รีวิว MIFA F5 ลำโพงบลูทูธขนาดเล็กพกพาง่าย แนวเสียงจัดจ้าน เน้นมันส์ เน้นเบส

 

   สำหรับท่านไหนที่กำลังมองหาลำโพงพกพาที่มีแบตเตอร์รี่ในตัว สามารถพกติดตัวไปฟังเพลงข้างนอกบ้านได้ หรือ หยิบจับไปฟังเพลงส่วนใดขงบ้านท่านแบบไม่ลำบาก ในตอนนี้ 108plaza ของเราก็มีมารีวิวถึงรายละเอียดแบบเจาะลึกกันอีกหนึ่งตัว มีชื่อว่า MIFA F5 จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานอะไรบ้าง คุณสมบัติเด่นๆ อย่างไร และที่สำคัญแนวเสียงเป็นแบบไหน น่าสนใจหรือไม่และเหมาะกับคนชอบฟังเพลงแบบไหน ได้รู้กันที่นี่แน่นอน

      สำหรับแบรนด์ MIFA นั้นมีการออกแบบ ดีไซน์เรื่องของเสียงมาจากทางฝั่งประเทศเยอรมัน และสั่งผลิตที่ประเทศจีน ก็มีเปิดตัวมาให้เลือกใช้กันในบ้านเรา 5 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีฟ้า สีดำ และสีเขียวทหาร ชอบสีไหนก็ลองไปมองๆ หากันได้ ในส่วนถัดมา เรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีรองรับแน่นอนก็คือ บลูทูธ เชื่อมต่อแบบไร้สายได้ ก็ถือว่าเป็นลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งตัว ที่อัดแน่นมาด้วยชิฟเสียงชื่อดังที่ติดหูกันดีอย่าง Max Audio ก็ให้มาในรุ่นนี้ด้วย ภายในก็ให้วงจรภาคขยายหรือเพาเวอร์แอมป์แบบ คราส D ซึ่งเป็นวงจรที่กินไฟน้อย แต่ให้ขับเสียงได้ดัง ส่วนภายในกล่องของลำโพงรุ่นนี้ที่ให้มาเป็นอุปกรณ์เสริม ก็จะมีอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกเป็นสายชาร์จแบบ micro usb เอาไว้ชาร์จแบตเตอร์รี่ตัวลำโพง แต่ไม่มีหัวชาร์จมาให้ สามารถใช้ร่วมกับหัวชาร์จมือถือได้ อีกหนึ่งส่วนก็คือ สายแจ็ค aux input 3.5 mm. มาให้ 1 เส้น ความยาวประมาณ 1 ฟุต เอาไว้เสียบเชื่อมต่อกับลำโพงได้ในกรณีที่ไม่อยากเชื่อมต่อแบบไร้สาย สามารถเอาไว้ใช้ได้ นอกจากนั้นก็จะมีคู่มือการใช้งานพร้อมกับใบรับประกัน

   สำหรับตัวลำโพงบลูทูธเองนั้น จะเป็นรูปทรงแบบทรงกระบอกอันเล็กๆ จับถือง่ายเลยทีเดียว ภายในตัวลำโพงเอง จะให้รูปแบบเสียงสเตอริโอ แยกเสียงอิสระซ้าย-ขวา พร้อมกับกำลังขับข้างละ 3wrms รวมทั้งตัวลำโพงก็จะเป็น 6wrms ภายในตัวลำโพงเอง จะมีดอกลำโพงแบบ Full range ที่ให้เสียงครบทุกย่านเสียงต่ำ กลาง สูง ขนาด 1.5 นิ้ว จำนวน 2 ตัว แยกฝั่งกันอยู่ด้านซ้ายและขวา ส่วนด้านหลังของตัวลำโพง ก็จะมีต่อช่วยเพิ่มมิติเสียงเบสที่เรียกว่า passive radiator จำนวน 1 ตัว แต่จุดเด่นที่ตัวลำโพงรุ่นนี้มีมาให้ก็จะมีหูหิ้ว ที่เป็นหูหิ้วที่เป็นเหล็กอย่างดีเลย ดูแข็งแรง สามารถที่จะเอาไว้คล้องกับที่ต่างๆ หรือคล้องกับกระเป๋าเดินทางไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ได้ด้วย ด้านหัวและด้านท้ายของตัวลำโพงก็จะเป็นยางกันลื่นหรือลัฟเบอร์อย่างดีเลย บอดี้ของตัวลำโพงเองก็จะเป็นโลหะขึ้นรูปด้วยเช่นกัน โดยรวมแล้วเป็นลำโพงที่ดูแข็งแรงทนทาน สามารถพกพาไปลุยๆ ได้

   ในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานที่เพิ่มขึ้นมาจาก บลูทูธ และ aux 3.5 แล้ว ก็ยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่ครบครัน ได้แก่ รองรับ micro sd card ด้วย สามารถดาวน์โหลดเพลงไปใส่ไว้ในเมมโมรี่ พร้อมรองรับไฟล์เพลงแบบ HiRes ได้ด้วย คือเป็นไฟล์เพลงคุณภาพสูงก็เปิดได้ รองรับความจุได้สูงสุดที่ 32 GB พร้อมกับฟังก์ชั่นถัดมา สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ด้วย มีไมค์โครโฟนติดาให้ ซึ่งแอดมินเองก็ทดสอบใช้งานในโหมดนี้ดูแล้ว ก็พบว่าสามารถใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหาอะไร เสียงพูดคุยก็ได้ยินชัดเจนทั้งต้นสายและปลายสาย ที่ตัวลำโพงเองก็จะมีปุ่มการใช้งานต่างๆ ให้มาครบ ตั้งแต่ปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเลือกโหมด ปุ่มกด pair บลูทูธและกดรับสายเรียกเข้าในปุ่มเดียวกัน ปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียง และปุ่มเลื่อนเพลง พร้อมีไฟแจ้งเตือนแบตเตอร์รี่บอกด้วย ความจุแบตที่ให้มา 1,200 mAh สามารถใช้งานได้ยาวต่อเนื่อง 8-10 ชั่วโมง เป็นแบตแบบลิโพ การชาร์จแบตก็ใช้เวลาชาร์จประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็จะเต็ม

   อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ต้องรีวิวกันในลำโพงบลูทูธ MIFA F5 ตัวนี้ก็คงเป็นเรื่องของแนวเสียงนั่นเอง ก็ต้องยอมรับกันว่าใครที่ชอบฟังเพลงแนวร็อค มันส์ๆ จังหวะกลองรัวๆ เร็วๆ ลำโพงรุ่นนี้ถือว่าความไวในการขับเสียงนั้นสอดรับได้ดี ฟังเพลงแนว EDM ที่มีเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เยอะๆ ก็ตอบโจทย์ดีเช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องของราคาอยู่ที่ 1,7xx บาท ก็ลองไปมองๆ หากันได้ในงบที่ไม่ได้แพงเกินไป

รีวิว Edifier R1280DB ลำโพง Bookshelf ที่สามารถเชื่อมต่อทั้งแบบมีสายและไร้สาย ให้เสียงคมชัด มิติเบสกระชับลูกใหญ่ๆ

 

   มีลำโพงจากแบรนด์ Edifier มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันอีกแล้ว ซึ่งจุดเด่นที่ถือว่าแบรนด์นี้คุ้มค่าก็คงเป็นเรื่องของการรับประกันตัวสินค้ากันนานถึง 2 ปีเต็มในทุกๆ รุ่น แล้วลำโพงที่นำมารีวิวในตอนนี้มีชื่อว่า Edifier รุ่น R1280DB เป็นลำโพงแบบใช้ในบ้าน ทั่วไปจะเรียกว่าลำโพง Bookshelf สามารถนำไปใช้เชื่อมต่อกับชุดคอมพิวเตอร์ภายในบ้าน เครื่องเล่นเพลง ระบบความบันเทิงภายในบ้านที่เชื่อมต่อผ่านสายต่างๆ ได้ รวมไปถึงอีกหนึ่งจุดเด่นที่ลำโพงรุ่นนี้มีมาให้ก็คือ สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายเป็นลำโพงบลูทูธได้ด้วย พร้อมกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.0 สามารถใช้งานได้เสถียร เสียงไม่ delay แต่ลำโพงรุ่นนี้ก็ยังมีรายละเอียดอีกเยอะ ไปติดตามฟังก์ชั่นการใช้งานที่ให้มากันเลย

   สำหรับลำโพงรุ่นนี้ต้องบอกไว้ก่อนในเบื้องต้นว่าไม่ใช่ลำโพงพกพา ไม่มีแบตเตอร์รี่ในตัว เป็นลำโพงที่ใช้งานภายในบ้านหรือแบบ indoor เป็นหลัก ภายในกล่องนั้นจะมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ มากมาย อาทิเช่น รีโมทคอนโทรล ถัดมาก็จะเป็นสายเชื่อมต่อแบบ Optical ก็แถมมาให้ได้ใช้งานกันด้วย ในส่วนของสเปคการใช้งานเบื้องต้นนั้น ลำโพงรุ่นนี้มีกำลังขับอยู่ที่ 42wrms เป็นข้างละ 21wrms นั่นเอง อยู่ภายใต้ภาคขยายแบบดิจิตอล คราส ดี นอกจากการเชื่อมต่อแบบดิจิตอลแบบ Optical ได้แล้ว ก็จะมีการเชื่อมต่อแบบอานาร็อก ที่ใช้แบบสาย RCA สีขาว-แดง แบบทั่วไปก็สามารถเชื่อมต่อได้ มีมาให้มากถึง 2 input ด้วยกัน ซึ่งลำโพงชุดนี้ก็แน่นอนว่าสามารถที่จะรองรับการเชื่อมต่อได้ค่อนข้างครบถ้วนเหมือนกัน แต่บางลักษณะการใช้งานก็อาจจะต้องหาอแด็ปเตอร์แปลงแจ็คมาเชื่อมต่อแทนได้เหมือนกัน

   ในส่วนของขนาดตัวลำโพงต่อข้างนั้น จะอยู่ที่ ความสูง 23 ซม. ความหว้าง 14.6 ซม. ความลึก 19.6 ซม. นี่ก็เป็นขนาดที่สามารถไปจำลองกันได้ว่า ถ้ามีลำโพงชุดนี้จำนวน 2 ตัว จะไปวางในมุมไหนของห้องคุณได้บ้าง อะไรแบบนั้น ส่วนอีกหนึ่งจุดเด่นที่ลำโพงรุ่นนี้ให้มาก็คือ นอกจากจะมีปุ่ม volume เพื่อที่จะปรับระดับความดัง เบา ของเสียงมาให้แล้ว ก็ยังมีปุ่ม volume ที่สามารถเลือกปรับว่าจะเอาเสียงทุ้มมาก ทุ้มน้อย หรือ จะปรับได้ว่าจะเอาเสียงแหลมมาก แหลมน้อย ก็ปรับได้เช่นเดียวกัน ซึ่งค่อนข้างจะหาได้ไม่กี่รุ่นนักในลำโพงขนาดเล็กแบบนี้ ดังนั้นในเรื่องมิติเสียงก็จะตอบโจทย์หลายๆ กลุ่มคนที่ชอบแนวเสียงที่ต่างๆ กันไปได้ เพราะบางคนไม่ค่อยชอบเบสสักเท่าไหร่ อยากจะฟังเพลงเบาๆ สบายๆ แนวใสๆ มากกว่า ก็ปรับได้ แต่บางคนก็อยากจะฟังเพลงมันสืๆ เบสหนักๆ ดังตูมๆ ตามๆ ก็ปรับได้เช่นเดียวกัน และลำโพงรุ่นนี้เอง ก็เปิดตัวและนำเข้ามาขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีดำ และ สีที่เป็นลายไม้จริงๆ เป็นเป็นตู้ลำโพงที่มีงานประกอบที่ดูคุณภาพดีเลย แน่นอน เนื้อไม้ที่นำมาทำตู้ก็มีความหนา น้ำหนักดี แต่ก็เป็นลำโพงขนาดเล็ก ที่สามารถเคลื่อนย้ายที่ได้ไม่ยาก

   นอกจากจะมีฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อแบบไร้สายเป็นลำโพงบลูทูธ ก็ยังมีสายเชื่อมต่อที่ให้มาภายในกล่องที่บอกได้เลยว่าไม่ต้องไปหาซื้อแยกเลย เพราะมีให้มาครบเลย มีทั้งสาย RCA to RCA ที่เอาไว้เชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเล่นเพลง ดีวีดี วีซีดี ต่างๆ แต่ถ้าจะเอาไปเชื่อมต่อกับชุดคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านช่องหูฟัง 3.5 มม. ก็มีสายแจ็ค 3.5 to RCA มาให้อีก 1 เส้น ครบเลย ที่ตัวรีโมทเอง ก็สามารถที่จะควบคุมการใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชั่นที่มีมาให้ในตัวลำโพงรุ่นนี้เลย ส่วนวิธีใช้งานก็ไม่ได้ยากอะไร ก็เพียงแค่เสียบปลั๊กเพาเวอร์ที่ให้มา แล้วจากนั้นก็เสียบสายเชื่อมต่อลำโพงด้านขวาไปด้านซ้าย ที่มีแถมมาให้ มีความยาวประมาณ 2.5 เมตร ส่วนการดีไซน์ตัวตู้ลำโพงนั้น ให้เนื้อเบสออกมาเป็นแบบเบสรีเฟค มีท่อเบสอยู่ภายใน แล้วก็จะมีดอกลำโพงเสียงแหลม Twitter ขนาด 13 มม. มาให้ข้างละ 1 ตัว พร้อมกับ woofer ขนาด 4 นิ้ว จำนวนข้างละ 1 ตัวเช่นเดียวกัน

   ในส่วนของราคานั้นอยู่ที่ 3,9xx บาท ต่อ 1 คู่ ใครที่วางงบเอาไว้เท่านี้ก็ลองไปฟังเสียงจริง ตัวจริงกันได้ แต่หลังจากที่แอดมินได้ทดสอบใช้งานมาก่อนหน้านี้ ก็รู้สึกว่าเนื้อเบสของเขานั้นเกินตัว เป็นเนื้อเบสแบบลูกใหญ่ๆ แต่มีความกระชับ พร้อมกับเสียงกลางที่เน้นเรื่องความคมชัดของเสียงดี จะออกแนวเสียงไปทางใสๆ ทั้งย่านกลางและแหลม ปลายเสียงก็ถือว่าไม่บาดหู แต่ให้แหลมคมได้ดี ถือว่าเป็นลำโพงที่ให้งานได้อเนกประสงค์ทั้งในห้องโถงใหญ่ๆ หรือห้องเล็กๆ กำลังเสียงก็เอาอยู่เลยทีเดียว

รีวิว หูฟัง 1More Piston Pod หูฟังที่จะทำให้คุณใช้งานมากกว่า 1 ครั้ง คุณภาพและวัสดุดีมีความเป็น HiFi

 

   หลายท่านที่ชอบฟังเพลงด้วยหูฟัง และ กำลังมองหาหูฟังที่ฟังสบายๆ ไม่เจ็บหู คุณภาพเสียงดีๆ อะไรแบบนั้น ในตอนนี้ 108plaza ก็มีอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์จากแบรนด์ 1More แบรนด์ที่ทำหูฟังที่มีคุณภาพดีอีกหนึ่งแบรนด์มาให้ได้ใช้งานกัน รุ่นที่นำมารีวิวก็มีชื่อว่า 1More Piston Pod เป็นหูฟังแบบ Earbud ด้วย ซึ่งใครที่ไม่ชอบใช้หูฟังแบบ inear ก็ลองเข้ามาติดตามกันได้ มาพร้อมกับระบบเสียง balance armature driver ด้วย

   ก็ต้องบอกว่าจุดเด่นของหูฟัง Earbud ที่หลายๆ คนชอบก็คือ มันพกพาง่าย ใช้งานได้นานแบบไม่รู้จึกเจ็บหูฟรือรำคาญข้างในรูหูเหมือนกับหูฟัง inear แต่ก็แน่นอนว่ามันก็ต้องแลกมากับจุดด้อยที่อาจจะมีเสียงภายนอกแทรกเข้าไปได้เยอะกว่าแบบ inear อันนี้ก็ต้องเลือกใช้งานกันตามความชอบส่วนตัวกันได้

   ในเรื่องของการดีไซน์ตัวหูฟังนั้นบอดี้ตัวหูฟังเอ็นเป็นอะลูมีเนียมขึ้นรูป พร้อมกับสายคุณภาพถือว่าดีใช้ได้เลย เป็นสายถักที่สามารถกันเหงื่อ กันน้ำได้ แต่ตัวหูฟังเองไม่สามารถกันน้ำได้ตรงนี้ต้องระวังกันด้วย กันได้แค่เฉพาะสายเท่านั้นเอง พร้อมกับมีไมค์โครโฟนติดมาให้ด้วย สามารถที่จะกดรับสายได้เลย คือซื้อไปใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟนได้ แต่ที่เด่นไปกว่านั้น หูฟังรุ่นนี้เอง ได้รับรางวัลดีไซน์ อาวอร์ด ประจำปี 2016 ด้วย ก็ถือว่ามีเครื่องหมายการันตีมาแล้วในเบื้องต้นว่ามันเป็นหูฟังที่สวยงามจริงๆ

   สำหรับหูฟัง IMore Piston Pod ตัวนี้เอง มีเปิดตัวมาให้เลือกด้วยกัน 2 สี ก็คือ สีดำ และ สีทอง ภายในกล่องก็จะมีเคสใส่หูฟัง เป็นเคสแข็ง ป้องกันความเสียหายได้ด้วย ก็จะสะดวกเวลาที่พกพาไปที่ต่างๆ ได้ง่ายนั่นเอง นอกจากนั้นก็ยังมีถุงหิ้วแบบเป็นกระเป๋าใส่หูฟังก็มีมาให้ด้วย ก็เลือกได้ว่าจะใส่เป็นเคสไปหรือใส่ถุงหิ้วเป็น ซอฟเคส ก็ได้ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ภายในกล่องก็ยังให้ตัว eartip มาให้อีก 2 ขนาด เป็นขนาดบางๆ และขนาดหนาๆ ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าจะชอบใช้งานแบบไหน ถัดมาอีกหนึ่งตตัวก็คือ ตัวคล้องหู ป้องกันในเรื่องของหูฟังชอบหลุดออกจากรูหู ก็ให้มา 2 คู่ นอกจากนั้นก็มีอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริม ก็คือ จะแถมตัวคริปหนีบปกเสื้อมาให้ด้วย สามารถเอาไปใช้หนีบไมค์กับตัวปกเสื้อได้ด้วย เป็นคริปอะลูมีเนี่ยมอย่างดีเลย ก็ถือว่าเป็นหูฟังที่มีของแถมมาให้เยอะจริงๆ นอกจากนั้นก็จะเป็นตัวหูฟัง พร้อมกับมีคู่มือการใช้งานมาให้ด้วย

   มาพูดถึงเรื่องของสเปคภายในสินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้กันบ้าง ภายใน่ตัวหูฟังเอง จะมีตัว driver ขนาดข้างละ 10 มม. มาให้ พร้อมกับการดีไซน์ห้องเสียงที่จะมีตัวฟิลเตอร์กรองเสียงให้เสียงเบสกระพรือออกมาด้านหลัง เป็นคล้ายๆ การจำลองเบสรีเฟคมาให้ด้วย นอกจากนั้น 1More เองก็ใส่เทคโนโลยีที่เรียกว่า balance armature driver เข้าไปที่หูฟังรุ่นนี้อีกด้วย อธิบายขยายความก็คือว่า เป็นการออกแบบตัว driver ด้วยขดลวดชนิดพิเศษของเขาเอง ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการตอบสนองเรื่องของกระแสไฟเหนี่ยวนำที่ทำให้เกิดเสียงมันแม่นยำมากขึ้น ซึ่งพูดง่ายๆ ว่าระบบนี้จะช่วยในเรื่องของการแก้ไขความผิดเพี้ยนที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุดหรือเกือบจะไม่มีความผิดเพี้ยนเลย อะไรแบบนั้น ในส่วนของสายหูฟังนั้น ให้เป็นแบบสาย Y มาด้วย เป็นความยาวทั้งด้านซ้ายและขวายาวเท่ากัน ไม่ได้สั้นข้าง ยาวข้าง ไม่ใช่ พร้อมกับตัวไมค์โครโฟนและปุ่มการใช้งาน ก็จะมีปุ่มกดรับสาย วางสายได้ในปุ่มเดียวกัน กด 2 ครั้งเป็นการวางสาย พร้อมกับปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง ตัวสายมีความยาว 1.3 เมตร ค่าความด้านทานของ driver อยู่ที่ 32 โอห์ม สามารถทำความดังได้ที่ 107 dB ตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 20Hz 20kHz ซึ่งหูฟังรุ่นนี้ก็สามารถใช้สมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นเพลงพกพาขับเสียงได้เลย ไม่ต้องมาตัว DAC/Amp มาช่วยขับเสียงเลย

   สำหรับเรื่องของแนวเสียงหูฟังรุ่นนี้ จะให้เสียงที่ไปในแนวไพเราะๆ ฟังเพลงสบายๆ เน้นความโปร่งของเสียงกลาง เสียงร้องชัดเจน ออกแนวเสียงร้องหวานๆ พร้อมเสียงแหลมที่ใสเคลียร์ ส่วนเรื่องของมิติเสียงเบสจะไปในทางนุ่มนวล ละมุนหู ซึ่งบอกได้เลยว่าไม่เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงมันส์ๆ เน้นเบสอย่างเดียว แบบนั้นไม่ใช่แน่นอน ก็ลองไปหาฟังด้วยหูของทุกท่านเองกันก่อนได้ ก่อนที่จะซื้ออยู่ที่ความชอบของแต่ละท่านกันเลย ในงบเพียงแค่ 1 พันบาทยังมีทอน

รีวิว Pacsafe Venturesafe 150 GII กระเป๋าใส่ของที่เน้นในเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด

 

   สำหรับสินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในตอนนี้มีชื่อว่า Pacsafe เป็นแบรนด์กระเป๋าที่มาจากประเทศออสเตรเลีย ขึ้นชื่อว่าเป็นประเป๋าที่เน้นความปลอดภัยมาอันดับแรก มีนวัตกรรมทางด้านการผลิต นำวัสดุที่มีความคงทน แข็งแรง ในรูปแบบต่างๆ มาผลิตเป็นกระเป๋า ซึ่งในรุ่นที่แอดมินนำมาในตอนนี้ คือ Venturesafe 150 Gii เป็นกระเป๋าดีไซน์แบบ sling คือเป็นกระเป๋าสะพาย ที่ค่อนข้างจะเหมาะไปกับคุณผู้ชาย ดูสปอร์ต คร่องตัว แต่คุณผู้หญิงที่มีสไตล์ลุยๆ ก็สามารถใช้กระเป๋ารุ่นนี้ได้เหมือนกัน

 

   เป็นกระเป๋าที่มีดีไซน์อย่างที่บอกไปว่าต้องสะพายแบบ sling ถ้าอธิบายง่ายๆ ก็คือแบบสะพายแล่งเฉียงๆ มากับลำตัวเรา ก็ค่อนข้างได้รับความนิยมพอสมควรในบ้านเรา จะเดินช็อปปิ้ง ซื้อของ เดินห้าง ในกรณีที่ผู้คนเยอะๆ เราเกรงว่าจะมีคนแอบมาขโมยทรัพย์สินจากด้านหลัง เพราะกระเป๋าต้องสะพายไปข้างหลัง เราสามารถกลับด้านเอาตัวกระเป๋ามาไว้ข้างหน้าได้เหมือนกัน โดยให้บริเวณซิบที่รูดปิดนั้นอยู่ด้านบนเสมอ เพื่อให้สะดวกต่อการเปิดปิดกระเป๋า แล้วที่นิยมกันอีกหนึ่งกิจกรรมก็คือ สายปั่นจักรยาน จะเห็นบ่อยมากที่จะสะพายกระเป๋าแนวนี้กัน ซึ่งถ้าจะสะพายกระเป๋ามาไว้ทางด้านหน้า ก็จะอยู่ทางไหล่ขวา แต่ถ้าจะสะพายกระเป๋าไปไว้ทางด้านหลัง ก็จะอยู่ทางไหล่ซ้าย วิธีใช้งานก็ง่ายๆ

   ในเรื่องของช่องเก็บของ ช่องใส่ของที่มีมาให้ในกระเป๋ารุ่นนี้กันบ้าง เริ่มต้นจากทางด้านหน้าสุดก่อนเลย จะมีเป็นช่องเก็บของเล็กๆ เต็มไปหมดเลย ซึ่งก็จะมีช่องเก็บของที่ไล่ระดับกันขึ้นไปจากช่องใหญ่ๆ ที่เอาไว้ใส่ของกะจุ๊กกะจิ๊กได้ แต่อีกหนึ่งฟี่เจอร์เด่นที่มีมาให้ในกระเป๋ารุ่นนี้ก๕อ ถ้าในกรณีที่เราใช้งานอยู่ในบ้านหรือรู้สึกว่าอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยไม่ต้องกังวลอะไร ก็สามารถรูดซิบเปิด-ปิดๆ ได้ปกติเหมือนกระเป๋าทั่วไป ก็ได้ทดสอบแล้วซิบที่ให้มาก็มีคุณภาพดีเลยทีเดียว รูดเปิด-ปิดได้ง่าย แต่ถ้าในกรณีที่เมื่อไหร่รู้สึกว่าไม่ค่อยปลอดภัย ออกสู่โลกภายนอกที่มีผู้คนเยอะๆ ฟี่เจอร์ป้องกันตัวซิบเปิด-ปิดตามช่องเก็บของต่างๆ มันจะมีตัวล็อคซิบอยู่ ซ่อนเอาไว้ด้านใน เราสามารถดึงตัวล็อคซิบออกมาได้ แล้วก็จะเป็นสายแบบลวดล็อคปิดเอาไว้ได้ เป็นแบบผูกเอาไว้ ก็ทำให้การเปิดเอาของนั้นทำได้ยากขึ้น ซึ่งก็จะยากที่จะมาขโมยของภายในกระเป๋าไปได้ แต่ก็ถือว่ายากสำหรับตัวเราเองด้วย เวลาที่จะหยิบเอาของข้างในก็จะช้านิดหน่อย แต่เพื่อความปลอดภัยก็มีมาให้ได้ใช้งานกัน ก็ต้องแลกกับความสะดวกนิดๆ หน่อยๆ ลงไปเหมือนกัน

 

   อีกหนึ่งฟี่เจอร์ถัดมาที่มีใส่มาในสินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ก็คือ ตัวกระเป๋าเองทั้งชิ้นที่เป็นส่วนภายนอกทั้งหมด เมื่อได้ลองสัมผัส ลองลูบดูเบาๆ จะรู้สึกว่าหยาบๆ เป็นการขัดลวดลายต่างๆ ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของการใช้วัสดุที่เรียกว่า สแตนเลส สตีล นั่นเอง ซึ่ง Pacsafe เองก็เครมเอาไว้ว่า มันเป็นการดีไซน์วัสดุที่เป็นเส้นลวดเล็กๆ มากมายเลย แล้วนำมาขัดลาย มาออกแบบให้มีการซ้อนทับ มีการถักให้เป็นตาข่ายเล็กๆ มากมายเลย ตรงนี้ข้อดีก็คือ มันจะสามารถป้องกันอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีคม มีดหรือคัตเตอร์ต่างๆ จะไม่สามารถกรีดเนื้อผ้าหรือตัวกระเป๋าได้ ซึ่งการกรีดกระเป๋าที่มีวัสดุแบบนี้มันจะไม่แยกกันเป็นรอยกว้าง และ จะกรีดยากด้วย รวมไปถึงตัวซิบเอง ซิบของกระเป๋าทุกช่องเลย จะเป็นวัสดุที่สามารถป้องกันการ แงะ งัด บริเวณซิบได้อีกด้วย ก็ถือว่ามีฟี่เจอร์ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยของทรัพย์สินภายในอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับกระเป๋าแบรนด์นี้

 

   อีกหนึ่งฟี่เจอร์สำคัญที่ถือว่าเป็นจุดเด่นในกระเป๋าแบรนด์ Pacsafe ที่มีมาในหลายๆ รุ่นก็คือ ภายในช่องเก็บของหลัก จะมีช่องเล็กๆ ที่ติดเอาไว้ว่าเป็น RFID ซึ่งฟี่เจอร์นี้เราสามารถที่จะเก็บเอกสารสำคัญ บัตรเคตติด พาสสปอร์ต และบัตรอะไรก็ตามที่มีแถบแม่เหล็กเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ แนะนำให้ใส่ช่องนี้เลย เพราะฟี่เจอร์ RFID นี้จะช่วยป้องกันการโจรกรรมรหัสหรือเลขบัตรต่างๆ ทางเทคโนโลยีได้ด้วย ซึ่งในช่องนี้มันก็จะมีคลื่นแม่เหล็ก คลื่นความถี่อ่อนๆ ปล่อยออกมารบกวนอยู่ตลอด ในกรณีที่มีการโจรกรรมแอบสแกนรหัสในบัตรต่างๆ ก็จะสแกนไปไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นกระเป๋าอีกหนึ่งรุ่นที่สามารถนำไปใช้งานในต่างประเทศได้อย่างดีเลยทีเดียว เพราะว่ามีฟี่เจอร์ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลักนั่นเอง พร้อมกับช่องเก็บของต่างๆ ก็ถือว่าใช้งานได้ดีเลยทีเดียว

รีวิว JBL Micro Wireless ลำโพงบลูทูธจากแบรนด์ดังเสียงจะเป็นอย่างไร ความรู้สึก

 

   108plaza ในตอนนี้ก็มีอีกหนึ่ง gadget จากแบรนด์ดังอย่าง JBL ถ้าเอ่ยถึงชื่อแบรนด์นี้แล้วละก็ ก็คงต้องนึกถึงเรื่องของคุณภาพเสียง ลำโพงดีๆ กับประสบการณ์ของแบรนด์ที่ยาวนานพอสมควร แต่ในตอนนี้แอดมินนำเอาลำโพงบลูทูธ หรือ ลำโพงพกพาขนาดเล็ก มีแบตเตอร์รี่ในตัว สามารถเอาไปฟังเพลงตามที่ต่างๆ ได้ตามใจชอบ จะเป็นรุ่นไหนอย่างไรนั้นไปดูกัน

   นี่คือลำโพงที่มีชื่อรุ่นว่า JBL Micro Wireless นั่นเอง รูปทรงของตัวลำโพงก็จะกลมๆ มีหูหิ้วแบบรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้ ถือว่าเป็นดีไซน์ที่สวยงาม น่าใช้งาน ในส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานหลักๆ เลยก็คือ สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทางบลูทูธได้ เป็น smart speaker ตัวหนึ่งที่รองรับได้ทั้งสมาร์ทโฟนและเครื่องเล่นเพลงพกพาต่างๆ ที่มีบลูทูธเชื่อมต่อได้หมด หรือ จะเชื่อมต่อแบบทั่วไปยอดนิยมและใช้กันมานานก็เชื่อมต่อแบบแจ็ค aux input 3.5 มาให้ด้วย ก็จะมีสายแจ็คติดมาให้กับตัวลำโพงเลย ไม่ต้องไปหาเสียบที่ไหน พร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานแบบพกพา มีแบตเตอร์รี่ที่สามารถใช้งานต่อเนื่องประมาณ 3-5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ระดับเสียง และ ไฟล์เพลงที่เปิด พร้อมกับการชาร์จแบตใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็จะเต็ม ก็จะเหมาะอย่างมากเลยสำหรับคนที่ชอบฟังเพลง ไปที่ไหนก็อยากจะฟังเพลง ก็หิ้วไปฟังได้ทุกที่ แล้วก็คนที่เป็นสายออกกำลังกาย อยากจะฟังเพลงไปด้วย ตรงนี้ถือว่าเหมาะเลยทีเดียว

   JBL Micro Wireless ก็เปิดตัวมาให้เลือกด้วยกันหลากหลายสี ก็จะมีตั้งแต่สีขาว สีดำ สีเขียว สีฟ้า และก็สีแดง อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องบอกว่าการันตีเอาไว้เลย ก็คือ ได้รับรางวัลดีไซน์อาวอร์ดด้วย ซึ่งเป็นดีไซน์ตัวบอดี้ที่ดูสวยงามอย่างที่บอกไป ในส่วนของอุปกรณ์เสริมภายในนั้น ก็จะมีเพียงแค่สายชาร์จที่เป็นแบบ micro usb มาให้อย่างเดียว ไม่มีหัวชาร์จแถมมาให้ สามารถที่จะใช้ร่วมกับหัวชาร์จสมาร์ทโฟนทั่วไปได้ พร้อมกับคู่มือการใช้งานและใบรับประกันคุณภาพ

 

 

 

   ในเรื่องของขนาดแล้วถ้าดูในรูปอาจจะคิดว่าเป็นลำโพงบลูทูธขนาดใหญ่ พกพายาก จริงๆ แล้วของจริงมีขนาดเล็กเท่ากับฝ่ามือ พอที่จะจับถือได้สบายๆ เลยทีเดียว ไม่ได้ใหญ่อะไรเลย เพราะฉะนั้น คุณสาวๆ สามารถพกพาได้สบายๆ บริเวณตัวลำโพงเอง ก็จะมีตั้งแต่ปุ่มเพาเวอรื และ ปุ่มกด pair บลูทูธปุ่มเดียวกัน พร้อมกับปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง ด้านล่างก็จะมีช่องเสียบสายชาร์จ และ บริเวณด้านหลังตัวลำโพงจะมีช่องเก็บสายแจ็ค 3.5 ติดมาให้เลย ไม่สามารถถอดออกได้เป็นแบบติดตัวลำโพงมาเลย ด้านข้างจะมีช่อง aux output 3.5 เราสามารถที่จะเสียบหูฟังฟังเพลงได้ หรือ เราสามารถที่จะเชื่อมต่อสัญญาไปยังเครื่องเสียงใหญ่ๆ ที่อาจจะไม่มีฟังก์ชั่นบลูทูธ หรือ จะต่อลำโพงไปหลายๆ ตัวแบบอนุกรม แต่จะควบคุมไร้สายผ่านสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว ลำโพงตัวนี้ก็ทำได้โดยเชื่อมต่อผ่านสายแจ็ค 3.5 ไปเรื่อยๆ ได้เช่นเดียวกัน แต่แนะนำว่า ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่มีเครื่องเสียงเดิมๆ อยู่แล้ว รุ่นเก่าๆ อยู่ที่บ้าน ยังใช้งานได้ดีอยู่ เสียงก็ดีทุกอย่าง แต่ไม่รองรับการสั่งงานแบบบลูทูธ ซื้อลำโพง JBL Micro wireless ตัวนี้ไปเป็น hup สั่งการผ่านสมาร์ทโฟนได้ ก็ไม่ต้องไปเสียงเงินซื้อเครื่องเสียงชุดใหม่ให้เปลืองเงิน

   บอดี้ของตัวลำโพงเองเป็นเมทัลริคอย่างดีเลย ด้านหน้าก็จะเป็นตระแกรงเหล็กด้วย บอดี้สามารลุยๆ ได้ ไปปั่นจักรยานก็ใช้งานได้เช่นเดียวกัน ภายในตัวลำโพงเอง จะมีดอกลำโพงแบบ Full range ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 1 ตัว แล้วก็จะมีท่อเบสแบบรีเฟคเป็นท่อเบสแบบก้นหอยอยู่ภายใน โดยรวมแล้วก็จะให้มิติเสียงที่ครบแล้ว ต่ำ กลาง แหลม

 

 

   ในเรื่องของน้ำเสียงที่ได้ยินจากตัวลำโพงบลูทูธ JBL Micro Wireless นี้ ก็รู้สึกว่าเป็นลำโพงอีกหนึ่งรุ่นที่ตอบสนองได้ดีในทุกๆ แนวเพลงแบบเบื้องต้น คือ ไม่ได้เจาะจงไปทางใดทางหนึ่ง คือเป็นลำโพงพกพาตัวเล็กๆ ในรุ่นเริ่มต้นของคนทั่วไปที่อยากจะฟังเพลง ให้น้ำเสียงที่ใสๆ เคลียร์ๆ ในแนวเพลงเบาๆ ก็ทำได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าเปิดเพลงแนวร็อค มันส์ๆ ก็จะให้น้ำเสียงที่จัดจ้านดีไม่น้อย แต่มิติเสียงเบสก็จะไปในโทนเสียงที่นุ่มๆ แต่เบสมีความกระชับดี แต่คงไม่กระแทกกระทั้นเหมือนลำโพงตัวใหญ่ๆ แน่นอน เพราะอาศัยเพียงแค่ท่อเบสแบบรีเฟคเท่านั้นเอง ที่ให้มิติเสียงเบส ก็ถือว่าเป็นลำโพงพกพาอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องไปลองฟังด้วยหูของทุกท่านกันเอง ส่วนเรื่องของราคาก็จะอยู่ที่ประมาณ 2,4xx บาท

รีวิว Samsung galaxy A7 2017 จะใช้กับแว่น VR ได้หรือไม่?

 

   อย่างที่รู้ๆ กันดีว่าสมาร์ทโฟนแบรนด์ Samsung เองถ้าเป็นรุ่นที่ไม่เรือธงจริง บางท่านก็รู้ดีกันว่าอาจจะมีกักสเปคมาบ้าง ให้มาไม่ครบบ้าง เซนเซอร์ไม่มีบ้าง ถ้าเป็นในรุ่นมือถือระดับราคาหมื่นกลางๆ ก็อาจจะยังไม่มีในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ในปีนี้ Samsung อาจจะเป็นช่วงที่กู้หน้า กู้สถานการณ์ของตัวเองก็เป็นได้ กับการปล่อยสมาร์ทโฟนที่เชื่อว่าหลายๆ ท่านก็อาจจะรออ่านริวิวกับเรา ดังนั้น ในตอนนี้มาแล้วกับ galaxy A7 2017 ที่จะมาทดสอบกับแว่น VR มาตรวจดูสิว่ามีเซนเซอร์ไจโรสโคปมาให้หรือเปล่า เพราะในเวอร์ชั่นที่ผ่านๆ มาแน่นอนว่าไม่มี ไม่รอช้าไปติดตามกันเลย

   ก่อนจะไปทดสอบการใช้งานแบบเจาะลึก มาตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้นของสินค้าอินเทรนด์ตรงนี้กันก่อน ข้อมูลส่วนแรกเลยพอร์ด USB Type C ที่ใช้เป็นแบบเวอร์ชั่น 1.0 พร้อมกับหัวชาร์จรองรับการชาร์จไว จ่ายไปที่ 9v 2A ซึ่งถือว่ามีความไวในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เร็วมากอะไร แล้วก็จะแถมตัวอแด็ปเตอร์แปลงจาก micro usb to type c มาให้ด้วย 1 ตัว พร้อมหูฟังมาให้ ก็จะมีเท่านี้เองสำหรับอุปกรณ์ที่ให้มา ก็ถือว่าให้มาครบ แต่ก็ยังไม่ครบเสียทีเดียว ฟิล์มกันรอย เคส อะไรแบบนี้ต้องไปหาซื้อเอาเอง

   ทีนี้มาดูด้านตัวเครื่องกันบ้าง ก็ต้องยอมรับว่ามีความโดดเด่น ในหลายๆ จุดที่พูดได้ว่ามาครั้งนี้ไม่กักสเปคแล้วก็ว่าได้ ตัวชิปประมวลผลเองเป็น exynos 7780 ซึ่งถือว่าไม่ใช่ตัวแรงปรุ๊ดปร๊าด แต่ก็ถือว่าเพิ่มเวอร์ชั่นขึ้นมาจากตัวที่ใช้ใน J7 Prime เป็นตัว exynos 7770 ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าไม่ดีเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นซีพียูที่ใช้งานได้ดีในตัวนี้ แต่ไม่เทพมากถ้าเทียบกับเรือธง ณ เวลานี้ แต่ทีน่าสนใจก็คือ มาตรฐานกันน้ำ IP68 กันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาที กันฝุ่นได้ด้วย ตรงนี้ถามว่าถ้าฟี่เจอร์นี้กันน้ำได้ เราเอาไปถ่ายรูปใต้ผิวน้ำได้ไหม คำตอบคืออาจจะไม่ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่ตัวเครื่องจุ่มน้ำ เซนเซอร์หน้าจอจะไม่ทำงาน จะแตะอะไรบนหน้าจอไม่ได้ ก็ทำมาไว้เพื่อกันน้ำ กันตกน้ำ อะไรแบบนั้นเป็นหลัก ส่วนรายละเอียดในเรื่องของสเปคจริงๆ ไปย้อนดูรีวิวก่อนหน้านี้ได้เลย มีรีวิวเบื้องต้นเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ในตอนนี้จะแบบเจาะลึกแต่ละฟี่เจอร์จริงๆ

   อีกหนึ่งฟี่เจอร์ที่ทุกคนอยากรู้ในสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือ เรื่องของกล้องนั่นเอง ต้องบอกตามตรงว่าหลังจากได้ทดสอบใช้งานมาแล้ว เรื่องกล้องหน้าก่อนเลย ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/1.9 เท่ากับกล้องหลัง คุณภาพของภาพที่ได้ออกมานั้น ดี แต่ดีในที่นี้แบบฉบับของ ซัมซุง แต่ถ้าไปเทียบกันตรงๆ กับแบรนด์ vivo , oppo แบบนั้นกล้องหน้าถือว่ายังสู้ไม่ได้ นี่คือเรื่องความคมชัด เรื่องภาพที่ได้ สีสันต่างๆ แต่จะเป็นในแบบฉบับซัมซุงที่แฟนซัมซุงเองก็อาจจะชอบก็ได้ ตรงนี้ถือว่าขึ้นอยู่กับความชอบจริงๆ แต่จะติงอยู่ว่ากล้องหน้ามันจับโฟกัสได้ค่อนข้างยากนิดนึง มือต้องนิ่งจริงๆ แต่ถ้ว่าเป็นกล้องหน้าที่ดีกว่า S7 อยู่พอสมควรเลย แต่ก็พอจับได้ว่าถ้าภาพที่ออกมาจะรู้ว่าเป็นกล้องจากซัมซุง บางครั้งจะดูเบลอๆ นิดๆ เหมือนกัน จะไม่ชัดเป๊ะเวอร์มากเท่าไหร่ ส่วนการปรับตั้งค่าต่างๆ ก็มีมาให้ครบ ถ้าเซลฟี่แบบทั่วไป หรือ จะถ่ายแบบ wide เก็บภาพกว้างๆ ก็ปรับได้ที่กล้องหน้า ก็มีมาครบอยู่แล้ว พร้อมกับมีแฟลชแบบ display คือใช้แสงสีขาวที่หน้าจอมาช่วยในเรื่องความสว่างในที่มึดนั่นเอง ส่วนบันทึกวีดีโอ ต้องชม่ว่าภาพคมชัดดี บันทึกเสียงดี ดีกว่าแบรนด์อื่นๆ นี่ต้องยอมรับ แต่ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD แต่ถ่ายแบบ 60fps ยังไม่ได้ แต่ไม่มี OIS กันสั่นมาให้ ภาพก็ยังสั่นๆ อยู่นั่นเอง ตัวกล้องหลังเองก็ถือว่าใช้กล้องตัวเดียวกันแบบกล้องหน้า ก็จะมาตรฐานที่ใช้งานก็ดีพอๆ กัน แต่การถ่ายภาพในที่แสงน้อย ที่มึด ก็ยังพอใช้งานได้ แต่จะไม่คมกริบเสียทีเดียว

   ส่วนเรืองของเซนเซอร์ให้มาครบ มีเข็มทิศมาให้ ใช้นำทางได้แม่นยำมาต้องชมเลย อาจจะดีที่สุดในฝั่ง android เลยด้วยซ้ำถ้าใครที่ชอบใช้นำทาง ส่วนเรื่องแว่น VR ก็มีเซนเซอร์ไจไรสโคปมาให้ นั่นหมายความว่าใช้ได้ แต่แน่นอนว่าแว่น VR ส่วนใหญ่เอาไปเล่นเกมส์ ซึ่งมือถือรุ่นนี้ก็เล่นได้เกือบทุกเกมส์จริงๆ แต่บางครั้งอาจจะมีหน่วงๆ บ้างเล็กน้อย เพราะอย่างที่บอกไปว่าไม่ใช่ชิปตัวแรงหรือเป็น snapdragon แต่โดยรวมแล้วก็น่าจะเป็นมือถืออีกหนึ่งรุ่นที่ขายดี ทำได้ทุกอย่าง รองรับหมดเลยนั่นเอง

รีวิวจัดเต็ม vivo V5 Plus สมาร์ทโฟนกล้องหน้าคู่ที่เรียกว่าเป็นเจ้าแห่งการเซลฟี่ในตอนนี้ ดีหรือไม่?

 

   หลังจากที่เราได้ทำการพรีวิวทั้งสเปคเบื้องต้น พรีวิวแกะกล่องและดูรายละเอียดของตัวเครื่องสมาร์ทโฟนที่เรียกได้ว่าสะท้ายแผ่นดิน สะท้านวงการสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่มีกล้องหน้าคู่อย่างตัว vivo V5 Plus กันไปในตอนที่ผ่านมา ล่าสุดในบทความตอนนี้ แอดมินก็ได้ไปทำการบ้านมาแล้วเรียบร้อย ก็เลยมาจัดเต็มรีวิวในหลายๆ จุดของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันเลย

   สำหรับเทคโนโลยีกล้องหน้าคู่นั้น ใน vivo V5+ ตัวนี้ไม่ใช่เครื่องแรกของโลก เคยมีแบรนด์อื่นทำมาแล้วแต่อาจจะไม่ได้เด่นในบ้านเรานักก็เลยรู้สึกว่า สมาร์ทโฟนเครื่องนี้มันมีอะไรดีไม่น้อย แต่เป็นกล้องหน้าคู่เครื่องแรกในแบรนด์ vivo นั่นเอง ในส่วนสเปค ของแถม และดีไซน์ตัวเครื่องให้เพื่อนๆ ไปอ่านกันในบทความพรีวิวก็แล้วกัน ในตอนนี้จัดเต็มรีวิวล้วนๆ เลย

   จุดแรกเรื่องของความเร็วตัวเครือ่ง การใช้งาน ประสิทธิภาพ จริงๆ แล้วซีพียูของเครื่องนี้ใช้ snapdragon 625 ไม่ใช่ 652 เหมือนหลายๆ รีวิวที่ออกสเปคมาอาจจะคลาดเคลื่อน จุดแรกเลยที่สัมผัสได้และบอกได้ว่า การใช้งานทั่วไป การเข้าแอป การเข้าเว็บไซต์ การเปิดใช้ข้อมูล ถือว่าเป็นเครื่องที่ไหลลื่น ไม่มีปัญหาอะไร แต่มาดูจุดที่เหนือกว่าที่มือถือรุ่นนี้ทำได้ ก็คือ การเล่นเกมส์ น่าจะถูกใจสำหรับคนที่ชอบกล้องด้วย ชอบเล่นเกมส์ด้วย นี่ค่อนข้างตอบโจทย์ เพราะมันเล่นเกมส์ได้ดี ให้ RAM 4GB ROM 64GB ก็เล่นได้หลายๆ เกมส์และเข้าๆ ออกๆ เกมส์ก็ยังไม่ค้าง ไม่กระตุก แรมเยอะ และจุเกมส์ได้มากเลยทีเดียว แต่เรื่องของแบตที่ความจุ 3,160 mAh ซึ่งถือว่าเป็นแบตที่อึดกลางๆ คือติดเกมส์ ติดโซเชียล ก็สามารถใช้ทั้งวันได้ไม่มีปัญหาอะไร ในส่วนของสีสันหน้าจอที่แสดงออกมาตอนเล่นเกมส์ที่เน้นกราฟฟิกเยอะๆ ก็พบว่าเป็นหน้าจอ IPS ที่คุณภาพสูงตัวหนึ่ง แต่ถ้าเทียบตัว vivo V5 แล้วตัวนั้นจะมีคอนทราสที่ดูจัดกว่า สีสดกว่า แต่รุ่นนี้ก็ถือว่าสีตรงดี แต่อาจจะไม่สดเท่าแค่นั้นเอง เฟรมเรดต่างๆ มันก็ไหลลื่นดี ถ้าให้คะแนนการเล่นเกมส์ก็อยู่ที่ 8.5 เต็ม 10 ถ้าจะให้ดีไปเลย ลื่นๆ จัดๆ ไปเลยในการเล่นเกมส์ แนะนำว่าไปเล่นเครื่องที่ใช้ซีพียู snapdragon 8xx ไปเลยจะดีกว่า ถ้าคุณเป็นคอเกมส์บนมือถือจริงๆ แต่ข้อดีของตัว snapdragon 625 ตัวนี้ก็จะกินไฟน้อย ประหยัดแบตดีเลยทีเดียว

   มาถึงเรื่องที่ทุกคนน่าจะอยากรู้กันมากที่สุดในตัวสินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ ก็คือ เรื่องของกล้องหน้าคู่นั่นเอง จุดแรกเลยที่ความเป็นกล้องคู่ แน่นอนว่ามันสามารถทำโหมดหน้าชัดหลังเบลอได้ที่กล้องหน้า หลายคนน่าจะชอบ แต่หลังจากที่แอดมินได้ลองแล้ว พบว่าการเลือกแตะจุดโฟกัสด้านหน้าให้ชัด แต่พอไปดูด้านหลังที่จะต้องละลายภาพให้เบลอนั้น คิดว่ายังดูหลอกๆ อยู่บ้าง เป็นซอฟแวร์ที่เขียนมาน่าจะยังไม่ว้าวเต็มที่เท่าไหร่ คือยังเป็นการเบลอด้วยซอฟแวร์อยู่ แต่ก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวใครที่ชอบเซลฟี่ด้วยโหมดนี้

   แต่จัดว่าเด็ดมากกว่าก็คือโหมดบิวตี้ ใน vivo รุ่นนี้ถือว่าโหดยิ่งขึ้น ว้าวยิ่งขึ้น ชัดกริบๆ ยิ่งขึ้น ว่ากันแบบนั้นเลย คือมันทำบิวตี้มาดี ไม่บิวตี้เกินจนเป็นเอเลี่ยน แต่ก็ไม่จึดมาก มันกำลังพอดีๆ ภาพที่ได้มาก็สวยงามตั้งแต่ตัวกล้องแบบไม่ต้องพึ่งแอปกันเลยทีเดียว ยอมรับว่า vivo ออกมาทำกล้องหน้าที่ล้ำหน้ามามากเลยทีเดียว เหนือกว่า oppo ในช่วงนี้ที่เงียบๆ ไป ก็ต้องดูว่าจะออกมาแก้เกมส์นี้ แก้ศึกนี้อย่างไร มาดูในส่วนของการบันทึกวีดีโอกันบ้าง สามารถบันทึกได้ถึงระดับ 4k แล้วด้วย แต่ยังไม่สามารถบันทึกวีดีโอแบบ 60fps ยังไม่ได้ ตรงนี้ถ้าใครคิดว่าสำคัญก็คงต้องไปมองมือถือรุ่นอื่นแทน แต่ถ้าคิดว่าอยากได้กล้องหน้าเทพๆ เน้นภาพนิ่งอย่างเดียว สาวๆ น่าจะชอบกันเลยทีเดียว

   ก็คงมาสรุปกันอย่างนี้แล้วกันว่า สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ vivo V5 Plus นั้นจุดเด่นอย่างแรกที่เด่นมากๆ และดูเหมือนว่าจะดีที่สุดเมื่อเทียบสมาร์ทโฟนทุกแบรนด์ ณ เวลานี้เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ กล้องหน้าทื่ชูโรงมาเต็มที่ ใช้คำว่าเนียนมากเลย เรื่องของเสียง จากการใช้งานกับหูฟัง จัดว่าเด่นเหมือนกัน แนวเสียงออกไปทางใสๆ เคลียร์ เบสนุ่มๆ แต่ก็ขึ้นอยู่กับหูฟังของแต่ละท่านด้วยเช่นเดียวกัน และ อีกหนึ่งเรื่องก็คือกล้องหลัง ต้องบอกว่าทำได้ดี แต่ก็ไม่ได้ว้างอะไร แต่ยืนยันว่าคมชัดดี แต่อาจจะสู้ความเด่นที่กล้องหน้าไม่ได้ แต่ถ้าจะว้าวทั้งกล้องหน้าและหลังแบบคู่เลย น่าจะโดดเด่นอย่างมากเลย คิดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ก็คงจะมีผลิตออกมาแข่งกันแน่นอน

Review ส้มใส เวชสำอางกระแสแรงต้อนรับ ปี 2017

 

 

 

   เรื่องความสวยความงามสำหรับผู้หญิง 2 อย่างนี้คงหนีกันไม่พ้น จากอดีตจนถึงปัจจุบันที่ผู้หญิงให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยหลากหลายเคล็ดลับหลากหลายวิธีมากมาย อย่างสมัยโบราณผู้หญิงในยุคนั้นไร้ซึ่งครีมหรือโลชั่นประทีนผิวแต่ผู้หญิงในสมัยก่อนก็ยังมีสมุนไพรเป็นตัวช่วยในการดูแลผิวพรรณให้แลดูอ่อนเยาว์และดูสดใส ต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มีอะไรได้มาโดยง่ายดาย อยากสวยก็ต้องหมั่นดูแลตัวเองให้สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลด้วยวิธีแบบธรรมชาติบำบัดอย่างในยุคก่อน ๆ หรือการดูแลด้วยครีมโลชั่นบำรุงผิวและการนำเอาเทคโนโลยีทางด้านความงามเข้ามาเป็นตัวช่วย และด้วยจากสารสกัดจากสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ในปัจจุบัน ที่ถูกนำมาผลิตเป็นสารสกัดเพื่อใช้บำรุงผิวพรรณของผู้หญิงหรือแม้แต่คุณผู้ชายที่ให้ความสำคัญต่อการดูแลผิวพรรณ หรือไม่ว่าจะเป็นการนำเอาสารสกัดจากพืชและสัตว์ผลิตเป็นยาบำรุงร่างกายและผิวพรรณ ได้ถูกนำมาพัฒนาออกมาในหลากหลายรูปแบบมากมาย ออกสู่ท้องตลาดหรือห้างสรรพสินค้าที่เราจะมองเห็นการเสนอขายสินค้าเพื่อความงามในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ประเภทของครีมบำรุงใบหน้า ครีมบำรุงผิวพรรณ หรือไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของยาเพื่อรับประทานเพื่อฟื้นฟูผิวพรรณจากภายในสู่ภายนอก

 


 

   เริ่มต้นจากชื่อเรียกของเวชสำอางสินค้าอินเทรนด์ที่ได้นำมารีวิวกันในวันนี้ ชื่อที่เรียกกันง่าย ๆ คือ “ส้มใส” ส้มใสเป็นทั้งชื่อเรียก และชื่อแบรนด์ในเวลาเดียวกันสำหรับชื่อที่ไม่มีคำซับซ้อนเข้าใจง่าย จุดประสงค์ของผู้ผลิตคงต้องการให้ผู้บริโภคจำชื่อได้ง่าย ๆไม่ต้องเสียเวลาจำและอาจถูกตั้งชื่อมาจากลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตด้วย เพราะสารสกัดที่นำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความต่าง ๆของแบรนด์นี้ได้นำเอาสารสกัดจากวิตามินซีจากผลส้มแบบเข้มข้นมาเป็นตัวหลัก ซึ่งทุกคนในวัยที่ให้ความสำคัญต่อผิวพรรณต่างทราบดีว่าประโยชน์ของวิตามินซี คือช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นสดใสกระจ่างใสในเวลาเดียวกัน ส่วนผู้ที่กำลังสงสัยว่าแบรนด์นี้ผลิตเวชสำอางประเภทไหนออกมาบ้าง เรามารู้จักกันคร่าว ๆ ก่อน อย่างที่พบเห็นตามโซเชี่ยว หรือร้านขายผลิตภัณฑ์เพื่อความงามในห้างสรรพสินค้าที่ผ่านไปเจอ ก็จะมี สบูล้างหน้า เซลั่มบำรุงผิวหน้า ครีมกันแดด ซันสกรีน พิเทร่า สครับแอพริคอท นี่เป็นเพียงเบื้องต้นที่พอทราบหรือเห็นมา สำหรับผู้ที่กำลังมองหาอยากทำความรู้จักกับแบรนด์นี้ว่าผลิตภัณฑ์ของเค้าดียังไงนั้น ก็มาเริ่มกันเลย ต้องขออธิบายให้ฟังก่อนว่าที่พูดได้ขนาดนี้ ก็เพราะผู้เขียนรีวิวเองแอบใช้อยู่เลยพอรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ ส่วนผลของการใช้ก็โอเค มันก็ดีขึ้นตามคำโฆษณา คือผู้เขียนเองจะขอพูดถึงตัวสบู่ล้างหน้าขวดสีส้มที่ได้ทดลองใช้เอง คือตอนแรกก็กล้า ๆ กลัวที่จะสั่งมาใช้เพราะช่วงที่กำลังจะสั่งมาใช้คือไม่รู้จะใช้อะไรดี พอดีไปเปิดเจอในเฟสบุ๊คเห็นเพื่อนโพสขายอยู่ เลยลองเข้าไปดูและสั่งมาใช้ ครั้งแรกที่ใช้คือใช้สบู่ส้มใสล้างหน้านะ ลักษณะก็คือจะเป็นสบู่เหลวสีส้มและลักษณะพิเศษของมันก็คือมีวุ้นทอง ๆสีส้มอยู่ในนั้นด้วย เปิดใช้ครั้งแรกคือแสบ ๆ แต่ครั้งต่อไปก็ไม่เป็นไรละ ใช้จนหมดไป 1 ขวดปรากฏว่าหน้าขาวขึ้นและสิวก็ขึ้นไม่มาก และรู้สึกหน้าสะอาดหลังล้างหน้า และหน้ามันไม่ตึง คือดี ก็ประทับใจ เลยอยากจะนำมารีวิวให้ได้อ่านกันว่าแบรนด์เค้าไม่ได้หลอกลวง มันไม่เห็นผลตั้งแต่ 2-3 ครั้งแรกแต่ต้องอดทนใช้จนหมดขวดถึงจะเห็นผล สำหรับรีวิวบทนี้กับเรื่องผลิตภัณฑ์ของส้มใสยังไม่จบ เพราะมันมีผลิตภัณฑ์อีกหลายต่อหลายตัวที่เค้าทำออกมา สบู่เหลวล้างหน้าเป็นเพียง 1 ผลิตภัณฑ์ที่ได้ลองใช้เองเลยนำมารีวิวเป็นสินค้าอินเทรนด์ให้ได้พอทราบสรรพคุณ และผลที่ได้รับหลังการใช้จริง

 

จากเนื้อหาที่พอทราบเบื้องต้นกับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ส้มใสนี้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ทำความสะอาดใบหน้าเนื้อหาในบทนี้ถือเป็นอะไรที่ค่อนข้างทำให้แน่ใจนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกผลิตภัณฑ์ในแบรนด์นี้มาใช้ ส่วนเรื่องของราคา ก็ไม่แพงมาก สบู่ขวดเล็ก 100 มล. ราคา 200 บาท สบู่ใหญ่ขวดหัวปั้ม 320 บาท บอกนิดนึงว่าขวดเล็กใช้ได้นานเป็นเดือน สำหรับขวดใหญ่ ถ้าใช้คนเดียว 2 เดือนกว่า เพราะใช้แค่นิดเดียวฟองเยอะ หวังว่าเนื้อหาในรีวิวบทนี้จะเป็นข้อมูลในการตัดใจของใครหลาย ๆ คนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดผิวหน้าอยู่จริงไม่จริงก็ซื้อมาใช้กันดูค่ะ

รีวิว ลำโพงพกพาขนาดเล็กกะทัดรัด DreamWave Harmony Bluetooth speaker เสียงดีไหม ความรู้สึก

 

   DreamWave นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์น้องใหม่จากทางฝั่งอเมริกา ที่มีการเข้ามาบุกตลาดกลุ่มสินค้าประเภทลำโพงพกพาในบ้านเรา แต่ในตอนนี้ก็ถือว่าได้รับเสียงตอบรับที่ดีเหมือนกัน ก็เลยถือโอกาสนี้ ไปจับเอาลำโพงพกพาขนาดเล็กๆ กะทัดรัดอีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด์นี้มารีวิว มีชื่อว่า DreamWave Harmony เสียงจะดีแค่ไหน ความรู้สึกของแนวเสียงเป็นอย่างไร ไปติดตามกันเลย

 

   เริ่มแรกเมื่อได้สัมผัสก็ถือว่าเป็นลำโพงบลูทูธขนาดเล็กที่มีดีไซน์ดูแปลกใหม่ดี เป็นรูปทรงหกเหลี่ยมตามที่มีอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบน ตัวบอดี้ของตัวลำโพงเอง ก็ค่อนข้างที่จะพรีเมี่ยมเลยทีเดียว เพราะด้านหน้าจะเป็นตระแกรงแบบอะลูมีเนี่ยม พร้อมกับตัวลำโพงก็เป็นอะลูมีเนี่ยมขึ้นรูปเหมือนกัน ถือว่ามีความสวยงาม งานประกอบดูแข็งแรงแน่นหนาดี ส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานหลักๆ เลย ก็ถือว่าอัดแน่นมาเยอะเลย เริ่มต้นตั้งแต่ ฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ผ่านทางบลูทูธ ที่ได้รับมาตรฐานการเชื่อมต่อที่ดีแบบ APtX ด้วย พร้อมกับกำลังขับ 16wrms พร้อมกับฟังก์ชั่นพกพาที่มีแบตเตอร์รี่ความจุ 4,500 mAh สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวๆ ไปที่ 6 ชั่วโมง ในระดับเสียงสูงสุด แต่ถ้าหากว่าเปิดที่ระดับเสียงกลางๆ จะอยู่ได้นาน 15-20 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ถือว่าใช้งานได้ยาวนานพอสมควร ฟังก์ชั่นถัดมาก็สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ มีไมค์โครโฟนติดมาให้ ทดสอบใช้งาน พูดสายสนทนาดูแล้ว ก็พบว่าใช้ได้ปกติดี เสียงชัดเจนดี แต่ในระยะที่ไม่ได้ไกลมาก 1-3 เมตร ห่างจากลำโพงถือว่ากำลังดี ก็มีเท่านี้เอง สำหรับฟังก์ชั่นการใช้งาน ก็ถือว่าครบครัน แต่อาจจะขาดไปตรงที่กันน้ำไม่ได้เท่านั้นเอง แล้วก็ภายในกล่องก็จะมีอุปกรณ์เสริมก็จะมีหัวชาร์จแบตทีให้มาตรงรุ่น พร้อมสายชาร์จ และ มีสายแจ็ค aux input 3.5 มาให้ 1 เส้น พร้อมกับคู่มือการใช้งานต่างๆ มาให้ในกล่อง

 

   อีกหนึ่งความพิเศษของแบรนด์นี้ภายในกล่องนอกจากจะมีตัวลำโพงบลูทูธแล้ว พร้อมกับอุปกรณ์เสริม ก็ยังแถมเป็นกระเป๋าใส่ลำโพงเป็นคล้ายๆ ถุงผ้าอย่างดีเลย ติดแบรนด์ DreamWave ด้วย สำหรับตัวลำโพงเองนั้น ในต่างประเทศจะมีให้เลือกอยู่ 3 สีด้วยกัน ก็จะมีสีขาว สีน้ำตาล และก็สีส้ม แต่ในบ้านเราเอง รู้สึกว่าจะมีแต่สีส้มที่นำเข้ามาเพียงสีเดียว แต่บางร้านอาจจะนำเข้ามาครบ ตรงนี้ต้องตรวจสอบกันต่างหาก

   สำรวจรอบๆ ตัวลำโพง ก็พบว่าข้างหน้าตัวลำโพงเอง จะมีดอกลำโพงแบบ Full range ที่ให้เสียงครบเลย ต่ำ กลาง แหลม ภายในดอกเดียวกัน มีขนาด 1.5 นิ้ว จำนวน 2 ตัว แยกตำแหน่งซ้าย-ขวา พร้อมกับระบบเสียงแบบสเตอริโอ พร้อมกับตัว passive radiator ตรงกลาง ส่วนด้านหลังตัวลำโพง ก็จะมีช่องเสียบชาร์จไฟ พร้อมกับมีไฟแจ้งเตือนบอกว่าถ้ากำลังชาร์จอยู่จะเป็นไฟสีส้ม แต่ถ้าชาร์จเต็ม จะเป็นไฟสีแดง ข้างๆ จะมีช่องเสียบแจ็ค 3.5 อยู่ ภายในตัวลำโพงก็จะมีตัว passive radiator ตัวที่สองอยู่ มีขนาดใหญ่เลยทีเดียว ด้านบนตัวลำโพง ก็จะมีปุ่มควบคุมต่างๆ อยู่ ก็จะมีตั้งแต่ปุ่มเพาเวอร์ ปุ่ม pair บลูทูธ และก็จะมีปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง เท่านี้เอง มีมาให้ได้ใช้งานกันง่ายๆ แต่ปุ่มกดรับสายจะอยู่ด้านข้างๆ งานประกอบดูประณีต พร้อมกับการเลเซอร์ตัวโลโก้และรุ่นของลำโพงติดเอาไว้ที่ตัวบอดี้เลย ส่วนตัวลำโพงทั้งชิ้นเลย จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 800 กรัม ไม่รวมสายชาร์จ ไม่รวมหัวชาร์จ รวมๆ แล้วจะหนักประมาณ 1 กก. พอดี ส่วนขนาดตัวลำโพงนั้น อย่างที่บอกไปว่ามันมีขนาดเล็ก กะทัดรัด คือมือเดียวจับถือสบายๆ ใส่กระเป๋าหิ้วไปได้ง่ายๆ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของราคานั้น ก็ต้องบอกว่าราคาไม่ได้เบามากนัก เพราะเป็นลำโพงแบรนด์นำเข้า เปิดตัวมาในบ้านเราอยู่ประมาณ 4,4xx บาท กันเลยทีเดียว พร้อมกับบอดี้ที่ดูดี สวยงามแบบนี้ก็ลองเข้าไปตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ แต่ก่อนจะตัดสินใจ ไปอ่านเรื่องของแนวเสียง บุคลิกเสียงที่แอดมินรู้สึกได้กับลำโพงรุ่นนี้กันก่อน

 

   เนื่องจากเป็นลำโพงบลูทูธที่มาจากฝั่งอเมริกา ก็รู้สึกว่าแนวเสียงจะเป็นผู้ดีๆ หน่อย เสียงร้องจะออกแนวหวานๆ ฟังดูแล้วไพเราะ พร้อมกับมิติเสียงแหลมที่มีมาให้เบาๆ แบบซิบๆ แต่ไม่มากนัก พร้อมกับมิติเสียงเบสที่ฟังแล้วกระชับ แต่มีมิติเบสที่เกินตัว ลำโพงตัวเล็กๆ แต่ให้ความดังของเบสได้ดีไม่แพ้เสียงกลาง แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกกระแทกกระทั้นเหมือนลำโพงตัวใหญ่ๆ เท่าไหร่ แต่ที่ประทับใจก็คือ ความดังของเสียงนั้นเกินตัวจริงๆ ห้องนอน ห้องนั่งเล่นขนาดกลาง หรือ จะเอาไปฟังเพลงนอกสถานที่ระดับเสียงก็เอาอยู่สบายๆ แน่นอน

รีวิวลำโพงพกพา AR SW-80 ลำโพงบลูทูธที่แนวเสียงใสกังวาน เบสนุ่มกระชับใช้ได้ทั้ง indoor,outdoor

 

   สำหรับลำโพงแบรนด์ AR นั้นก็มีชื่อเต็มๆ ตาที่กลุ่มนักสะสมลำโพงแบบพกพาในระดับ Hi-End รู้จักกันก็คือ Acoustic Research นั่นเอง ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับลำโพงในรูปแบบต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายกันทั่วโลก ส่วนในรุ่น SW-80 ตัวนี้ คุณสมบัติเด่นๆ เลยก็คือ เป็น smart speaker สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android รวมไปถึงเครื่องเล่นเพลงต่างๆ โดยเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ แต่รายละเอียดของลำโพงรุ่นนี้ยังมีอีกเยอะ ไปเจาะลึกกันเลยดีกว่า

   สำหรับลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ตามฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีบอกเอาไว้ในคู่มือการใช้งาน จะสามารถนำไปใช้กับทุกพืนที่แบบง่ายๆ ในการฟังเพลง ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องนอน และเอาไปฟังเพลงนอกสถานที่ต่างๆ ได้ เนื่องจากเป็นลำโพงพกพา อย่างที่เห็นในรูปก็คือ ตัวลำโพงนั้นรองรับ NFC ที่มีในสมาร์ทโฟน android ด้วย แตะแล้วติด เชื่อมต่อบลูทูธได้เลย และ ลำโพงรุ่นนี้ก็ยังได้รับมาตรฐาน APtX ด้วย เป็นมาตรฐานที่สามารถเชื่อมต่อบลูทูธได้เสถียร เสียงดี เที่ยงตรงไม่มี delay แต่นอกจากจะเชื่อมต่อแบบไร้สายได้แล้ว ก็ยังสามารถเชื่อมต่อผ่านแจ็ค 3.5 มม. ได้ด้วย ก็สะดวกดี ที่ภายในตัวกล่องก็มีสายแจ็ค 3.5 มม. มาให้ด้วย 1 เส้น ความยาวประมาณ 1 ฟุต ก็ไม่ยาวมาก และก็มีอแด็ปเตอร์สำหรับชาร์จแบตเตอร์รี่มาให้แบบตรงรุ่นจ่ายไฟที่ 15v 1.6A ก็ถือว่าต้องใช้หัวชาร์จใหญ่นิดหนึ่ง ไม่สามารถใช้ร่วมกับหัวชาร์จสมาร์ทโฟนทั่วไปได้ การชาร์จหนึ่งครั้งก็จะใช้งานได้นานประมาณ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ส่วนตัวลำโพงก็จะห่อหุ้มมาด้วยถุงผ้ากันรอย กันฝุ่นได้บ้างนิดหน่อย เป็นถุงผ้าจริงๆ แต่ไม่ใช่ผ้าชนิดพิเศษต่อย่างใด

   สำหรับตัวลำโพงเองนั้น ทำมาได้คุณภาพที่จัดว่าพรีเมี่ยมเลย บอดี้ด้านบนจะเป็นอลูมีเนี่ยม แต่ดีไซน์ก็จะดูเรียบๆ รูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมเหมือนลำโพงขนาดเล็กๆ ทั่วไปไม่ได้แปลกตาอะไรมากนัก ส่วนด้านหน้าและรอบตัวลำโพงจะเป็นตะแกรงเหล็ก ด้านล่างตัวลำโพงก็จะมีขาแบบลัฟเบอร์แบบตั้งพื้นกันลื่นได้ กันไม่ให้ลำโพงเดินได้ด้วย ที่ด้านบนตัวลำโพงเองก็จะมีสเปคบอกเอาไว้เลยว่าเวอร์ชั่นบลูทูธเป็น 4.0 แล้ว ก็ถือว่ารองรับบลูทูธตัวใหม่ๆ ได้ดีเลย ถือว่าไม่ล้าสมัยจนเกินไป เพราะล่าสุดตอนนี้เป็นบลูทูธเวอร์ชั่น 4.2 แล้ว ส่วนด้านบนของตัวลำโพงอีกด้านหนึ่ง ก็จะเป็นปุ่มควบคุมต่างๆ แบบเรียบง่าย ใช้งานไม่ได้ยากเลย พร้อมกับไฟแจ้งเตือนสถานะของแบตเตอร์รี่และการเชื่อมต่อบลูทูธเท่านั้นเอง

   แต่จุดด้อยของลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ก็พอมีเหมือนกันที่ต้องคิดว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ เพราะไม่มีไมค์โครโฟนติดมาให้ด้วย ไม่สามารถรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ และ ไม่สามารถกันน้ำได้ ถ้าใครที่เอาไปฟังในห้องน้ำก็ต้องระวังเปียกด้วย และ โทรศัพท์ก็ระวังเปียกด้วยถ้ากรณีมีสายเรียกเข้า แต่ก็มีสเปคที่อัดแน่นมาแบบเต็มๆ ด้วยวัสดุพรีเมี่ยมภายใน ที่ประกอบด้วย driver แบบ Full range ขนาด 6.5 นิ้ว จำนวน 2 ตัวด้วยกัน ให้เสียงแบบสเตอริโอ และ ด้านหลังของตัวลำโพงก็จะเป็นท่อนำเสียงที่ให้มิติเสียงต่ำหรือเสียงเบสที่เรียกว่า passive radiator แต่อีกหนึ่งจุดที่ต้องพูดถึงก็คือ แอดมินเองได้ไปสืบค้นข้อมูลของแบรนด์ AR มาบ้าง ก็พบว่าตัวดอกลำโพงภายในไม่ใช่ดอกลำโพงที่ AR ผลิตเอง แต่สั่งจากโรงงานผู้ผลิตดอกลำโพงที่จัดส่งไปในผู้ผลิตตัวลำโพงแบรนด์ Hi-end หลายๆ แบรนด์ทั่วโลกเลย ก็ถือว่าเป็นดอกลำโพงที่ดีแต่ไม่ใช่แบรนด์ของตัวเองทำขึ้นมา แต่จะคิดค้นหรือคำนวณเรื่องของห้องเสียง ตู้ลำโพงมากกว่า ส่วนขนาดของตัวลำโพงเอง ความกว้างอยู่ที่ 23.5 ซม. ความสูง 12 ซม. ความหนา 7 ซม. น้ำหนักอยู่ที่ 1.5 กก. ก็เป็นลำโพงพกพาขนาดกลางๆ ไม่ถึงกับเล็กมากจนพกพาได้สะดวก ต้องเอาใน่กระเป๋าเป้หรือกระเป๋าเดินทางเพื่อพกไปนอกสถานที่ต่างๆ ได้

   สำหรับเรื่องของแนวเสียง บุคลิกเสียงของลำโพงพกพารุ่นนี้ ต้องบอกว่ามันดังเกินตัวจริงๆ แล้วแนวเสียงที่ได้ยินนั้น ถ้าเป็น indoor ถือว่าเอาอยู่จริงๆ ห้องใหญ่ๆ ก็เอาอยู่ เพราะเป็นลำโพงที่มีเวทีเสียงกว้าง เสียงกลางโปร่ง และ ใสเคลียร์ด้วย สามารถเก็ฐรายละเอียดของปลายเสียงแหลมได้ดี แต่ไม่บาดหู เป็นสไตล์ของลำโพง Hi-end แต่มิติเสียงเบสก็จะเน้นไปทางนุ่มๆ ละมุนๆ ไม่กระแทกกระทั้นมากนัก แต่เก็บมิติเบสได้ดี แต่ถ้าไปใช้งานแบบ outdoor ก็ถือว่าน้ำเสียง พละกำลังนั้นก็จะด็อปลงนิดหน่อย แต่ก็ยังให้ความดังที่เอาอยู่ แม้แต่เสียงรบกวนรอบข้างจะเยอะก็ตาม แต่เสียงก็ถือว่าลดประสิทธิภาพไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง ส่วนราคาเปิดตัวมาแรงเลยทีเดียวประมาณ 10,xxx บาท ก็ลองไปหาฟัง หาทดสอบกันได้เลย

อยากรู้เรื่องสินค้าโดนๆ gadget ไอที สินค้าอินเทรนด์ ติดตามได้เรามีรีวิวดีๆให้ท่านได้ศึกษา