รีวิว Casio G-SHOCK GULFMASTER GN-1000 จุดเด่นอยู่ที่สายและราคาไม่ถึงหมื่น

   สำหรับแฟนพันธ์แท้ของ G-shock ต้องห้ามพลาดกับการรีวิวอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์จากทาง casio นะครับ เพราะในครั้งนี้ 108plaza ของเราได้รรับนาฬิการุ่นหนึ่งจากท่านผู้ที่ใจดี นำนาฬิกาใหม่แกะกล่องมาให้เรารีวิว จะเป็นรุ่นไหนอย่างไร ไปดูกันครับ

   เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ได้เห็นรูปตัวอย่างสินค้ากันไปแล้ว เรียกว่าสวยงามถูกใจผมและคาดว่าน่าจะถูกใจใครหลายๆ คนเลยทีเดียว วันนี้เราอยู่กับ G-shock รุ่น GULFMASTER GN-1000 ครับ เป็นรุ่นที่ซอยย่อยมาอีกทีหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนกับ g-shock เองจะแบ่งรุ่นย่อยๆ ออกมาทำตลาดกันเยอะเลยทีเดียวในปีที่ผ่านมา แล้วตัวนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นรุ่นที่ซอยย่อยลงมาให้คนที่มีงบต่ำกว่าหมื่นบาทเนี่ยได้ลองซื้อไปเล่น ไปใช้งานกันได้สบายๆ แล้วก็สวยด้วย เรื่องการใช้งานเนี่ยผมบอกได้เลยว่ามีฟังก์ชั่นครบครันเลยทีเดียว แล้วก็รุ่นอื่นๆ ที่เป็น series gulfmaster ก็มีอีกหลายๆ รุ่นด้วยเช่นกัน แล้วก็ตัวอื่นๆ ราคาก็สูงกว่าหลักหมื่นแน่นอน แต่ผมเลือกรุ่นย่อยตัวนี้ก็เพราะว่าราคามันเบาๆ ที่สุดแล้วนะครับ ซึ่งรุ่นนี้ก็ออกมาพร้อมกันให้เลือกอยู่ 3 สี 3 แบบ ด้วยกัน ก็จะมีสีแรกเลย เป็นแบบทูโทน สีน้ำเงินแดง ที่เป็นลายของ เป๊ปซี่ แล้วก็แบบที่สองเป็นสีเหลือง แล้วก็แบบที่สามเป็นสีน้ำเงินล้วน ต้องบอกว่าตอนที่ได้รุ่นนี้มาแล้วได้สัมผัสครั้งแรกเลย หลังจากที่แกะกล่องขึ้นมาดู เป็นกล่องเหล็กนะครับ ในกล่องก็มีคู่มือการใช้งาน มีใบรับประกันว่าเป็นของแท้มาเรียบร้อย เรารีวิวกันของแท้นะครับ ไม่มีของหิ้ว ของมิเลอร์ อะไรแบบนั้นไม่เอา สัมผัสแรกเลยเนี่ยนะครับ ก็คงเป็ฯที่การจับที่สายของนาฬิกา มันรู้สึกว่ามันนุ่มมากเลย นุ่มแบบว่าใส่สบาย ใครที่มีออาการแบบว่าแพ้สายนาฬิกา จะเป็นผื่น คัน อะไรแบบนี้นะครับ แต่ถ้าได้ใส่นาฬิการุ่นนี้ผมว่าไม่แพ้แน่ๆ เพราะดูวัสดุที่นำมาทำสายมันดีมากเลย ผมก็เคยจับนาฬิกา g-shock มาก็หลายๆ รุ่น แต่ตัวนี้ผมชอบตรงสายนี่แหละครับ มันนุ่ม เบา ใส่สบาย ไม่ได้นุ่มแบบว่าอ่อนยวบยาบ แบบนั้นไม่ใช่นะครับ ด้วยความที่ว่าสายมันนุ่มใส่สบาย ผมก็เลยสงสัยก็เลยไปหาข้อมูลจากทางผู้ผลิตมา ก็ได้คำตอบมาว่านาฬิการุ่นนี้ สายเค้าทำมาจากวัสดุที่เค้าเรียกว่า ซอฟโพลีเทน ที่มันมีความเบา บาง แล้วก็นุ่ม ผมค่อนข้างชอบครับ มันใส่สบายจริงๆ ต้องยกนิ้วให้เลยในนาฬิการุ่นนี้ บรรยายเรื่องายไปเสียเยอะเลย ทีนี้มาดูเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานกันบ้างนะครับ ก็ต้องถือว่ามันมีให้เราได้ใช้งานกันครบเลย ตั้งแต่เรื่องของการบอกอุณหภูมิได้ด้วย ถ้าเราใส่เอาไว้ที่ข้อมือเรา มันก็จะบอกอุณหภูมิที่ตัวเรา แต่ถ้าเราถอดเอาไว้ มันก็จะบอกเป็นตัวอุณหภูมิห้อง ณ ขณะนั้น ให้เราได้ทราบ แล้วก็มีบอกทิศให้ด้วย มีเข็มทิศมาให้ แล้วก็สามารถบอกข้างขึ้น ข้างแรม มาให้ด้วย บนตัวเรือนหน้าปัดนาฬิกาก็จะมีเป็นรูปพระจันทร์แบบเต็มดวงหรือว่าครึ่งเสี้ยว อะไรแบบนั้นนะครับ แล้วก็สามารถบอกน้ำขึ้น น้ำลงหรือทะเลได้ด้วย ใครที่อยู่ทะเล สามารถเอาไปใช้ได้ด้วย นี่ก็เป็นฟังก์ชั่นแบบคร่าวๆ ที่นอกเหนือจากการบอกวันที่และเวลาได้ หน้าตาของตัวนาฬิการุ่นนี้ มันดูเหมือนจะคล้ายๆ กับหุ่นยนต์เหมือนกัน ก็ดูวัยรุ่นเลยนะครับ ใครใส่ก็ให้อารมณ์แบบว่าดูลุยๆ สปอร์ตๆ นิดหนึ่งนะครับ

   ในเรื่องของการใช้งานในปุ่มต่างๆ บนตัวเรือนนาฬิกาเนี่ยนะครับ ปุ่มทางซ้ายมือตัวบนเนี่ย จะเป็นการกดเพื่อเปลี่ยนดูวันที่ เวลา หรือวินาที ที่เป็นตัวดิจิตอล ที่นาฬิการุ่นนี้จะบอกเราได้ทั้งที่เป็นเข็มหรือว่าอานาร็อค กับ ที่เป็นตัวเลขแบบดิจิตอล ก็ดูทันสมัยดี ถึงแม้ว่าจะเปิดตัวกันมาในช่วงปลายปี 2015 ที่ผ่านมานะครับ มาถึงตอนนี้ก็ประมาณ 5 เดือนได้แล้ว แต่ถ้าใครซื้อตอนนี้ก็ถือว่ายังไม่ตกเทรนด์ ถัดลงมาอีกหนึ่งปุ่มทางซ้าย จะเป็นการกดเพื่อดูอุณหภูมิ ซึ่งถ้าเราถอดไว้แล้วพึ่งมาใส่ เราจะต้องทิ้งไว้สักครุ่หนึ่งถึงจะวัดอุณหภูมิในตัวเราได้ ปุ่มถัดมาเป็นเป็นปุ่มกดเพื่อดูเข็มทิศ แล็วก็ดูน้ำขึ้น น้ำลง แล้วก็จะมีตัวเซนเซอร์วัดอุณหภูมิอยู่ที่ด้านข้างตัวเรือน นาฬิการุ่นนี้สามารถกันน้ำได้ 20 บาร์ หรือว่าความลึกที่ 200 เมตร

   ก็เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่มาริวิวกันในครั้งนี้ ที่ผมเองก็ค่อนข้างชอบเป็นการส่วนตัวด้วยนะครับ ใครที่อยากได้เป็นเจ้าของก็ลองไปหาซื้อกันดูตามร้ายขายนาฬิกาชั้นนำ แล้วก็ต้องดูว่ามีใบรับประกันแล้วก็ดูว่าเป็นของแท้ด้วยรึเปล่านะครับ

Preview XIaomi Mi Bunny SmartWatch สีสันสวยงามสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เปิดตัวแล้วที่ประเทศจีน

   ก็ต้องบอกว่าเดี่ยวนี้นะครับ เหล่าบรรดา gadget สินค้าอินเทรนด์ของคนไอที ที่เป็นเรื่องของนาฬิกาอัจฉริยะ smartwatch ต่างๆ รวมไปถึงตัวที่เป็น fitness tracker ต่างๆ มีเปิดตัวแล้วก็วางขายกันอย่างมากมายเลยทีเดียว แต่ทั่วไปอย่างที่เห็นกันอยู่ในตลาดไอทีตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าจะมีแต่กลุ่มลูกค้าที่เป็นของผู้ใหญ่ครับ ดังนั้น ก็มีผู้ผลิตสินค้าไอทีแบรนด์อินเตอร์จากจีนแบรนด์หนึ่ง ได้ทำการเปิดตัว smartwatch เพื่อใช้สำหรับเด็กโดยเฉพาะเลย แล้วก็ได้เปิดตัวมาอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ซึ่งในครั้งนี้ 108plaza ก็จะได้นำเอารายละเอียดการเปิดตัวเบื้องต้นมามาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันก่อนใครๆ ในบ้านเราเลยทีเดียวครับ แต่จะเป็นแบรนด์อะไร สินค้าเป็นแบบไหน จะน่าใช้สำหรับเด็กหรือไม่ ไปดูกันครับ

   Wearable ที่เราจะพรีวิวกันก่อนใครในครั้งนี้มาจาก Xiaomi นั้นเองครับ ล่าสุดได้ทำการเปิดตัว smartwatch สำหรับเด็กโดยเฉพาะ โดยมีตัวอย่างสินค้าอย่างที่เพื่อนๆ ได้เห็นกันอยู่ในรูปด้านบนนี้นะครับ มีชื่อว่า Mi Bunny is a children ตัวนี้นี่แหละครับ เรียกว่าสีสันสวยงามก็คิดว่าเด็กๆ คงจะชอบกันนะครับ ซึ่งการทำงานของ Mi bunny ตัวนี้จะมีระบบรองรับการทำงานหรือการเชื่อมต่อแบบทั้งที่เป็น wifi และก็ Bluetooth ด้วย รวมไปถึงตัวที่เป็น GPS ติดตามตัวได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีปุ่มฟังก์ชั่นการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือแบบฉุกเฉินหรือที่เรียกว่าปุ่ม SOS ได้อีกด้วยแล้วก็พร้อมกับการบันทึกเสียงสั้นๆ แบบไม่กี่นาที เพื่อพูดเข้าไปเป็นประโยคสั้นๆ ได้พอเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตัวเด็กเอง แล้วจากนั้นก็ส่งไปหาผู้ปกครองเพื่อของ่ความช่วยเหลือต่อไปนั้นเองนะครับ โดยตัว mi bunny smartwatch ตัวนี้จะสามารถรองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนที่มีระบบปฏิบัติการ Android 4.2 ขึ้นไป โดยตัว smartwatch เครื่องนี้จะมาพร้อมกับความจุของแบตเตอร์รี่ขนาด 300 mAh อีกด้วย แล้วก็สามารถที่จะเปิดเครื่องสแตนบายได้เป็นเวลาถึง 6 วันด้วยกัน ส่วนน้ำหนักของตัว smartwatch เรือนนี้จะมีน้ำหนักเบาเพียง 37 กรัมเท่านั้น ก็เชื่อว่าเมื่อใส่เอาไว้ที่ข้อมือของเด็กแล้ว เด็กจะไม่รำคาญแล้วก็ถอดทิ้งไปก่อนแน่นอน เพราะมันมีน้ำหนักเบา แล้วก็ใส่สบาย ตัวสายรัดข้อมือนั้น ทาง xiaomi เองก็บอกว่า ทำมาจากตัวซีลีโคลนที่เป็นแบบป้องกันการแพ้หรือการเกิดผื่นคันของเด็กที่แพ้ง่ายได้ด้วย ซึ่งก็เชื่อว่า เมื่อเปิดตัวพร้อมจำหน่ายในบ้านเราแล้ว จะได้นำมารีวิวกันจริงๆ นะครับ

   ซึ่งทาง xiaomi เองก็ได้เปิดเผยมาพร้อมกับราคาของตัว mi bunny smartwatch เรือนนี้ด้วยราคาอยู่ที่ 299 หยวน ถ้าคิดเป็นเงินไทยแล้ว ก็อยู่ราวๆ ประมาณ 1 พันกว่าบาทเท่านั้นเอง แต่เมื่อเข้ามาในบ้านเราจริงแล้ว จะอยู่ที่ราคาเท่าไหร่นั้น ต้องติดตามกันอีกที แล้วจะเข้ามาในบ้านเราหรือไม่ อันนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากบริษัท xiaomi ประเทศไทยนะครับ ซึ่งรายละเอียดต่างๆของตัว mi bunny นั้นก็ยังถูกเปิดเผยออกมาเพียงเท่านี้เองนะครับ แต่ถ้าตามที่เราได้วิเคราะห์กันแล้ว จะมีตัวนาฬิกาของเด็กที่เป็นอีกหนึ่ง wearable ที่ใช้แบรนด์ว่า imoo ที่เราเคยรีวิวไปแล้วเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมานั้น ก็ต้องบอกว่าตัว mi bunny นาฬิกาอัจฉริยะ เพื่อเด็กตัวนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่ราคามันไม่แพง แต่ก็สามารถติดตามตัวลูกน้อยเวลาที่ไปโรงเรียน หรือ จะพาไปเดินห้างสรรพสินค้า หรือ บริเวณที่มีผู้คนเยอะๆ บางทีอาจจะดูแลลูกน้อยหรือว่าบุตรหลายได้ไม่ดีพอ ก็สามารถใส่ gadget ตัวนี้เอาไว้ที่ข้อแขนของเด็กได้ ในกรณีที่เด็กโตพอคุยรู้เรื่องแล้ว เราก้จะต้องสอนวิธีการใช้งานเบื้องต้นที่ต้องขอ่ความช่วยเหลือแบบฉุกเฉินจะต้องทำอย่างไร จะต้องกดปุ่มไหน อะไรแบบนี้ให้เด็กทราบด้วย เพื่อการใช้งานที่ถูกต้อง แล้วก็คุ้มค่ามากที่สุดนั้นเองครับ

   ก็ต้องถือว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ เป็นอีกหนึ่ง wearable ที่พัฒนาขึ้นมาให้มีการใช้งานที่ผ่านขึ้น แต่สำหรับข้อมูลที่เปิดเผยมานั้นดูเหมือนว่าจะให้ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนทาง android เท่านั้นในตอนนี้ แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าจะสามารถใช้งานกับทางฝั่งสมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการ IOS และ windowsphone ได้ด้วยหรือไม่ แต่ถ้ามีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไรเกี่ยวกับข้อมูลสินค้าตัวนี้ ทางทีมงาน 108plaza จะนำมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันอีกต่อไปครับ เพื่อนๆ สามารถเข้าไปกด like เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร การอัพแดทสินค้าไอทีและ wearable ใหม่ๆ กันได้ที่ facebook//108plaza ของเรานะครับ ใครที่ยังไม่ได้กด like อย่าลืมเข้าไปกดเพื่อเป็นกำลังใจให้เรากันด้วยนะครับ

รีวิว เตาแม่เหล็กไฟฟ้า imarflex รุ่น IF-865 เตาแม่เหล็ที่ควบคุมด้วยชุดสมองกล

   สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้ที่นี่ 108plaza เรามีชุดเครื่องครัวอีกหนึ่งประเภทมาทำการรีวิวกันครับ เป็นเตาแม่เหล็กไฟฟ้าที่เพื่อนๆ หลายคนชอบซื้อหากันไว้ติดบ้าน เพื่อที่จะเอาไว้ใช้ในการทำเมนูอาหารแบบเบาๆ ในเวลาที่มีการสังสรรค์ จัดเลี้ยง หรือว่าทำกันกับครอบครัวที่บ้าน ด้วยเมนูง่ายๆ ทำหม้อสูกี้อร่อยๆ ทานกัน อะไรแบบนี้ ก็มักจะชอบซื้อหาเตาแม่เหล็กไฟฟ้าที่เสียบไฟแล้วก็ทำให้เกิดความร้อนขึ้นมา ไม่ต้องใช้เตาแบบใส่ถ่าน ทำให้เกิดควัน ก็มารีวิวกันครับว่า เตาแม่เหล็กไฟฟ้าที่เราจะรีวิวในครั้งนี้คือตัวไหน ยี่ห้ออะไร ดีหรือไม่ มันน่าซื้อแค่ไหน ราคาประมาณเท่าไหร่ มาติดตามกันครับ

   สำหรับตัวเตาแม่เหล็กไฟฟ้าที่เพื่อนๆ ได้เห็นกันอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้นะครับ มีชื่อว่า imarflex รุ่น IF-865 ซึ่งตอนที่ผมได้ตัวเครื่องเตาแม่เหล็กชิ้นนี้มาเนี่ยนะครับ ทางพนักงานขายก็บอกว่ามันเป็นเตาแม่เหล็กไฟฟ้าที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์นะ ผมก้เลยสงสัย เดี่ยวนี้เตาแม่เหล็กไฟฟ้ามันมีคอมพิวเตอร์ข้างในแล้วหรือ ก็เลยถามกลับไปว่ามันคืออะไร ที่ว่าควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ก็เลยได้คำตอบมาว่า ภายในกล่องควบคุมความร้อนเนี่ย จะมีระบบสมองกลที่ช่วยปรับฟังก์ชั่นได้ตามที่เราต้องการเลย เราสามารถเลือกได้ว่าจะทำเมนูอะไร แล้วมันจะคิดคำนวณความร้อนออกมาให้เองเลย อะไรแบบนั้นนะครับ แต่เดี่ยวจะพาไปแกะกล่องกันก่อนว่าด้านในกล่องเตาแม่เหล็กตัวนี้มีอะไรให้มาบ้างนะครับ

   สำหรับใครที่ซื้อมาแล้ว อย่าลืมเช็คการใช้งานนะครับ ว่ามันใช้ดีปกติหรือไม่ เพราะบางร้านที่ซื้อมาจะมีประกันตัวสินค้า 1 สัปดาห์หรือกี่วันก็ว่ากันไป เมื่อแกะกล่องออกมาก็จะมีเรื่องของคู่มือการใช้งานที่เป็นหนังสือการใช้งานมาให้หนึ่งเล่มบางๆ ในนั้นก็จะมีบอกไว้ว่าเตาแม่เหล็กไฟฟ้าตัวนี้ มันสามารถที่จะทำอะไรได้บ้าง เมนูผัด ทอด ต้ม เมนุที่ใช้ไฟแรง บาร์บีคิว สุกี้ อะไรแบบนี้ ก็มีบอกเอาไว้ ใครมีก็ลองอ่านกันดูนะครับ แล้วก็มีใบรับประกันตัวสินค้าจากทางบริษัทอีกแห่งหนึ่ง ตัวเตาก็จะรับประกันอีกหนึงปี แล้วตอนที่ผมได้ตัวเตาแม่เหล็กตัวนี้มา ก็จะมีแถมเป็นหมอสุกี้มาให้ด้วยหนึ่งใบพร้อมฝาปิด แต่หม้อต้มสุกี้รู้สึกว่ามันบางมากเลย ก็ไม่น่าใช้เท่าไหร่นะครับ ก็อาจจะต้องไปหาซื้อใหม่ที่มันหนากว่านี้สำหรับใครที่ได้ของแถมมาเหมือนผม เพราะว่าถ้าเราใช้หม้อบางๆ บางทีอาจจะไม่ทนเรื่องของสารที่เคลือบเอาไว้ ถ้ามันโดนความร้อนมากๆ มันก็อาจจะส่งผลเสียต่อการทานอาหารเข้าไปในร่างกายของเราได้นั้นเองนะครับ เดี่ยวนี้ซื้ออะไรมาต้องดูให้ละเอียดนิดหนึ่ง เพราะว่ามันค่อนข้างมีสินค้าหลายๆ เกรดเข้ามาขายกันให้มั่วไปหมดนะครับ

   ถัดมาก็มาดูกันที่ตัวเตาแม่เหล็กไฟฟ้าตัวนี้เลย กจะมีสายไฟที่เสียบปลั๊ก แนะนำเลยนะครับ ใครที่ใช้เตาแบบนี้ แล้วลากสายปลั๊กพ่วงไปทำอาหารกันนอกบ้าน ต้องบอกว่าควรใช้สายไฟที่มีขนาดเส้นที่ใหญ่กว่าปกตินะครับ เพราะว่ามันจะร้อนมากเลยถ้าใช้เตาแบบนี้ เนื่องจากมันจะดึงกระแสไฟไปมากเพื่อทำความร้อน แล้วก็แน่นอนว่าใช้เตาแบบนี้มันเปลืองไฟแน่ๆ เลย ด้านบนตัวเตาเองก็จะมีปุ่ม เปิด-ปิด เมื่อเปิดตัวเตาเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของฟังก์ชั่นการทำงานจริงๆ ที่ตรงด้านหน้าเตา จะมีให้เลือกใช้งานอยู่ 2 ระบบใหญ่ด้วยกัน ก็คือ จะสามารถเลือกได้ว่าเป็นโหมด manual หรือว่าจะเลือกเป็นฟังก์ชั่นการใช้งานไปเลย ถ้าเลือกใช้เป็น manual นั้นจะมีเครื่องหมาย บวก และ เครื่องหมาย ลบ ให้กดเพิ่มหรือลดความร้อนตามตัวเลขที่แสดงบนหน้าจอ แต่ถ้าเราจะใช้เป็นฟังก์ชั่นที่ตัวเตามันคำนวณค่าความร้อนมาให้แล้ว ก็สามารถเลือกได้เลยว่าจะทำเมนูอะไร จะทอด ต้ม หรือ ทำเมนู บาร์บีคิว สุกี้ อะไรแบบนี้มีให้เลือกได้ตรงด้านหน้าเตาอีกเช่นกันนะครับ

   เมื่อดูรายละเอียดของ gadget สินค้าอินเทรนด์ไปแล้ว ก็มาถึงช่วงที่เราต้องทดสอบเรื่องของการทำงานตัวเตากันนะครับ ซึ่งผมเองจะทดสอบด้วยการต้มน้ำแบบธรรมดาเนี่ยนะครับ ซึ่งหลังจากการทดสอบก็พบว่าเตาที่มันเป็นสนามแม่เหล็กแบบนี้ มันทำความร้อนได้เร็วดีมากเลยครับ แค่ต้มน้ำปกติน้ำก็จะเดือดเร็วมาก ไม่ถึง 3 นาทีก็จะเห็นว่าน้ำเดือดมาแล้วและเตาแม่เหล็กตัวนี้มีระบบป้องกันด้วย ถ้าเรายกหม้อหรือกระทะที่วางบนเตาขณะทำงานอยู่ แต่ถ้าเรายกขึ้น มันจะหยุดทำงานทันที เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานนั้นเองครับ ถือว่ามันน่าใช้ในราคาไม่ถึง 1 พันบาทนะครับ

ReviewApp Gobike แอปพลีเคชั่นใหม่ล่าสุดจากรัฐบาล เรียกวินมอเตอร์ไซต์ผ่านแอป

   หลังจากที่มีข่าวดังในช่วงเดือนที่ผ่านมาว่า มีนักศึกษาในสถาบันแห่งหนึ่ง เผยแพร่คลิปที่วินมอเตอร์ไซต์หน้าหอพักมีเรื่องกับวินมอเตอร์ไซต์เอกชนที่นำรถป้ายดำมาวิ่งรับลูกค้า ที่เป็นบริการเรียกวินมอเตอร์ไซน์ผ่านแอปพลีเคชั่น จากข่าวนี้หลายคนก็คงจะทราบกันดีว่าช่วงที่ผ่านมาว่าทางเจ้าหน้าที่เอง ภาครัฐเอง ก็มีการสั่งปิดแอปพลีเคชั่นที่เปิดให้บริการเรียกวินมอเตอร์ไซต์ผ่านแอปของทางเอกชนไป ต้องบอกว่าผ่านมา ณ ตอนนี้ เป็นเวลาเพียงไม่นานสำหรับข่าวที่เผยแพร่ออกไป แล้วก็สั่งปิดแอปวินป้ายดำให้หยุดให้บริกาประชาชนไป ล่าสุดครับ มีแอปพลีเคชั่นใหม่ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เราจะมารีวิวกันในครั้งนี้ เป็นการเปิดให้บริการเรียกวินมอเตอร์ไซต์ผ่านแอปพลีเคชั่นจากรัฐบาลครับ เป็นวินมอเตอร์ไซต์ที่อยู่ในสังกัดกรมขนส่งทางบกหรือว่าวินมอเตอร์ไซต์ป้ายเหลือง ป้ายสาธารณะที่อยู่ในระบบของรัฐบาล มีเสื้อวินเรียบร้อย มีรถมอเตอร์ไซต์ถูกกฎหมาย แล้วแอปนี้จะมีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วมันจะใช้งานได้ดีหรือไม่ เรามารีวิวพร้อมกับการวิเคราะหักันสิครับว่า มันดีหรือไม่ดี ที่รัฐบาลออกมาทำแบบนี้ แล้วบริษัทเอกชนที่ถูกสั่งปิดไป จะทำอย่างไรต่อไป

   ต้องบอกว่า Gobike เป็นแอปพลีเคชั่นน้องใหม่ล่าสุดครับ ที่สามารถดาวน์โหลดได่บน IOS แล้วก็ Android แล้วในตอนนี้ โดยอย่างที่รู้กันดีว่า แอปพลีเคชั่นนี้เป็นแอปที่สามารถเรียกวินมอเตอร์ไซต์แบบที่อยู่ในระบบ มีเสื้อวิน มีรถที่จดทะเบียนกับทางภาครัฐ อะไรแบบนี้นะครับ ลักษณะการทำงานของแอปพลีเคชั่นนี้คือ ก็จะคล้ายๆ กับแอปพลีเคชั่นของเอกชนก 2 ค่ายที่พึ่งโดนปิดตัวไป แต่เราก็คงไม่เอ่ยถึงชื่อแอปนั้นแล้วนะครับ คือในตัวแอปเนี่ยเราสามารถที่จะเลือกบอกตำแหน่งที่เราอยู่แล้วก็สามารถเลือกบอกตำแหน่งที่จะให้ไปส่งได้ โดยเมื่อเราเลือกจุดไปรับไปส่งแล้วเรียบร้อย ตัวแอปเองจะประเมินราคาในเส้นทางนั้นๆ ที่เราระบุไป จากนั้นตัวแอปเองก็จะคิดราคามาให้เรา โดยราคาจะเป็นไปตามที่กรมขนส่งทางบกได้กำหนดไว้ด้วย โดยค่าโดยสารเนี่ยนะครับ จะเริ่มต้นอยู่ที่ 20 บาท แล้วค่าโดยสารตามเส้นทางจะกำหนดอยู่ที่ 2 กิโลเมตรแรก อัตรค่าโดยสารจะต้องไม่เกิน 25 บาท ในกิโลเมตรต่อไป แต่ไม่เกิน 5 กิโลเมตร จะคิดอัตราที่ไม่เกิน 5 บาท แล้วจากนั้นถ้าไกลไปกว่านั้น ตัวแอปเองก็จะประเมินขึ้นไปเรื่อยๆ ตามราคาที่ภาครัฐเองได้กำหนดเอาไว้นะครับ โดยทางผู้ที่เปิดตัวแอปนี้ขึ้นมา ก็คือทางภาครัฐเองเนี่ย ก็บอกเอาไว้ว่า สาเหตุที่ต้องเปิดแอปตัวนี้ขึ้นมาแทนแอปของเอกชนทั้ง 2 รายที่ถูกปิดตัวไปนั้น ก็เพราะว่า สาเหตุแรกในเรื่องของความปลอดภัย สาเหตุ่ต่อมาก็คือเรื่องของการโกงค่าวิน โกงค่าโดยสาร โกงค่าเสื้อวิน แล้วก็เหตุผลต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการนั้นเองครับ ก็บางทีถ้าเรามีราคาอยู่ในแอปแล้ว แต่ทางวินมอเตอร์ไซต์เรียกเก็บเพิ่มหรือเก็บแพงในเวลาเร่งด่วน อะไรแบบนี้ ผู้ที่เรียกใช้แอปตัวนี้ก้จะสามารถอ้างอิงได้เลยว่าในแอปมันราคาเท่านี้เอง ก็จะอ้างอิ้งตรงนี้ได้ รวมไปถึงเรื่องของตัววินมอเตอร์ไซต์เองก็จะสามารถระบุตัวตนได้จากฐานข้อมูลที่อยู่กับทางภาครัฐ เมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นมาทางเจ้าหน้าที่เองก็จะสามารถเช็คข้อมูลได้ด้วยนั้นเอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทางภาครัฐได้บอกเอาไว้ว่า เหตุที่ต้องเปิดเองนั้นก็เพราะเหตุนี้นะครับ

   สำหรับการใช้บริการนั้นสามารถดาวน์โหลได้ฟรี และเมื่อเราเรียกใช้บริการแล้ว เราก็จะสามารถจ่ายเงินสดได้ทันทีกับทางพี่วินมอเตอร์ไซต์เลย ซึ่งในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถือว่าเป็นช่วงทดลอง แต่พอเข้าเดือนมิถุนายน ตอนนี้เป็นช่วงที่เปิดให้บริการจริงๆ แล้ว ตอนนี้เองมีคนที่ลงทะเบียนมาขอใช้บริการแล้วประมาณ 1 แสนคนนะครับ

   

   สำหรับการรีวิวแอปพลีเคชั่นที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้เลยนะครับ ทางทีมงานก็ได้ทดสอบดาวน์โหลดมาใช้งานแล้ว แต่ยังไม่ได้เรียกใช้บริการจริงๆ แต่บางพื้นที่ที่เราอยู่อาจจะไกลเขตการให้บริการไปสักหน่อย ตัวแอปเลยขึ้นว่าบอกว่ายังไม่มีการให้บริการในเขตพื้นที่นี้ อะไรแบบนั้นนะครับ แต่พอเราไปลองใช้งานในเขตอ่อนนุช หรือว่าสุขุมวิท ดูแล้ว ก็มีให้เรียกใช้บริการกันแล้ว แต่อย่างไรก็ดี ความคิดเห็นส่วนตัว การผูดขาดตลาดแบบนี้มันก็ไม่ดีต่อผู้บริโภคอย่างเราแน่นอน เพราะไม่มีสิทธิเลือกสิ่งที่ราคาถูกกว่าแล้วก็ดีกว่า อะไรแบบนั้นนะครับ

อัพเดท gadget สุดล้ำประจำเดือน มิถุนายน 2016


   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบเรื่องของ gadget สินค้าอินเทรนด์ใหม่ๆ เทคโนโลยีล้ำๆ นำสมัย ต้องห้ามพลาดที่จะมาอัพเดททุกๆ ความเคลื่อนไหวในวงการไอทีกับเรา 108plaza ซึ่งเราจะมีการรีวิวนวัตกรรมต่างๆ รวมไปถึงข่าวสารใหม่ๆ ที่เป็นสินค้าค้าล้ำ แล้วในครั้งนี้เอง ทีมงานก็ได้ไปคัดสรรมาแล้วว่า gadget ที่จะมานำเสนอในครั้งนี้ เป็นสินค้าสุดล้ำประจำเดือน มิถุนายน 2016 นี้แน่นอน จะเป็นอะไรนั้น ไปดูกันเลย

   Gadget แรกเลยในวันนี้นะครับ ใครที่เบื่อกับการใช้อินเตอร์เน็ตที่บ้านแล้ว สัญญาณไม่ดี หลุดบ่อย หรือว่าเลาท์เตอร์ต้องทำการรีเซ็ทบ่อยๆ ทำอย่างไงครับ สิ่งที่ทำได้คือ ต้องเดินไปปิด แล้วก็ทิ้งไว้สักประมาณ 5 วินาที แล้วก็เปิดใหม่ อะไรแบบนี้ ก็ทำกันบ่อย แต่สินค้าสุดล้ำที่นำมารีวิวกันแบบคร่าวๆ ในครั้งนี้คือ ResetPlug ตัวที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปด้านบนนี้แหละนะครับ หลักการทำงานของปลั๊กตัวนี้คือ ตัวปลั๊กตัวนี้มันจะตรวจจับสัญญาณอินเตอร์เน็ตของเราอยู่ตลอดเวลาครับ พอมันรู้ว่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตของเรานั้นมีปัญหา สัญญาณไม่มา สัญญาณไม่เสถียร ปลั๊กตัวนี้จะทำงานอัตโนมัติ จะรีบูทตัวเองโดยการตัดกระแสไฟเข้าที่เลาท์เตอร์แล้วก็ปล่อยกระแสไฟเข้าอีกครั้งหนึ่ง เหมือนกับว่าเราไม่ต้องไปปิดและเปิดเลาท์เตอร์เองอีกแล้วนั้นเองนะครับ ตัว ResrtPlug ตัวนี้มีขายแล้วในเว็บไซต์ของเค้าเองเท่านั้น ราคาก็น่าสนใจเลยทีเดียวครับ ราคาอยู่ที่ 59.99 เหรียญ เลยทีเดียว บางคนบอก แพงไปหรือเปล่า แพงแบบนี้เดินไปปิดแล้วเปิดเองง่ายกว่าไหม อะไรแบบนั้นนะครับ แต่อย่างไรแล้วเราก็คัดมาแล้วว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีสุดล้ำประจำเดือน มิถุนายนนี้นะครับ

   Gadget ต่อมาครับ สำหรับผู้ที่พัฒนาเรื่องของ smart watch เองในตอนนี้เลงเห็นถึงปัญหาของการใช้งานแบบในปัจจุบันนี้ คือหน้าจอบนนาฬิกาเนี่ยจอมันเล็กใช่ไหมละครับ ทำให้การแตะ การกด การใช้งานบนหน้าจอเล็กๆ เนี่ยมันใช้งานยาก ทางนักพัฒนาเนี่ยก็เลยคิดว่า เราเปลี่ยนจากการแตะที่หน้าจอ มาเป็นการ skin track แทนได้ไหม คือแตะที่แขนเรานี่แหละ แล้วก็สามารถสั่งการได้แบบที่ไม่ต้องกลัวว่าหน้าจอจะเล็กไป อะไรแบบนั้นนะครับ ซึ่งนวัตกรรมชิ้นนี้ก็จะทำขึ้นมาในแบบที่ว่า เราจะใช้การสวมใส่ smart watch แบบปกติในแขนข้างหนึ่ง แต่ในแขนอีกข้างหนึ่งจะต้องใส่อุปกรณ์อีกหนึ่งชิ้นเล็กๆ ที่เรียกว่าวงแหวนอัจฉริยะ ที่จะคอยสร้างกระแสแม่เหล็กไฟฟ้าที่เป็นคลื่นความถี่ต่ำ ที่ไม่เป็นอันครายต่อร่างกายมนุษย์ด้วยเนี่ยนะครับ เพื่อเป็นการตรวจจับสัญญาณและการเคลื่อนไหว จากนั้นตัวเซนเซอร์ที่ว่านี้ก็จะส่งมาที่นิ้วแล้วก็สามารถแตะไปที่แขนหรือหลังมือ ซึ่งในการสร้างนวัตกรรมแบบนี้นะครับ ก็คือจะเอามาแก้ปัญหาเรื่องของการทำแป้นคีย์บอร์ดที่มันก็ยากต่อการใช้งานได้ที่ยังใช้งานได้ไม่ดีพอนั้นเองนะครับ ซึ่งถามว่าตอนนี้นวัตกรรมแบบนี้ ทางผู้ผลิตหลายๆ บริษัทสามารถผลิต smart watch แบบนี้มาใช้งานได้จริงหรือยัง คำตอบคือ ยังนะครับ ถือว่าเป็นโครงการ startup ที่ตอนนี้มีนักพัฒนาหลายๆ บริษัทไอทีนำไปทดลองอยู่นั้นเอง แต่คาดว่าในอีกไม่นานนี้ ก็คงจะได้เห็นนาฬิกาอัจฉริยะในแบบที่ว่าเราสามารถแตะได้ทุกพื้นที่ตรงแขนเราได้นะครับ ก็ถือว่าเป็ฯอีกหนึ่ง gadget สุดล้ำที่เราต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีบริษัทไหนที่ผลิตขึ้นมาแล้วสามารถทำในเชิงพาณิชย์ได้ก่อนใครเพื่อนนะครับ

   สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ในชิ้นที่ 3 ที่จะมาอัพเดทกันในเดือนมิถุนายนนี้ ดูเหมือนว่าจะใกล้ความจริงมากที่สุดในบรรดาสิ้นค้าไอทีทั้ง 3 ชิ้นที่เราหยิบมานำเสนอกันในครั้งนี้นะครบ นี่เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงของค่าย asus นั้นก้คือ zenfon 3 นั้นเองนะครับ เป็นเวลาเกือบปีแล้วนะครับที่ zenfon 2 ได้เปิดตัวไปแล้ว แต่ล่าสุดครับ ก็มีข่าวจาก asus เองว่าในวันที่ 30 มิถุนายน 2016 นี้จะมีการแถลงข่าวขึ้นมา ก็คาดว่าน่าจะเป็นการเปิดตัว zenfon 3 ตามที่สื่อในวงการไอทีได้คาดการณ์เอาไว้นะครับ ซึ่งตามข่าวที่หลุดอกมานั้น ก็ยังบอกอีกด้วยว่า asus เองเตรียมที่จะเปิดตัวฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาจากทาง asus เองด้วย แล้วก็มีอีกหลายๆ ความตื่นเต้นที่จะมาพร้อมกับ zenfon 3 นี้ อย่างเช่น บอดี้ทั้งเครื่องจะเป็นอลูมิเนียม แล้วก็จะมาพร้อมกับขนาดจอ 5.5 นิ้ว แล้วก็ตัวที่พรีเมี่ยมขึ้นไปอีก จะมาพร้อมกับหน้าจอ 5.9 นิ้ว แล้วก็จะมาพร้อมกับปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหน้าตัวเครื่อง แล้วก็จะมาพร้อมกับแรม 3 จิกกะไบท์ ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้เยอะและตื่นเต้นนะครับ เพราะค่ายอื่นไปถึง 6 จิกกะไบท์กันแล้ว กล้องหน้าจะมาพร้อมกับไฟแฟลดซ์ LED ด้วย แล้วก็ใช้เป็นพอร์ดการเชื่อมต่อแบบ USB Type C แล้วก็จะมาพร้อมกับ Android 6.0 ด้วยนะครับ แล้วนี่ก็คือ 3 gadget สุดล้ำประจำเดือนมิถุนายน 2016 นี้ครับ ในเดือนหน้าจะมีอะไรมาอัพเดทกันอีกนั้น ต้องห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงนะครับ

เผยคลิปมาให้หายข้องใจกันบ้างแล้วกับ Asus zenfone 3

   สำหรับใครที่เป็นสาวกของทาง Asus นิกายเซนอย่าง zenfone ต้องบอกเลยว่าหายคิดถึงกันบ้างแล้ว เมื่อมีการเผยคลิปในบางช่วงบางตอนที่เป็นจุดเด่นของ asus zenfone 3 ตัวใหม่ล่าสุดที่จะเปิดตัวกันในวันที่ 30 พฤษภาคม นี้ แต่สำหรับเพื่อนๆ เองอาจจะเข้ามาอ่านบทความนี้หลังการเปิดตัวไปแล้วก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทางทีมงาน 108plaza ก็จะมาอัพเดทความเคลื่อนไหวแบบเกาะติดขอบสนามกันเลยทีเดียวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้

   สำหรับการอัพเดทข่าวล่าสุดของทาง asus zenfone 3 ก็มีคลิปประมาณว่าเป็นการเผยโฉมกันแบบคร่าวๆ มาให้แฟนๆ ของนิกายเซนได้เห็นกันทั่วโลกว่ามันจะมีเรื่องของอะไรบ้างที่น่าสนใจ โดยรายละเอียดในคลิปนั้นก็มีอยู่ว่า ทาง asus ในให้คำไบ่มาด้วยกัน 3 เรื่องด้วยกัน โดยเรื่องแรกนั้นคือ clarity แล้วก็มีรูปของตัว asus zenfone 3 มาให้เราได้เห็นกันแบบแวบๆ ทางด้านหลัง ซึ่งในความหมายของคำไบ่นี้ก็จะหมายถึงความชัดเจนนั้นเอง แต่ทางทีมงานก็ขอคาดเดาไปที่ เรื่องของกล้องที่อาจจะมีความชัดเจนที่สุด หรือว่า เรื่องของหน้าจอ ที่อาจจะมีความชัดเจนที่สุด เหนือสมาร์ทโฟนใดๆ อะไรแบบนั้นก็เป็นได้ แต่คาดว่าคงจะเป็นที่กล้องหลังมากกว่า เพราะในคลิปนั้นบอกคำไบ่นี้มาพร้อมๆ กับการเผยตัวสมาร์ทโฟนทางด้านหลังที่เห็นกล้องหลังอ่ย่างชัดเจนนั้นเอง ส่วนคำไบ่ที่สองก็คือ Desire ซึ่งคำไบ่นี้เราก็บอกตรงๆ ว่ามนหมายถึงจุดไหนของสมาร์ทโฟน asus zenfone 3 กันแน่ แต่อาจจะคาดเดากันไปตรงที่เรื่องของการออกแบบตัวเครื่องให้มีความโดดเด่น เห็นแล้วต้องอยากจะได้มาเป็นเจ้าของอะไรแบบนั้นนะครับ ในส่วนของคำไบ่ต่อมาครับ ก็คือ unlimited ซึ่งตรงนี้อาจจะคาดเดาไปว่ามันเป็นสมารืทโฟนที่สามารถใช้งานได้แบบไร้ขีดจำกัดก็เป็นได้ อย่างเช่น เป็นสมาร์ทโฟนที่เล่นได้ทั้งเกมส์ โซเชียล กล้อง แล้วก็อื่นๆ ที่อาจจะเป็นเทคโนโลยีที่จะสามารถรองรับได้ในอนาคตที่จะมาถึงนี้ก็เป็นได้ นั้นหมายความว่า asus zenfone 3 อาจจะมาพร้อมกับประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งคาดว่าสเปคคร่าวๆ ที่หลุดมาตามคลิปวีดีโอนั้น จะใช้เป็นตัว snapdragon 652 แล้วก็ตัว snapdragon 650 ซึ่งสาเหตุที่บอกมาเป็นหลายสเปคแบบนี้ ก็คาดว่าจะนำมาทำตลาดคล้ายๆ กับตัว asus zenfone 2 อย่างที่ผ่านมา ที่มีให้เลือกหลากหลายรุ่นตั้งแต่ราคาต่ำๆ ไปจนถึงราคาแรงๆ อย่างนี้ก็เป็นได้ โดยในคลิปวีดีโอก็เผยโฉมมาให้ได้เลือกันอยู่ 3 รุ่น สูงต่ำตามระดับกันไปเลย

   ซึ่งทางทีมงานก็คาดว่าจะใช้ชื่อรุ่นย่อยแบบตัว asus zenfone 2 เช่นกัน นั้นก็คือ ตัว asus zenfone 3 และก็ตัว asus zenfone 3 deluxe แล้วก็ตัวสุดท้ายที่แพงสุดแล้วก็แรงสุดน่าจะเป็นตัว asus zenfone 3 max นั้นเองนะครับ แล้วคาดว่าตัวพึ่ใหญ่สุดอย่าง asus zenfone 3 max เนี่ยนะครับ เห็นได้ชัดเจนเลยว่าขนาดหน้าจอใหญ่มากเลยทีเดียว อาจจะมีขนาดหน้าจอประมาณ 6 นิ้วหรือใหญ่กว่านั้นก็เป็นได้ ก็เรียกว่าใครที่ชอบสมาร์ทโฟนจอใหญ่ๆ เห็นแบบเต็มตาละก็ ในเดือนหน้านี้ก็คงเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าจะมีสเปคตัวจริงเสียงจริงออกมากันอย่างไร จะหวยออกตรงที่เราคาดการณ์เอาไว้หรือไม่ หรือจะผิดทั้งหมดนี่ต้องรอดูครับ แต่อีกหนึ่งการคาดเดาก็คือตำแหน่งของปุ่มสแกนลายนิ้วมือครับ โดยตัว asus zenfone 3 และตัว asus zenfone 3 deluxe เนี่ยจะมีปุ่มสแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง แต่คาดว่าในรุ่นพี่ใหญ่สุด asus zenfone 3max นั้นจะปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่สังเกตเห็นมีปุ่มเพาเวอร์อยู่ด้านข้างที่นูนๆ ออกมา คาดว่าปุ่มสแกนลายนิ้วมือจะอยู่ด้านข้างด้วยเช่นกัน นอกจากนี้แล้วยังสามารถใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด แล้วก็รองรับการใช้งานหน่วยความจำสรำรองอีกด้วย

   ซึ่งถ้าเป็นไปตามคาดของทางทีมงานเรา ที่เหนือไปกว่านั้นคาดว่ากล้องหน้าของ asus zenfone 3 max จะมาพร้อมกับกล้องหน้าคู่ แล้วก็กล้องหลังมีเลเซอร์ออโต้โฟกัสด้วย ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่น่าใช้งานเลยทีเดียวครับ แต่สำหรับการวางขายจริงๆ น่าจะอยู่ในช่วงเดือน กรกฎาคม เลยทีเดียว ก็ต้องทนรอกันหน่อย กว่าจะมาถึงบ้านเรานะครับโดยราคาเริ่มต้นและราคาสูงสุดของ gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เราได้นำมาคาดเดากันก่อนใครในครั้งนี้จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 5 พันบาทในรุ่นล่างสุด แล้วก็รุ่นท็อปสุดน่าจะแพงกว่ารุ่น zenfone 2 อยู่บ้างนิดหน่อย ประมาณ 13,xxx บาทนะครับ อย่างไรก็ต้องรอติดตามข่าวสารที่อัพเดทกันก่อนใครกับเราที่นี่ 108plaza แล้วท่านจะไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวในวงการไอทีครับ

Review USB Mini Fan Air พัดลมไอเย็นขนาดเล็กๆ ที่ตั้งโต๊ะคอมแล้วเสียบ USB ก็เย็นได้

 

   ต้องบอกว่าเดี่ยวนี้อะไรก็ร้อน กลางวันก็ร้อน กลางคืนก็ร้อน ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่จะเย็นเรียกว่าอยู่ลำบากกันละครับทีนี้ อุณหภูมิเนี่ย มากที่สุด 44 องศากันไปแล้ว แล้วคาดว่าปีหน้า แล้วก็ปีต่อๆ ไป ถ้าเรายังไม่รักโลก ยังไม่ช่วยกันปลูกป่าเพื่อดูดซับแสงแดดกันอยู่อย่างนี้ รับรองว่าอยู่ยากครับ คงต้องอยุ่แต่ในห้องแอร์กัน แล้วก็ต้องจ่ายค่าไฟกันบานตามมาอีก แล้วก็ต้องทนร้อนกับการที่ต้องเดินออกไปข้ามนอกกันอีกแน่นอน เพราะฉะนั้น 108plaza ของเรา ซึ่งเป็นผู้ที่ชอบสรรหา gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรใหม่ๆ มารีวิวกันตลอดเนี่ยนะครับ เราก็เลยไปสรรหาอะไรใหม่ๆ ที่เค้าผลิตขึ้นมา แล้วบางทีเราก็ไม่รุ้ เรพาะสินค้าบางอย่างไม่ได้ทำการตลาด แต่ขายกันเงียบๆ แต่ก็น่าสนใจ แล้วคิดว่ามันเข้ากับช่วงเวลานี้พอดี เวลาที่ร้อนๆ แบบนี้นะครับ จะเป็นสินค้าอะไรมารีวิวกันอีกนั้น ต้องติดตามครับ

   เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับรูปตัวอย่างสินค้าที่เรานำมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกัน น่ารักไหมครับ แล้วให้ลองเดาดูสิว่า สิ่งที่อยู่ในรูปด้านบนนี้ ที่มีถึง 6 สี 6 แบบให้เลือกนี้มันคืออะไร ดูไปดูมามันตือลำโพงใช่ไหม เอาไว้ตั้งโต๊ะเป็นเบาๆ ก็คงไม่ใช่แน่ๆ อย่าเดากันให้เสียเวลาเลยครับ ผมจะเฉลยๆให้เพื่อนๆ ฟังว่ามันคืออะไร สินค้าตัวนี้ที่เรานำมารีวิวนี้ มีชื่อว่า USB Mini Fan Air ครับ เป็นพัดลมขนาดเล็กๆ ที่ใช้สายเสียบเป็นหัว USB นั้นเอง เอาไว้พกพา เอาไว้ไปที่ไหนต่อที่ไหน สามารถเสียบได้กับตัวพอร์ด USb ทั้งคอมพิวเตอร์ พีซี คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค หรือ พอร์ด USB ที่อื่นๆ อย่างเช่น ตรงเพาเวอร์แบงค์ ก็ได้ หรือใครจะเอาไปเสียบกับหัวชาร์จแบตเตอร์รี่ของมือถือเราก็ได้ด้วยเช่นกัน หรือจะเอาไปเสียบในรถยนต์ แปลงจากหัวที่เสียบจุดบุหรี่ในรถให้กลายเป็นหัว USB เท่านี้ก็เสียบได้เช่นกัน ก็พูดง่ายๆ ว่าเสียบได้หลากหลายมากเลย เหมาะสำหรับการพกพาเพื่อความเย็นแบบเบาๆ พอทำให้ชื่นใจได้บ้างนิดๆ หน่อยๆ แต่คงจะไม่เย็นเท่ากับการเปิดแอร์ในห้องอะไรแบบนั้นนะครับ เห็นถึงความน่ารักของพัดลมไอเย็นแบบ USb ตัวนี้กันแล้ว หลายท่านก็คงอยากจะได้กันแล้ว แต่สามารถหาซื้อได้ตามเว็บไซต์ที่เค้าขาย gadget ทั่วไปหรือตามร้านจำหน่าย gadget สินค้าไอทีต่างๆ ก็มีเช่นกัน ราคาเนี่ยตัวที่ผมได้มาตัวนี้ มีราคาอยู่ที่ 300 บาทเท่านั้นเองนะครับ บอกราคากันไว้ก่อนตรงนี้ เผื่อที่ว่ามีเพื่อนๆ สนใจจะได้อ่านต่อว่ามันมีหลักการทำงานอย่างไรบ้าง แล้วมันเย็นแค่ไหน อะไรแบบนี้นะครับ เพราะบอกเลยว่าราคาได้แพงมากเลย ซื้อมาเป็นของเล่นเล็กๆ ผมว่าก็โอเครดีนะครับ

   สำหรับหลักการทำงานของพัดลมไอเย็นขนาดจิ๋วตัวนี้หรือใครจะเรียกว่าพัดลมมือถือแบบตั้งโต๊ะทำงานก็ได้เช่นกัน หลักการทำงานของมันก็จะคล้ายกับตัวพัดลมไอเย็นทั่วไปที่กำลังนิยมแล้วก็ขายดิบขายดีกันในตอนนี้นะครับ เพราะว่าช่วงนี้อากาศร้อน เปิดแอร์เครื่องใหญ่อย่างเดียวทั้งวันทั้งคืนก็ไม่ไหว ค่าไฟบาน ก็หาตัวช่วยอะไรแบบนี้กันแทน ด้านหลังของตัวเครื่องเราจะสามารถใส่น้ำ ใส่น้ำแข็ง หรือว่าจะเอาผ่านเจลเย็นที่มีขายทั่วไปเนี่ยนะครับ เอามาพับครึ่ง แล้วก็ใส่ลงไปในถาดด้านหลังของเครื่องตัวนี้ได้ จากนั้นตัวเครื่องเองก็จะมีระบบรังผึ้งอยู่ด้านใน ลมจะดูดอากาศจากด้านหลัง ผ่านตัวรังผึ้งที่มันเปียกแล้วก็เย็นอยู่นี้ ดูดลมผ่านออกมายังด้านหน้า ทำให้ลมที่ได้ออกมานั้นเย็นนั้นเองครับ หลักการไม่ได้เยอะอะไรเลย แต่ว่าสามารถทำให้เย็นได้ ด้านในก็มะมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ดูดลมแล้วก็พัดลมออกมาจากด้านหน้าเท่านั้นเอง แต่ข้อเสียก็คือว่า พัดลมขนาดจิ๋วเครื่องนี้มันต้องใช้น้ำแข็งอาจจะประมาณ 2-3 ก้อน เพื่อใส่เข้าไปในถาดด้านหลัง เพื่อที่จะให้ความเย็นนั้นมากขึ้นกว่าปกตินะครับ เพราะว่าถ้าเราใส่น้ำเปล่าๆ น้ำอุณหภูมิห้องปกติเนี่ย มันจะรู้สึกว่าเย็นกว่าพัดลมทั่วไปนิดเดียวเอง แต่ถ้าอยากจะให้เย็นเยอะๆ เนี่ย ก็ต้องใส่น้ำแข็งหรือว่าแผ่นเจลเย็นอย่างที่บอกไปนะครับ

   ใครที่ชอบ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่น่ารักๆ แบบนี้ เอาไว้ใช้งานบนโต๊ะทำงานเอาไว้เป่าหน้าให้เย็นเพื่อผิวหน้าชุ่มชื่นหรือหน้าไม่มันสำหรับคุณผู้หญิงนะครับ สามารถไปหาซื้อกันได้ เดี่ยวนี้มีขายแล้วตามเว็บไซต์ต่างๆ ผมก็เห็นเยอะเลย แต่ราคาก็ถูกแพงแตกต่างกันไปนะครับ ส่วนครั้งหน้าเราจะมีสินค้าอินเทรนด์อะไรมานำเสนอกันนั้น ต้องบอกว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงเลยทีเดียวครับ

Preview Xiaomi Mi Drone เครื่องบินบังคับติดกล้องจากจีนเปิดตัวแล้ว

                       108plaza ของเรานำเอาอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์แบบ โดนๆ มาฝากเพื่อนๆ กันครับ เพราะในครั้งนี้เรามี Drone ตัวใหม่ล่าสุดเลย บินตรงจากประเทศจีนกันเลยทีเดียวครับ หลังจากที่สือไอทีต่างๆ ได้มีการพูดถึงการเปิดตัวของ xiaomi มานานแล้วในเรื่องของการเปิดตัว drone ของค่ายนี้ ก็พูดและลือกนไปหนาหูมากเลย แต่ในที่สุดก็เป็นจริงครับ เดี่ยวเรามาดูรายละเอียดของตัว Mi Drone ตัวนี้กันก่อนใครเลยดีกว่าครับ

                  หลังจากเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2016 ที่ผ่านมานี้ ทางค่าย Xiaomi ก็ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Mi Drone ตัวที่เพื่อนๆ เห็นกันในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี่แหละครับ เรียกว่าตอนนี้ยังไม่ได้เข้ามาเมืองไทยอย่างเป็นทางการ แต่เราก็นำเอารูปมาพรีวิวให้เพื่อนๆ เห็นกันก่อนใคร แล้วก็มาเล่าถึงความสามารถของ โดรน ตัวนี้กันแบบคร่าวๆ เรียกว่าเป็นการพรีวิวก่อนที่เราจะได้มีโอกาสได้รีวิวตัวจริงกัน ถ้าเมื่อไหร่ที่ โดรน ตัวนี้เข้ามาบ้านเรานั้นเองครับ

                  หลังจากที่เวลา 1 ทุ่มตรงตามเวลาที่ประเทศจีนเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจาก Xiaomi โดยเปิดตัว โดรนที่มีชื่อว่า Mi Drone อย่างที่บอกไปแล้ว ซึ่งความสามารถของโดรนที่ว่านี้จะถ่ายภาพได้ในความละเอียดแบบสูงสุดที่ระดับ 4K ในเฟรมเลดที่ 30 เฟรมเลดต่อวินาที แต่ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น ในกลุ่มคนไอทีจากประเทศจีนก็บอกเอาไว้ว่า ไม่แน่นะ โดรน จากทาง mi ตัวนี้ จะสามารถใช้ร่วมกับตัว mi band ในการควบคุม โดรน ตัวนี้ รวมไปถึงใช้ท่าทางที่มือหรือแขนของเรานี่แหละครับ ในการควบคุม โดรน ตัวนี้ให้บินไปตามที่เราสั่งการ แทนที่จะใช้รีโมทคอนโทรนเหมือนกับใน โดรน ทั่วๆ ไป แต่ที่ชัดเจนที่สุดแล้วในการเปิดตัวนั้น การควบคุม โดรน ตัวนี้จะใช้ในเรื่องของการควบคุม โดรน ผ่านทาง แอปพลีเคชั่น ของ xiaomi เองผ่านตัวสมาร์ทโฟนได้ แล้วที่เหนือไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ที่เป็นข่าวลือ ที่ xiaomi เองได้ปล่อยคลิปวีดีโอ เกี่ยวกับการเปิดตัว โดรน รุ่นนี้ออกมา ก็มีรูปเป็นคอปเตอร์ไม้ไผ่ที่คล้ายๆ ในการ์ตูน โดเรมอน ซึ่งก็ทำให้คนไอทีต่างก็คาดเดาไปว่า xiaomi เองนั้น น่าจะมีของเล่นอะไรใหม่ๆ ที่จะมาใช้งานร่วมกับ โดรน รุ่นนี้อีกหรือไม่ เพราะในงานเปิดตัวนั้นยังไม่มีการเผยออกมา ก็คาดว่าจะต้องรอการวางจำหน่ายจริงๆ อีกครั้งหนึ่งนะครับ

   เริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมละครับเพื่อนๆ เมื่อเริ่มน่าสนใจแล้ว ลองคาดเดากันสิว่า เรื่องของราคาค่าตัว xiaomi mi drone ที่จะออกมาวางขายอย่างเป็นทางการในอีกไม่นานนี้เนี่ย จะราคาเท่าไหร่ แต่ไม่ต้องคาดเดากันแล้วครับ เพราะ xiaomi เองก็เปิดตัวราคามาแล้วคร่าวๆ จะอยู่ที่ราคา 3,999 หยวน ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็บอกเลยว่า แพงมากๆ ราคาเงินไทยนั้นอยู่ราวๆ 2 หมื่นกว่าบาทเลยทีเดียวครับ ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า ในเทรนด์ของปี 2016 นี้ gadget ที่คิดว่าจะมาแรงแซงทางโค้งไปเลย นอกจากจะนิยมเรื่องสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ กันแล้ว อีกหลายๆ สิ่งที่จะตามมานั้นก็คือ Drone เทรนด์มาแรงแน่ๆ ปีนี้ แล้วก็มีอีกนะครับ แว่น VR ที่เราเลยรีวิวกันไปในหลายๆ แบรนด์ชั้นนำ ก็ต้องบอกว่ามีอีกหลายๆ บริษัทที่กำลังซุ่มพัฒนาและเตรียมที่จะเปิดตัวมาอีกในเร็วๆ นี้อีกเพียบเลย แล้วจากนั้นก็เป็นเรื่องของ chatboard ก็มาแน่ๆ ในปีนี้เช่นเดียวกัน ก็เป็น 4 gadget ที่น่าจับตามองมากเลยในปีนี้ เพราะอย่างที่เราเคยรีวิว drone แบรนด์อื่นๆ ไปนั้น เรื่องของความสามารถก็มีมาครบเลย ในหลายๆ รุ่น ทั้งตัวที่รองรับ 4k ได้และสามารถบังคับผ่านสมาร์ทโฟนได้ มีระบบติดตามตัวได้ แต่ราคาก็ค่อนข้างแพง แต่อย่างไรแล้ว ต้องรอการเข้ามาทำตลาดกันในบ้านเราให้แน่ชัดเมื่อไหร่ สำหรับ xiaomi mi drone ตัวนี้ เราจะสัญญาว่าจะเอาสินค้าจริงๆ มาทำการีวิวพร้อมทั้งให้เพื่อนๆ นั้นได้อัพเดทกันอย่างต่อเนื่องแน่ๆ เลยนะครับ

   สำหรับใครที่มี gadget สินค้าอินเทรนด์อย่าง mi band ตัวนี้ไว้แล้ว ถ้าเมื่อไหร่ที่ mi drone เข้ามาแล้ว ก็อย่าลืมไปสอยมาทดลองใช้งานกันนะครับ สำหรับครั้งหน้าเราจะมีอะไรมาให้ทุกท่านได้อ่านกันอีกนั้น ต้องคอยติดตามกันเอาไว้ให้ดีครับ เพราะทางเว็บไซต์ของเรามีสินค้าเด็ดๆ ของพรีเมี่ยมหรูๆ มาริวิวให้ทุกท่านได้อ่านกันอย่างแน่นอน

Review Drinking Glasses หลอดดูดน้ำแว่นตา ของเล่นใหม่ของวัยรุ่น

 

   มีนักการตลาดหลายๆ คนเคยบอกเอาไว้ตามสื่อต่างๆ ว่า ในปัจจุบันนี้ สิ่งที่จะขายได้แล้วก็ขายได้ดี ต้องมีจุดเด่น แล้วก็ต้องมีกิมมิกเล็กๆ ที่จะชูให้เห็นว่าสินค้าที่จะมาวางขายนี้มันมีอะไรน่าสนใจ ก็จะสามารถขายได้ดีฝนยุคที่ตลาดมันมีการแข่งขันกันสูงแบบนี้ แล้วในวันนี้เอง 108plaza ก็ไปเห็นสินค้าตัวหนึ่ง ที่น้องๆ วัยรุ่นเค้ากำลงชอบ แล้วก็ซื้อไปเล่นกันสนุกๆ เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะนำมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันในวันนี้ด้วย รับรองว่าสนุกแน่ครับ แล้วก็จะทำให้เราลดอายุไปได้เยอะเลย กับเจ้าตัวนี้

   สิ่งที่จะรีวิวกันในครั้งนี้มันมีชื่อว่า Drinking Glasses นั้นเองครับ ถามว่ามันคืออะไร ถ้าช่วงนี้เพื่อนๆ หรือน้องๆ หนูๆ ไปเดินตามห้างสรรพสินค้า ไปเดินแถวสยาม แล้วก็แหล่งชุมชนที่มีวัยรุ่นเยอะๆ เนี่ยจะเห็นว่ามีแบบนี้ขายอยู่ ราคาก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่นะครับ ส่วนที่ผมได้มารีวิวเนี่ยประมาณ 100 กว่าบาท เพราะไปซื้อในห้าง อาจจะแพงนิดหนึ่ง แต่หลายท่านที่ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร เฉลยเลยแล้วกันครับ มันคือ หลอดดูดน้ำแว่นตา นั้นเอง เอาละสิครับ เร่มสงสัยกันแล้วสิ ว่าอะไรมันคือหลอดดูดน้ำแว่นตา ความแจริงแล้วมันก็คือหลอด กับ แว่นตา เอามาผสมรวมกันนั้นเอง แล้วตัวแว่นตาเนี่ยนะครับ มันก็จะทำมาเป็นหลอดกลมๆ ทำเป็นรูปต่างๆ ที่เป็นตัวแว่นตา เราสามารถใส่แว่นตานี้ได้จริงๆ เลย กรอบแว่นก็จะมีรูปร่างต่างๆ กันไปน่ารักๆ มีรูปหัวใจบ้าง รูปวงกลม วงรี แล้วก็รูปอื่นๆ อีกเยอะแยะเลย แล้วเราก็ใส่แว่นตาอันนี้เข้าไป แล้วมันจะมีท่อหรือว่าหลอดดูดอยู่นะครับ มันจะมีท่อยาว กับท่อสั้น สองข้างให้เราได้ดูดอะไรก้ได้ขึ้นมาดื่ม อาจจะเป็นน้ำสีต่างๆ อะไรแบบนี้นะครับ แต่ตอนที่ซื้อมาเนี่ย ผมได้ซื้อมาเป็นกล่อง มันจะวางขายเป็นกล่องของมันเลย แลวเราก็ต้องมาประกอบเอง ประกอบให้เป็นแว่น แล้วก็เป็ฯตัวหลอดดูดด้วยเนี่ยนะครับ เมื่อแกะกล่องขึ้นมาเนี่ยนะครับ จะเห็นว่ามีอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน ส่วรแรกเลยจะเป็นส่วนของแว่นตา ส่วนที่สองก็จะส่วนของหลอดแว่นตาที่เป็นท่อสั้น เอาไว้ให้เราดูดเข้าปากเรา แล้วส่วนที่สามก็คือ ท่อยาว เอาไว้แบบว่าไปหย่อนใส่ในขวดหรือเครื่องดื่มต่างๆ ตามที่เราเอาหลอดดูปกตินะครับ การประกอบก็ไม่ยาก ให้เราใส่แว่นตาที่เป็นหลอดไปก่อน มันอาจจะไม่ได้แข็งแรงมากนักนะครับ เราก็ประคองๆ ไว้ แล้วจากนั้นก็เอาหลอดท่อสั้นไปเสียบต่อเข้ากับตัวแว่นตาในซ้าย แล้วก็เอาหลอดท่อยาวมาเสียบเข้ากับแว่นตาอีกฝั่งหนึ่ง ก็คือฝั่งขวา ก็เป็นอันเสร็จสิ้นครับ จากนั้นเราก็สวมแว่นตาหลอดใสๆ อันนี้เอาไว้ จากนั้นก็สามารถดูดน้ำได้แล้วครับ เดี่ยวเรามาลองดูดน้ำกันว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

   ความสนุกของตัวหลอดดูดน้ำแว่นตาตัวนี้มันอยู่ที่ความสนุกของการได้ดูดเครื่องดื่มในสีต่างๆ นี่แหละครับ อย่างแรกเลยที่ทางทีมงานเอามาเล่นกัน เป็นน้ำผลไม้น้ำสีแดงสดเลยจากทิพโก้ เป็นน้ำมะเขิดเทศครับ เครื่องดื่มต่อมาที่นำมาทดสอบกันอีกขวดหนึ่งก็คือ ขาเชียวอิชิตัน น้ำอีกหนึ่งขวดที่จะเอามาทดสอบกันก็คือ กาแฟกระป๋อง เบอร์ดี้ ยังไม่หมดครับ อีกหนึ่งขวดที่เรานำมาทดสอบก็คือนมเปรี้ยว ดัชมิลล์ นั้นเอง ผมเองก็อยากจะกลับเป็นเด็กอีกครั้งเหมือนกัน ก็เลยใส่แว่นตาหลอดดูดน้ำนี้ดูบ้าง แล้วก็จะเปลี่ยนสีแว่นตาให้กลายเป็นสีแดงสดด้วยการเอาหลอดท่อยาวนั้นใส่เข้าไปในขวดน้ำมะเขิดเทศสด ทิพโก้ จากนั้นเราก็ดูปลายหลอดท่อสั้นที่อยู่ใกล้ๆ ปากเรานี่แหละครับ ก็คอ่ยๆ ดูดขึ้นมา ดูดขึ้นมา จะทำให้แว่นตาที่เราใส่อยู่เนี่ยนนะครับ มันก็เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ หลอดสีขาวใสๆ ก็จะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ เป็นสีแดงสด แล้วมันก็จะมีความเย็นผ่านหูเราขึนมา ค่อยๆ ผ่านตรงจมูกด้วย แล้วก็ผ่านขึ้นมาเรือ่ยๆ ตรงรอบตาเรา แล้วก็ข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง

   ก็เป็นของเล่นสนุกๆ หรือว่าเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์เบาๆ ที่เอามาฝากเพื่อนๆ หรือว่านหูๆ น้องๆ กันในครั้งนี้นะครับ ก็ลองให้คุณพ่อ คุรแม่ ไปหาซื้อมาเล่นดูได้ ถ้าวางขายตามร้านทั่วไปที่ไม่ใช่ในห้างใหญ่ๆ ก็คงจะมีราคาไม่แพงนะครับ สามารถซื้อมาเล่นกันได้แบบขำๆ สนุกๆ

รีวิว นาฬิกา CASIO G-SHOCK GA-1100 นาฬิกาที่เหมาะสำหรับนักเดินทางท่องโลก

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่ชอบสะสมนาฬิกา แล้วก็อยากจะมองหานาฬิกาสักเรือนหนึ่งที่เอาไว้ใสติดตัวไปได้ทุกที่เพื่อดูเวลาและเป็นตัวช่วยในด้านอื่นๆ ที่มีให้มาใช้งาน แล้วในครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตอนที่เราขนเอา gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เป็นนาฬิกายอดนิยมที่ใช้แบรนด์ว่า casio g-shock นั้นเองครับ เรียกว่าใครที่ชอบแบรนด์นี้เนี่ยนะครับ เราจะมีทยอยๆ กันมารีวิวเรื่อยๆ เลยในช่วงนี้ สามารถติดตามกันได้ว่าในแต่ละตอนจะเป็นรุ่นไหนอย่างไร แต่ครั้งนี้เราอยู่กับ g-shock รุ่นนี้ครับ GA-1100

   สำหรับ G-shock รุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งลุ่ยยอดนิยมที่ต่อยอดมาจากรุ่น GA-1000 ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา คือปี 2015 นะครับ แล้วในรุ่นนี้เองก็ได้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงดีไซน์ให้มันดูเป็นเหลี่ยมเป็นสันขึ้นมาบ้างนิดหน่อย ใครที่ชอบดีไซน์แบบนี้ก็คงจะบอกว่ามันก็สวยงามไปอีกแบบหนึ่งนะครับ แต่ถ้าถามผมโดยส่วนตัวจะชอบแบบว่าเป็นทรงกลมๆ มากกว่านะครับ แต่ถามว่ารุ่นนี้มันสวยไหม ก็สวยครับ ซึ่งก่อนที่จะมาเขียนรีวิวนาฬิการุ่นนี้ก็ได้ทดสอบใช้งานกันมาสักสัปดาห์หนึ่งแล้วนะครับ สรุปคร่าวๆ เนี่ยก็คือว่านาฬิการุ่นนี้เนี่ย มันง่ายหรือว่ามันเหมาะกับคนที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศบ่อย แล้วก็เดินทางไปหลายๆ ประเทศ นาฬิการุ่นนี้เหมาะกับคุณมากเลยครับ คือฟังก์ชั่นที่ดูเรื่องของเวลาต่างประเทศมันง่ายมากเลย เราเลือกชื่อประเทศ เลือกเมืองไปแล้ว มันจะมีเข็มขึ้นมาบอกเวลาเลยทางด้านซ้ายของหน้าปัดเลย คือมันจะมี 2 จอมาให้เราดูเลย จอหลักก็เป็นเวลาที่เราตั้งไว้ปกติ อย่างเช่น เราอยู่ไทย ก็จะมีเปรียบเทียบเวลาทั้งในไทยแล้วก็ในต่างประเทศที่เราเลือกนั้นเอง แต่ถ้าคุณดูแล้วไม่ค่อยชอบเรื่องของดีไซน์เท่าไหร่ แล้วก็ไม่ค่อยได้เดินทางต่างประเทศเท่าไหร่ ผมว่าตัว GA-1000 จะดีกว่า เพราะฟังก์ชั่นการใช้งานมันก็ไม่ค่อยมีอะไรต่างจากรุ่นเดิมเท่าไหร่ นอกจากที่บอกไปว่ามี 2 จอให้ดูเวลานะครับ ในตัวนาฬิการุ่นนี้จริงๆ ออกมาด้วยกัน 3 สีให้เลือก ก็มีสีดำ สีดำ-เขียว และอีกแบบหนึ่งก็เป็นสีน้ำเงิน-แดง ที่มันมีชื่อรุ่นอีกอย่างหนึ่งว่า อ๊อปติมัส ที่เป็นหุ่นยนต์เรื่องทรานฟอร์เมอร์นะครับ อีกหนึ่งส่วนถัดมาที่ค่อนข้างเปลี่ยนไปจากรุ่นเดิม ก็คือจะมีไฟที่เป็นไฟแบบล้อมเป็นวงกลมขึ้นมา ก็ดูสวยดีในตอนกลางคืนนะครับ แต่สังเกตดูแล้วรอบๆ หน้าปัดจะไม่มีพวกพลายน้ำที่จะช่วยเรืองแสงในตอนกลางคืนนะครับ ซึ่งตามคู่มือและใบรับประกันเนี่ยบอกเอาไว้ว่า นาฬิการุ่นนี้ตัวสายแล้วก็ตัวกรอบจะผลิตที่จีน แล้วก็ตัวเรือนนาฬิกาเนี่ยจะผลิตที่ญี่ปุ่นนะครับ ตัวสายก็เป็นสายแบบ 2 รู แต่ถามเรื่องคุณภาพ บางคนอาจจะคิดว่าผลิตที่จีนจะมีคุณภาพไหม ตรงนี้อย่าไปคิดมากครับ มีคุณภาพตามเกรดของสินค้าแน่นอน วัสดุที่นำมาทำ รวมไปถึงงานประกอบดีเลยครับ แน่นหนา แล้วก็ตัวที่เรานำมารีวิวนี้มีใบรับประกัน เป็นของแท้แน่นอนเลยที่รีวิว

   ฟังก์ชั่นการใช้งานต่อมาของนาฬิกาเรือนนี้ก็คือจะมีเซนเซอร์บอกอุณหภูมิได้ด้วย ถ้าใส่นาฬิกาเอาไว้ก็จะบอกอุณหภูมิที่ตัวเรา แต่ถ้าถอดก็จะเป็นอุณหภูมิห้องปกติ แล้วก็มีฟังก์ชั่นที่บอกทิศทาง มีเข็มทิศในตัวนาฬิกาด้วยนั้นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีตัวจับเวลา ตัวนับเวลาถอยหลังได้ด้วย แล้วก็สามารถตั้งปลุกได้ถึง 5 ครั้งต่อวัน แล้วก็สามารถเปิดโหมดให้ร้องแจ้งเดือนทุกๆ ชั่วโมงได้ด้วย ถ้าไม่ต้องการก็ปิดโหมดนี้ไว้ได้ แต่สิ่งที่ผมเห็นและเคยรีวิวมาทั้งตัว GA-1000 กับรุ่นนี้ที่เป็นตัว GA-1100 เนี่ยนะครับ ถามผมว่ามันต่างกันเยอะไหม ในเรื่องของดีไซน์และรูปแบบ ถ้าไม่เทียบกับฟังก์ชั่นด้านในที่เพิ่มขึ้นมา บอกได้เลยว่าไม่ได้ต่างกันเลย จะต่างก็ตรงสีที่มันเป็นสีดำกันคนละแบบ จะเป็นคนละเฉทสีเท่านั้นเองนะครับ

   สำหรับใครที่ชอบนาฬิกา casio G-shock รุ่น GA-1100 รุ่นนี้นะครับ ก็ลองไปหาดูตามร้านขายนาฬิกาชั้นนำได้เลยนะครับ ก็จะมี 3 สี 3 แบบให้ได้เลือกกันอย่างในรูปที่เห็นนะครับ แต่คำแนะนำว่าถ้าเป็นตัวสายสีแดงเนี่ย เวลาใส่ลุยๆ ที่มีเหงื่อเยอะๆ เนี่ยนะครับ ก็อาจจะเกิดคราบได้ง่ายนะครับ ก็ควรหมั่นทำความสะอาดกันนิดหนึ่งนะครับ ส่วนครั้งหน้าเราจะมี gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรมารีวิวกันอีกนั้น ต้องติดตามและห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดเลยนะครับ