ถูพื้นหัวแบน 2หัวและไม้ถูพื้นหัวกลมสำหรับใช้กับถังปั่น 2หัว

ลักษณะของเครื่องนี้จะเป็นถัง โดยตัวถังจะแบ่งออกเป็น 2ช่อง คือ ช่องใส่น้ำและช่องที่มีลักษณะเป็นถังปั่น ตัวถังปั่นนี้จะถูกออกแบบแกนหมุนให้มีพลังปั่นสูง

สามารถทำความสะอาดและใช้งานได้ทุกพื้นผิว เพราะผ้าม็อบมีความหนาและนุ่มมาก

ไม้ถูพื้นหัวแบนจะผลิตจากเส้นใยไมโครไฟเบอร์สามารถเก็บฝุ่นได้ดี ด้วยรูปทรงที่ถูกออกแบบให้แบนเป็นพิเศษจึงสามารถซอกซอนทำความสะอาดได้ทุกมุมและสามารถใช้แทนไม้กวาดได้เลย

ไม้ถูพื้นหัวกลมก็ผลิตจากเส้นใยไมโครไฟเบอร์เช่นกัน จึงใช้ทำความสะอาดได้ง่ายไม่ต้องกลัวพื้นบ้านเป็นรอย สามารถถูแบบเปียกและแบบแห้งได้

ในถังปั่นจะมีปุ่มเหมือนเครื่องซักผ้าและถูกออกแบบเพื่อให้เหมือนการขยี้ผ้า ด้ามจับของไม้ถูพื้นก็สามารถปรับความยาวได้ใช้งานได้ทั้ง พื้น ฝ้า เพดาน กระจก มุ้งลวด และไม้ถูพื้นมีน้ำหนักเบาทำความสะอาดง่ายไม่เปลืองแรง ผ้าม็อบก็เคลือบด้วยน้ำยาสก็อตซ์ การ์ด ช่วยป้องกันคราบฝังลึก ทำความสะอาดได้ครบในชุดเดียวทั้ง กวาดและถู

 

วิธีใช้สก็อตซ์ ไบรท์ ชุดไม้ถูพื้นไมโครไฟเบอร์ 2 in 1 เพียงแค่เราใช้ไม้ถูพื้นหัวแบนกวาดทำความสะอาดฝุ่นก่อน เมื่อเสร็จเรียบร้อยเราจึงใช้ไม้ถูพื้นหัวกลมพรมด้วยน้ำยาถูพื้นแล้วเช็ดทำความสะอาดได้เลย แต่เมื่อเราสังเกตดูแล้วว่าผ้าม็อบในไม้ถูพื้นหัวกลมนั้นสกปรกเราก็นำมาทำความสะอาดในถังปั่น ซึ่งเราต้องเติมน้ำลงในช่องเติมน้ำในถังปั่นในปริมาณที่พอดี หลังจากนั้นใช้ไม้ถูพื้นที่สกปรกจุ่มลงไปเสร็จแล้วยกมาใส่ในทั้งปั่นแห้ง แล้วยกไม้ถูพื้นขึ้นลงถังปั่นมันก็จะทำงาน เมื่อเราหยุดยกขึ้นยกลงถังปั่นมันก็จะหยุดทำงานเราจึงสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ผ้าม็อบแห้งขนาดไหน ถ้าจะใช้งานต่อก็เอาแค่พอหมาดๆแต่ถ้าใช้งานเสร็จแล้วก้ควรจะเอาให้แห้งแล้วค่อยไปตากแดดอีกที

เราจะเห็นได้ว่าถ้าเรามีสินค้าอินเทรนด์อย่างสก็อตซ์ ไบรท์ ชุดไม้ถูพื้นไมโครไฟเบอร์ 2 in 1 อยู่ในมือเมื่อไรมันจำทำให้การทำความสะอาดบ้านของเราเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาก เพราะขั้นตอนของการใช้งานไม่ได้มีอะไรที่ยุ่งยากเลยแถมยังทำให้เราประหยัดเวลาอีกด้วย มันจะทำให้เรื่องที่น่าเบื่อกลายเป็นเรื่องที่สนุกในทันที และไม่จำเป็นต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้นที่ทำงานบ้านผู้ชายก็สามารถทำได้ ถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจชุดไม้ถูพื้นนี้มันจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 2,xxx บาทค่ะ เพื่อนลองไปหาจับจองเป็นเจ้าของกันนะคะเผื่อใครกำลังเจอปัญหาแบบนี้อยู่รับรองเจ้าเครื่องนี้สามารถช่วยเพื่อนๆได้แน่นอนค่ะ

REVIEW I-PINK อาหารเสริมเพื่อผิวเปล่งปลั่ง

 

 

ถ้าพูดถึงสาวๆในยุคปัจจุบันนี้แล้วคงไม่มีใครที่ไม่ยากจะมีรูปร่างที่ดี ผิวพรรณขาวดูเปล่งปลั่ง เพราะการที่เรามีผิวพรรณที่ดีมันจะช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพของเราให้น่ามองยิ่งขึ้น แต่คนที่มีผิวคล้ำก็ไม่ใช่จะไม่มีเสน่ห์นะคะทุกคนมีเสน่ห์ในตัวอยู่แล้ว เพียงแต่การที่มีผิวขาวเป็นความต้องการส่วนมากของผู้ผู้หญิงไทยเท่านั้นเอง จึงทำให้มีคลินิกเสริมความงามด้านผิวพรรณเปิดตัวขึ้นมากมายแต่มันก็จะตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงมากในแต่ละครอสและมีระยะเวลานานซึ่งเราจะต้องเข้าไปพบแพทย์ที่คลินิกเป็นประจำตามที่แพทย์นัด โดยส่วนใหญ่คลินิกเสริมความงามจะใช้วิธีฉีดในการเพิ่มความขาวให้กับผิวมีทั้งวิตามินและยาขาวที่จะถูกฉีดเข้าไปในร่างกายของเราในแต่ล่ะครอสก็จะมีการฉีดยาไม่ต่ำกว่า 10 เข็มแน่นอน โดยยานั้นจะไปลดเม็ดสีใต้ผิวหนังของเราให้ดูจางลงจึงทำให้เราขาวซึ่งมันจะมีผลเสียตามมาคือเมื่อผิวหนังของเรามีเม็ดสีที่จางลงการป้องกันแสงยูวีก็น้อยลงตามไปด้วยจึงจะทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังมากที่สุด และผิวของเรามันก็จะไม่ได้ดูขาวเป็นธรรมชาติมันจะขาวออกซีดๆเหมือนคนป่วยนั่นเองค่ะ วันนี้จึงจะมารีวิวสินค้าอินเทรนด์ที่เป็นอาหารเสริมในชื่อของ I-PINK รับประทานง่ายแค่ชง ไม่ต้องเจ็บตัวผิวพรรณก็จะดูเปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ

 

 

ประโยชน์และคุณสมบัติของ I-PINK มีดังนี้

1.ใน I-PINK มีส่วนผสมของ L-Glutathione ซึ่งจะช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวขึ้น กระจ่างใสขึ้นดูมีน้ำมีนวลผิวน่าสัมผัส ชุ่มชื่น อย่างเห็นได้ชัดเมื่อเรารับประทานอย่างต่อเนื่อง

2.จะช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายให้เป็นปกติ ส่งผลให้อวัยวะต่างๆในร่างกายทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3.ช่วยบำรุงผิวพรรณ ผม และเล็บ ให้ดูมีชีวิตชีวาน่าสัมผัสด้วยกรดอะมิโนชนิดต่างๆทั้ง Vitamin B,ALA และสารต้ายอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมากที่ร่างกายเราต้องการ

4.ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายช่วยลดความอ่อนเพลียความเหนื่อยล้าจากการทำงานต่างๆ จึงทำให้เราด฿สดชื่นตลอดทั้งวัน

5.ในผู้หญิงบางรายที่รับประทาน I-PINK เป็นประจำจะพบว่ามีขนาดหน้าอกที่ใหญ่ขึ้น

 

ส่วนประกอบที่สำคัญของ I-PINK จะได้แก่

แอลคาร์จีนิน ไฮโดรคลอไรด์,โคเอ็นไซน์ คิวเท็น,วิตามินบี 1(ไทอะมีน ไฮโดรคลอไรด์),วิตามินบี 2

(ไรโบฟลาวิน),ไนอาซินาไมด์,แพนโทเทนิก แอซิต,วิตามินบี 6(ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์),วิตามินบี 12

(ไซยาโนโคบาลามิน),วิตามินซี (แอสคอร์บิก แอซิต),วิตามินอี(ดีแอลฟ่า โทโคฟีรอล อะซิเตท),กรดโฟลิค,แคลเซียมไฮดรอกไซด์,โครเมียม โพลินิโคไทเนต,แมกนีเซียม ออกไซด์,ซิงค์ ออกไซด์,แอลกลูตามิน,แอลลูซีน,แอลกลูต้าไธโอน,แอลฟ่า ไลโพอิค แอซิด,สารสกัดจากชาเขียว,สารสกัดจากเมล็ดองุ่น,สารสกัดจากทับทิม,แครนเบอรี่,ผงขิง,ผงโสมอเมริกัน

 

   

   I-PINK 1กล่อง ก็จะมีทั้งหมด 30ซอง วิธีรับประทาน คือ 1ซองต้องผสมน้ำ 250 มิลลิลิตร เขย่าให้ละลายก่อนดื่มเพื่อง่ายต่อการดื่มควรเลือกผสมกับน้ำเย็นเพราะจะดื่มง่าย เพียงแค่วันละ 1ซอง เลือกดื่มตอนท้องว่างจะเห็นชัดที่สุดคือตอนตื่นนอนในช่วงเช้าและช่วงบ่ายหลังอาหารเที่ยง 2ชั่วโมง ที่สำคัญคือเราควรดื่มให้หมดต่อการชงในหนึ่งครั้งเพื่อที่เราจะได้รับสารอาหารที่เป็นส่วนประกอบของอาหารเสริมอย่างครบถ้วน วิธีการเก็บรักษาก็ควรเก็บไว้ในที่แห้งไม่ควรแช่ตู้เย็นและควรเก็บให้พ้นมือเด็ก เมื่อดื่ม I-PINKแล้วควรรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมในแต่ละวันออกกำลังเป็นประจำ และ I-PINK นี้ไม่มีผลในการป้องกันโรคหรือรักษาโรคแต่อย่างใด เด็กและสตรีมีครรภ์ก็ไม่ควรรับประทาน เราจะเห็นได้ว่า I-PINKไม่ได้ช่วยให้เราแค่มีผิวพรรณที่ดูเปล่งปลั่งขึ้นเท่านั้นแต่สินค้าอินเทรนด์อย่าง I-PINK นี้ยังช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย โดยไม่จำเป็นต้องไปจ่ายเงินแพงๆ เพียง 2,xxx บาท เราก็จะได้ I-PINK มา30ซอง ซึ่งรับประทานได้ถึง 1เดือน ถือว่าคุ้มมากกับผลที่ได้ และใน1 เดือนนี้เราก็จะพบกับความเปลี่ยนแปลงไปของร่างกายและผิวพรรณอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ หากเพื่อนๆคนไหนที่อยากจะมีผิวขาว เปล่งปลั่งน่าสัมผัสลองไปหาทดลองกันนะคะแต่ของเป็นเพื่อนๆที่เป็นผู้หญิงนะคะ เพราะ I-PINKตัวนี้ถูกคิดค้นมาเพื่อผู้หญิงเราโดยเฉพาะค่ะ

ดูหนังยาวนานต่อเนื่องด้วย Galaxy Tab A 2016


   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะค่ะ วันนี้เราก็มาพบกันเหมือนเช่นเคยค่ะและก็เป็นเหมือนเช่นเคยเมื่อเรามาพบกันแบบนี้ก็ต้องมีสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจมาแนะนำให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักกันค่ะ สำหรับในวันนี้เราจะมาพูดกันในเรื่องของเทปเลตซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบันนี้นั้นเอง เชื่อได้ว่าในปัจจุบันนี้ก็คงมีใครที่ไม่มีอุปกรณ์สื่อสารไม่ว่าจะเป็นในส่วนของโทรศัพท์มือถือ หรือจะเป็นเทปเลตนั้นเองค่ะ เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้นในทุกๆวันจึงทำให้เครื่องมือสื่อสารในยุคปัจจุบันนี้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การติดตามข่าวสารของอุปกรณ์ในด้านไอทีนั้นก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเช่นกันสำหรับในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้ค่ะ เทปเลตที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ก็ถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่สนใจในปัจจุบันนี้อยู่ไม่น้อยเช่นกันค่ะ เนื่องจากเป็นเครือในแบรนด์ของ Samsumg ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีการผลิตพวกอุปกรณ์ไอทีต่างๆออกมาอย่างมากมายและเป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างกว้างขวางด้วยนั้นเองค่ะ สำหรับ Galaxy Tab A 2016 ถือได้ว่าเป็นเทปเลตตัวใหม่ที่มีการปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากกว่ารุ่นเดิมนั้นเองค่ะ Galaxy Tab A 2016 สามารถที่จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับการทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างลงตัวด้วยเช่นกัน เราเลยอย่างจะนำของมูลเบื้องต้นและคุณสมบัติที่น่าสนใจของ Galaxy Tab A 2016 มาแนะนำและเป็นแนวทางให้กับเพื่อนๆคนไหนที่กำลังสนใจที่จะซื้อเทปเลตสักเครื่องนั้นเองค่ะ อย่าเสียเวลาเลยค่ะเอาเป็นว่าเรามาเริ่มทำความรู้จักไปกับสินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้กันดีกว่าค่ะ

   สำหรับ Galaxy Tab A 2016 ถือได้ว่าเป็นสินค้าด้านไอทีที่มีความน่าสนใจเลยก็ว่าได้เรามาดูในส่วนของคุณสมบัติกันก่อนดีกว่าค่ะ Galaxy Tab A 2016 มีความโดดเด่นในเรื่องของความอึดของแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและต่อเนื่องนั้นเองค่ะ ที่สำคัญยังสามารถที่จะรองรับระบบ 4G มีขนาดที่เล็กกะทัดรัดอีกด้วยค่ะ ในเรื่องของรูปทรงการออกแบบนั้นมีการดีไซน์ออกแบบที่เปลี่ยนจากรูปทรงเดิม โดยทำให้มีความโฉบเฉี่ยวและมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ โดยที่มีการออกแบบที่มุมมีความโค้งมน ที่สำคัญยังมีการออกแบบลวดลายที่พิเศษไว้ด้านหลังของตัวเครื่องอีกด้วยเป็นการเพิ่มความโดดเด่นให้แก่ Galaxy Tab A 2016 ได้อย่างลงตัวค่ะ ในส่วนนี้จะทำให้เกิดความกระชับมือมากยิ่งขึ้นเมื่อเราได้ถือใช้งานนั้นเองค่ะ โดยที่มีขนาดและน้ำหนักที่น่าพกพาอีกด้วย ทำให้เพื่อนๆสามารถที่จะพกพาไปไหนได้ทุกที่ได้อย่างสะดวกสบายค่ะ โดยมีความบาง 8.7 มิลลิเมตร น้ำหนักอยู่ที่ 289 กรัม มาดูในส่วนของคุณสมบัติในตัวเครื่องเราสามารถที่จะเกิดภาพความประทับใจต่างๆได้อย่างสมจริงค่ะ โดยที่กล้องหลังนั้นมีความละเอียดถึง 5 MP และยังเป็นออโต้โฟกัสอีกด้วย ทำให้ภาพถ่ายที่ได้ออกมานั้นมีความสว่างสดใสไปในตัวด้วยนั้นเองค่ะ Galaxy Tab A 2016 ยังสามารถให้เพื่อนๆได้ถ่ายภาพแบบโนรามาที่ชัดเจนได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นในแบบแนวตั้งหรือว่าแนวนอนก็สามารถที่จะถ่ายภาพได้ ไม่เท่านั้นยังสามารถที่จะใช้ Galaxy Tab A 2016 สร้างภาพเคลื่อนไหวแบบ GIF ได้อีกด้วยค่ะถือได้ว่าคงจะถูกใจเพื่อนๆหลายๆคนที่ชื่นชอบในเรื่องของการถ่ายภาพนั้นเองค่ะ ที่สำคัญในเรื่องของพื้นที่สำหรับการทำงานและเวลาในการใช้งานนั้นก็มีการเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ โดยที่ Galaxy Tab A 2016 มีแบตเตอรี่ที่มีความอึดสามารถที่จะใช้งานหรือว่าใช้ในการดูหนังได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมงด้วยกัน ซึ่งมีประโยชน์ในเรื่องของการชาร์จไฟที่ทำให้หนึ่งวันเราชาร์จไฟน้อยครั้งนั้นเองค่ะ ที่สำคัญนอกจากจะเป็นในเรื่องของแบตเตอรี่ที่มีความคงทนยาวนานแล้วนั้น Galaxy Tab A 2016 ยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับการจัดเก็บให้อีกด้วย มีช่อง Micro SD Card ที่เราสามารถที่จะเพิ่มความจุได้สูงสุดถึง 200 GB นั้นเอง ในส่วนนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ชื่นชอบในเรื่องของการดูหนังเพราะแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานและมีพื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์ต่างๆได้อย่างมากอีกด้วย

   ถือได้ว่า Galaxy Tab A 2016 เป็นเทปเลตที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพื่อนๆที่กำลังสนใจหรือว่ามองหาเครื่องมือติดต่อสื่อสาร Galaxy Tab A 2016 สามารถเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกง่ายๆได้อย่างแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรูปแบบและขนาดที่มีความกะทัดรัดน่าพกพา และคุณสมบัติที่น่าสนใจนั้นเองค่ะ

เสียงทรงพลังกับ R7 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker

 

   สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคนวันนี้เราก็มาพบกันเหมือนเคยนะค่ะ สำหรับวันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องของเครื่องเสียงค่ะ สำหรับเครื่องเสียงในปัจจุบันนี้มีการออกแบบในเรื่องของดีไซน์ให้เข้ากับบ้านในยุคสมัยใหม่มากขึ้น และที่สำคัญเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆก็มีการพัฒนาปรับปรุงให้มีความทันสมัยสามารถที่จะใช้งานได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เครื่องเสียงถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ยังคงได้รับความสนใจอยู่อย่างต่อเนื่องไม่ว่ายุคสมัยจะมีการเปลี่ยนไปก็ตาม มีรุ่นใหม่ๆออกมาเสมอซึ่งก็ถือได้ว่าเครื่องเสียงเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เครื่องเสียงที่น่าติดตามทุกรุ่นนั้นก็ต้องพลาดไม่ได้เลยกับแบรนด์ Samsung ที่มีการออกแบบในเรื่องของดีไซน์ให้มีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลาสร้างความหน้าสนใจให้กับเครื่องเสียงให้เราสามารถที่จะติดตามอย่างต่อเนื่องนั้นเองค่ะ ทำให้เราอยากจะพาเพื่อนๆทุกคนได้ไปทำความรู้จักกับเครื่องเสียงของแบรนด์นี้กันค่ะ เป็นสินค้าอินเทรนด์อีกหนึ่งอย่างที่มีความน่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างมาก เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักไว้ก็ไม่เสียหายอะไรเผื่อเพื่อนๆจะสนใจและอยากจะเป็นเจ้าของเครื่องเสียงก็เป็นได้ค่ะ สำหรับรุ่นที่เราจะมาแนะนำวันนี้ถือได้ว่าเป็นตัวเด่นของสินค้าเลยก็ว่าได้ค่ะ R7 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker เป็นเครื่องเสียงที่มีความน่าสนใจในเรื่องของเสียงที่มีความทรงพลังนั้นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ หรือจะเป็นในเรื่องของคุณภาพเสียง คุณสมบัติต่างๆที่มีการพัฒนาและปรับปรุงอยู่เสมอของเทคโนโลยีนั้นเองค่ะ เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกันดีกว่าค่ะ

   สำหรับ R7 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker จะเน้นไปในเรื่องของประสบการณ์ที่มีการสะสมมาอย่างยาวนานและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการออกแบบและดีไซน์ที่มีความลงตัวเป็นอย่างมาก ที่สำคัญ R7 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker ยังมี Ring Rediotor Technology ที่สามารถจะสร้างเสียงได้ทั้ง 360 องศากันเลยที่เดียวค่ะ แต่ว่ามี Woofer ที่ทำให้ทุกอย่างมีขนาดที่เล็กลงไปแต่ยังคงในเรื่องของคุณสมบัติของเสียงที่มีความทรงพลังเหมือนเคยนั้นเองค่ะ ในส่วนของเรื่อง Wireless Audio 360 เป็นในส่วนของการจัดตั้งห้องปฏิบัติการใหม่ที่มีความทันสมัยซึ่งถือได้ว่าเป็นก้าวที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการพัฒนาอุปกรณ์ในเรื่องของเครื่องเสียงให้ก้าวหน้าไปอีกหนึ่งขั้น R7 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker มีการออกแบบที่น่าสนใจเป็นอย่างมากโดยเป็นการออกแบบที่มีความพิเศษเพื่อที่จะให้กลมกลืนไปกับการตกแต่งภายในบ้านไปด้วยค่ะ โดยที่มีดีไซน์ที่โค้งมน ทำให้ดูโฉบเฉี่ยว และมีสไตล์ที่หลากหลายมากขึ้นนั้นทำให้เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวกับการตกแต่งภายในบ้านได้เป็นอย่างดีนั้นเองค่ะ นอกจากจะมีในเรื่องของการตกแต่งบ้านที่ดูจะสามารถเข้ากับบ้านในปัจจุบันนี้ได้ยังไม่เท่านั้นในเรื่องของเสียงที่สามารถรอบทิศได้ถึง 360 องศา เนื่องจากในอดีตลำโพงรุ่นเก่าๆนั้นจะสามารถที่ส่งเสียงได้เพียงทิศทางเดียวเท่านั้น แต่สำหรับ R7 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker นั้นสามารถที่จะมีการถ่ายทอดเสียงอย่างเต็มรูปแบบโดยที่สามารถจะถ่ายทอดเสียงได้ทั่วห้อง ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยี Ring Radiator ของ Samsung นั้นเองจะช่วยในเรื่องของการกระจายเสียงให้สามารถที่จะกระจายเสียงได้รอบทิศทางนั้นเองค่ะ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีระบบ Multiroom Link ที่ทำหน้าที่สำคัญในเรื่องของการควบคุมและแบ่งปันในเรื่องของแหล่งสัญญาณเดียวกัน ก็คือเราสามารถที่จะควบคุมอุปกรณ์เสียงหลายๆอุปกรณ์ได้นั้นเองค่ะ ยังสามารถที่จะเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงสตรีมมิ่งได้ง่ายมากขึ้นด้วยลำโพง Wi-Fi ซึ่ง   Wireless Audio 360 Multiroom Speaker จะช่วยในเรื่องของการเข้าถึงเสียงเพลงได้ง่ายขึ้นทำให้เพื่อนๆสามารถที่จะเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ เนื่องจากมีการเล่นเสียงแบบ HD สามารถที่จะสัมผัสกับเสียงที่ดังกระหึ่มได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ

   Wireless Audio 360 Multiroom Speaker จะเห็นได้แล้วว่าเป็นลำโพงที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในเรื่องของการฟังเพลงที่สามารถฟังได้สะดวกมากยิ่งขึ้นและในเรื่องของคุณภาพเสียงที่มีการพัฒนาและปรับปรุงขึ้นนั้นเองค่ะ ที่สำคัญเพื่อนๆจะต้องพึ่งพอใจกับเรื่องของการออกแบบดีไซน์ตัวเครื่องที่สามารถจะใช้ในการตกแต่งบ้านได้อย่างกลมกลืนและลงตัวที่สุด ถือได้ว่า Wireless Audio 360 Multiroom Speaker เป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก เพื่อนๆคนไหนสนใจก็สามารถที่จะเข้าไปสัมผัสกับเครื่องจริงได้ที่ศูนย์ของ Samsung ได้เลยค่ะ เชื่อได้ว่าจะต้องถูกใจเพื่อนๆอย่างแน่นอนค่ะ

 

รีวิวท้าชน Pablet หน้าจอใหญ่เบิ้มระหว่าง Asus zenfone 3 Ultra vs Samsung galaxy A9 Pro แล้วจะเลือกตัวไหนดี แล้วจะเลือกตัวไหนดี

 

   ยุคนี้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ ตัวเครื่องเบา บาง ขอบจอบาง พกพาไม่ได้ยากนัก เป็นอะไรที่มาแรงสุดๆ และค่อนข้างได้รับความนิยมสุดๆ ด้วยในตลาดสมาร์ทโฟนตอนนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียกว่า Pablet ก็คือหน้าจอจะไม่ได้ใหญ่เกินกว่าขนาด 7 นิ้ว ถ้าใหญ่เกินนั้นจะเรียกว่า Tablet นั้นเอง ดังนั้น gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมาท้าชนกันถึง 2 รุ่นใหญ่ๆ ในตอนนี้ที่นี่ 108plaza ก็คือสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวมาในช่วงเดียวกัน ในปี 2016 ที่ใช้ซีพียูตัวเดียวกัน ไปดูกันว่าระหว่าง Asus zenfone 3 ultra กับ Samsung galaxy A9 Pro คุณจะเลือกตัวไหน

   ก่อนอื่นเราบอกราคาก่อนเลยดีกว่า zen 3 ultra ราคาอยู่ที่ 21,990 บาท ส่วน A9 Pro นั้นอยู่ที่ 15,900 บาท ราคาต่างกันประมาณ 6 พันบาทเลยทีเดียว ฉะนั้น ใครมีงบน้อยเลือกตัว A9 Pro ไปได้เลย แต่ถ้าใครมีงบที่จะไปสู้ตัว zen 3 ultra ได้ ก็อ่านกันต่อไป แล้วก็ค่อยมาเปรียบเทียบกันว่าจะเลือกตัวไหนดีนะครับ

   สาเหตุที่แอดมินเลือกมาท้าชนกันนั้น มันเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่เบิ้มทั้งคู่ แล้วสเปคมันแรงด้วยกันทั้งคู่ คือถ้าอยากได้แท็บเล็ดหรือมือถือจอใหญ่ สเปคแรงๆ ก็ต้องหันมามอง 2 รุ่นนี้ ตัวชิปประมวลผลนั้นทั้งคู่เป็น snapdragon 652 วิ่งด้วยความเร็ว 1.8 GHz แล้วก็ให้ RAM 4 GB ทั้งคู่ แต่จะต่างกันที่ ROM 64 GB สำหรับตัว zen 3 ultra ส่วน A9 Pro ROM 32 GB แต่ทั้งคู่เพิ่มเมมโมรี่การ์ดได้ทั้งคู่มีช่องแยกใส่ต่างหากไม่ใช่ไฮบริจ รองรับ 2 ซิมการ์ดทั้งคู่ 4G LTE ด้วย เป็น Android 6.0 ทั้งคู่ด้วย

   ถัดมาในส่วนที่ต้องตัดสินใจ ถ้าคุณเป็นคนชอบหน้าจอใหญ่ๆ ก็ต้องเลือก asus เลยเพราะหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว เกือบๆ จะเป็นแท็บเล็ดแล้ว เป็นหน้าจอแบบ IPS ซึ่งหลายคนที่ชอบหน้าจอ super amoled อยู่แล้วอาจจะถอยไปเลือ A9 Pro ที่มีขนาดเล็กกว่านิดหนึ่ง 6 นิ้ว แต่เรื่องของสีสันจอแอดมินเองก็ชอบจอของ Samsung ที่สีสันสดใส มองแล้วมันเนียนตา แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของบุคคลนะครับ asus เองทำหน้าจอออกมาก็ไม่ขี้เหร่ อยู่ในขั้นดีมากเลยความคมชัดหน้าจอก็ Full HD เช่นกันด้วย แน่นอนว่าตัว asus จะมีขนาดที่ใหญ่นิดหนึ่ง อาจจะรู้สึกว่าพกยากไปบ้าง ใส่กระเป๋ากางเกงก็ยากหน่อย แต่รู้สึกว่า เมื่อยกขึ้นมาจับ ตัว asus จะเบากว่าตัว A9 Pro ตรงนี้อาจจะทำให้รู้สึกว่ามันถือสะดวกกว่าถึงแม้ว่าจะใหญ่กว่าก็ตามแต่ สำหรับการใช้งานได้นานนั้นความอึดของแบตไม่ต่างกันมาก รวมๆ แล้วใน 1 วันเต็มๆ แบตเหลือแน่นอน asus ความจุแบตที่ 4850 mAh ตัว A9 Pro 5000 mAh ต่างกันไม่มาก

   เรื่องของสเปคกล้องหน้าก็เกือบจะเท่ากันทั้งหมด ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลทั้งคู่ ถ่ายวีดีโอได้สูงสุดที่ระดับ Full HD ทั้งคู่ แต่จะต่างกันตรงที่ค่า f ของ A9 pro จะน้อยกว่านิดหนึ่งคือ f/1.9 ส่วน asus จะมีค่า f/2.0 ซึ่งหลังจากทดสอบแล้วกล้องหน้า A9 pro คิดว่าน่าจะถูกจริต ถูกใจสาวๆ มากกว่า แต่ก็มีข้อเสียตรงที่มันถ่ายยาก มือต้องนิ่ง แต่ตัว asus จะถ่ายง่ายกว่า ไม่ค่อยมีปัญหาถ่ายอย่างไงก็ชัด แต่เซลฟี่อาจจะต้องไปแต่งในแอปเพิ่มนิดหน่อย รวมๆ แล้วกล้องหน้าก็พอๆ กันเลย ตัวไหนก็ได้ แต่จุดเด่นที่ asus เป็นต่ออยู่บ้าง ก็คือ เป็นพอร์ด USB Type C แล้ว และ มาพร้อมกับเทคโนโลยีลำโพงคู่ ที่ให้เสียงดังมากกว่า มีมิติเสียงที่ดีกว่าตัว A9 pro อยู่ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

   มาดูในส่วนกล้องหลังกันบ้าง ต้องบอกว่า asus กล้องหลังเป็นต่อ A9 pro อยู่มากเลยทีเดียว มาพร้อมกับสเปค 23 ล้านพิกเซล ขนาดของเซนซอร์จะใหญ่กว่า มีขนาด ½.6 นิ้ว f/2.0 ส่วน A9 pro จะมีความละเอียดแค่ 16 ล้านพิกเซล ขนาดเซนเซอร์เล็กกว่านิดหน่อยอยู่ที่ ½.8 นิ้ว f/1.9 แล้วก็มีระบบกันสั่นเป็น OIS ทั้งคู่ด้วย แต่ตัว asus จะเหนือกว่ามากเลย ตรงที่ระบบกันสั่นจะเป็นแบบ 4 แกน ซึ่งจะมีแกนกันสั่นทั้งแนวตั้งและแนวนอน แต่ A9 pro จะมีกันสั่นแค่แนวนอนเฉยๆ ดังนั้น ในเรื่องของการถ่ายภาพนิ่ง ถ่ายวีดีโอ ตัว asus จะได้ภาพที่นิ่งกว่า ชัดกว่า แล้วก็ถ่ายง่ายกว่า ตัว A9 pro อาจจะต้องใช้ความนิ่งของมือมากหน่อย ภาพถึงจะชัดเจน

   สรุปการท้าชนสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้ที่นำมาท้าชนเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันเลย ซึ่งอย่างแรกใครที่มีงบพอถึง 2 หมื่นบาท แล้วอยากได้สเปคแรงๆ หน้าจอใหญ่ กล้องก็ดี มีฟังก์ชั่นที่ครบ ก็เลือก asus แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้ามั่นใจในศูนย์บริการและเป็นแฟนของนิกายเซนอยู่แล้ว ก็เลือกได้เลย แต่ถ้าใครอยากจะประหยัดเงินไว้ 6 พันบาท แต่สามารถใช้งานได้ไม่ต่างกันมากนัก ก็เลือกตัว A9 pro แล้วเอาเงินที่เหลือไปทำอย่างอื่น แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ถ้าชอบตัวไหนมากกว่ากันก็จัดตัวนั้นเลย

อยากรู้เรื่องสินค้าโดนๆ gadget ไอที สินค้าอินเทรนด์ ติดตามได้เรามีรีวิวดีๆให้ท่านได้ศึกษา