Category Archives: ข่าวสารไอที

รีวิว Lenovo ideaPad 500s โน้ตบุคดีไซน์บางเบา สเปคน่าสนใจในการใช้งาน

 

   สำหรับการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ของเรา 108plaza ก็มีโน้ตบุคดีไซน์บางเบา และ น่าสนใจเหมาะกับการใช้งานแบบพกพาอย่างยิ่งจากทาง Lenovo มาฝากกันอีกหนึ่งรุ่น ในงบที่สามารถซื้อได้ที่ไม่เกิน 20,xxx บาท เป็นโน้ตบุคในสเปค Core I ที่คิดว่าน่าจะมีหลายคนกำลังมองหาอยู่ในตอนนี้เลย กับ Lenovo ideaPad 500s นั่นเอง

   สเปคของโน้ตบุครุ่นนี้ก็มาพร้อมกับชิปประมาวลผลเป็น intel core I5 ขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอระดับ HD นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับ GPU NVdia GeForcs GTX940M 2GB RAM DDR3 4GB มาพร้อมกับพื้นที่เก็บข้อมูลในตัวเครื่อง 1 TB ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 1.6 กิโลกรัมเท่านั้นเอง ซึ่งตอนที่เปิดตัวมานั้น ก็จะมีราคาอยู่ที่ 20,990 บาทเท่านั้นเอง แต่สำหรับช่วงที่เปิดตัวมานั้น ก็อาจจะมีส่วนลดอยู่ตามร้านค้าชั้นนำและตามตำแทนจำหน่ายต่างๆ ก็คงต้องแนะนำว่าไปลองเปรียบเทียบกันได้ตามราคากลางนี้ได้เลย

   แล้วถามว่าโน้ตบุคเครื่องนี้ รุ่นนี้สามารถใช้งานได้ในแบบใดบ้าง เหมาะสมกับกลุ่มคนที่อยากได้ไปทำงานประเภทไหน ก็ต้องบอกว่า สเปคแบบนี้ intel core i5 ก็ถือว่าไม่ธรรมดา สามารถที่จะใช้งานได้เกินกว่างานทั่วไปอยู่แล้ว มาตรฐานเลยถ้าใช้เข้าเว็บไซต์ เปิดหาข้อมูล ใช้พิมพ์งาน แก้ไฟล์งานเอกสารต่างๆ สามารถใช้ได้อย่างไหลลื่นอยู่แล้วในสเปคแบบนี้ แต่ที่เกินไปกว่านั้นกับสิ่งที่สเปคให้มาก็คือ สามารถที่จะเอาไปเล่นเกมส์ได้ ด้วยการ์ดจอที่แยกมาแบบนี้ แต่ด้วยความที่จอเองนั้นมีความคมชัดแค่ระดับ HD ก็อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์สำหรับสายเกมส์มิ่งทั้งหลายมากเท่าไหร่นัก คือเป็นสเปคกลางๆ ที่พอจะเล่นได้ แต่ไม่ถึงกับที่สุด กราฟฟิกต่างๆ การแสดงสีสันต่างๆ นั้นก่คงจะไม่ใช่ในรูปแบบของการใช้งานเพื่อเล่นเกมส์โดยตรง แต่สามารถที่จะนำไปใช้กับงานทางด้านกราฟฟิค งานตัดต่อ อะไรแบบนี้ก็ได้เช่นเดียวกัน ถือว่าสามารถรองรับโปรแกรมที่มีการกินทรัพยากรสูงๆ ได้ในระดับหนึ่งเช่นเดียว แต่จะเหมาะกับเครื่องสำรอง ที่เอาไว้พกพาไปทงานนอกสถานที่มากกว่า อาจจะไม่ใช่เครื่องที่ใช้งานเป็นประจำในที่ทำงาน ในออฟฟิต หรือที่บ้านสักเท่าไหร่นัก เพราะตัวเครื่องนั้นทำมาดีไซน์บางเบา พร้อมกับการพกพามากกว่านั่นเอง

   สำหรับเรื่องของการดีไซน์รอบๆ ตัวเครื่องนั้น เริ่มต้นจากด้านหน้าจะเป็นบอดี้ที่เป็นพลาสติกแข็งแรงดี พร้อมกับโลโก้ Lenovo อยู่ด้านบน เปิดฝาเครื่องออกมาก็จะเห็นว่ามีปกติเป็นหน้าจอ เป็นแป้นคีย์บอร์ดที่ได้ลองกดแล้วก็พิมพ์ได้ง่าย มีความลึกของปุ่มพอประมาณกำลังดีเลย ระยะห่างของปุ่มก็ไม่ชิกกันเกินไป พร้อมกับ TouchPad ด้านล่างใช้งานเป็นเมาส์เหมือนกับโน๊ตบุคทั่วไป ส่วนด้านบนของหน้าจอนั้นก็จะให้กล้องที่มีความคมชัดระดับ HD มาให้ 1 ตัว พร้อมกัมีไมค์โครโฟนจำนวน 2 ตัวด้วยกัน เอาไว้ตัดเสียงรบกวนและเสียงสะท้อนอีกหนึ่งตัว ก็ถือว่าครบครันในการใช้งาน สามารถที่จะวีดีโอคอลได้อย่างดี คมชัดและเสียงก็ชัดเจนเป็นปกติดีเลยทีเดียว

   สำหรับพอร์ดเชื่อมต่อต่าๆง ที่ให้มากับตัวเครื่องนั้น ก็จะประกอบไปด้วยพอร์ด HDMI 1 port , RJ45 หรือที่เสียบสาย LAN 1 ช่อง ถัดมาก็จะให้พอร์ด USB 3.0 มาอีก 2 ช่องด้วยกัน แล้วที่พิเศษไปกว่านั้น ที่บริเวณด้านข้างก็จะมีไฟแจ้งเตือนสถานะของแบตเตอร์รี่เอาไว้ให้เราดูด้วยว่า แบตเตอรืรี่เหลืออยู่เท่าไหร่ ใกล้จะหมดหรือยัง ส่วนอีกหนึ่งฝั่งของตัวเครื่องก็จะมีปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียงต่างๆ มาให้ได้ใช้งานกันง่ายๆ ถัดมาก็จะเป็นปุ่ม mute เสียง และก็เป็นช่องเสียบแจ็คหูฟังและไมค์โครโฟนแบบ 3.5 มม. แล้วสุดท้ายก็จะเป็นช่อง USB 2.0 อีกหนึ่งช่องเสียบ พร้อมกับช่องเสียบไฟ AC adaptor ก็ถือว่าให้พอร์ดเชื่อมต่อมาอย่างครบครันเช่นเดียวกัน แต่อาจจะเริ่มตัดพอรืดเชื่อมต่อเก่าๆ ที่เคยใช้กันมานานอย่างพอร์ด VGA ออกไปแล้ว ตรงนี้ก็อาจจะต้องไปมองหาอแด็ปเตอร์แปลงแจ็คกันเอา ถ้าหลายๆ ท่านยังใช้อยู่

   ก็ต้องบอกว่าสินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ ถึงแม้ว่าจะเปิดตัวกันมาสักระยะหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ในปัจจุบันนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ ก็ยังคงใช้งานโน้ตบุคที่ไม่ได้หนีห่างจากในอดีตมากมายนัก ก็แค่ใช้ในการทำงาน ไฟล์เอกสาร พิมพ์งาน จัดทำผลงานต่างๆ รวมไปถึงความบันเทิง เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนัง ฟังเพลง พร้อมกับทำโปรแกรมเสริมและงานตัดต่อบ้างเล็กๆ น้อยๆ ตรงนี้ถือว่าเป็นโน้ตบุคที่เหมาะเลยทีเดียว ไม่ต้องไปเสียเงินมากมายหลายหมื่นบาทเพื่อซื้อมาใช้งานอย่างที่กล่าวไป ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

รีวิว Zhiyun Z1 Smooth-C อุปกรณ์ที่จะช่วยให้การ Live ผ่านโซเชียลด้วยกล้องมือถือให้ภาพนิ่งขึ้น ดู smooth ขึ้น ภาพไม่สั่น แพนได้ตามต้องการ

 

   ยุคนี้ใครๆ ก็พากันถ่ายทอดสดผ่านทางวีดีโอของตัวเอง หรือการ Live สดนั้นเอง ก็มีหลากหลายช่องทาง ทั้ง facebook , youtube, instragrame หรือช่องทางโซเชียลอื่นๆ มากมายก็มีให้ Live กันสดๆ แล้ว แต่หลายๆ คนที่ชอบถ่ายทอดสดแล้วมันเกิดปัญหาอย่างหนึ่งก็คือว่า เวลาที่เราจับสมาร์ทโฟนของเราถ่ายทอดสดอยู่นั้น มันจะมีภาพที่สั่น ภาพไม่นิ่ง ทำให้คนดูนั้นดูยาก ดูลำบาก ไม่น่าดู แล้วก็ทำให้เวียนหัวในบางครั้งที่ต้องแพนกล้องไปมาๆ อยู่เรื่อยๆ รวมไปถึงการเดินไปด้วย ถ่ายทอดสดไปด้วย ก็ทำให้วีดีโอที่ได้นั้นมันสั่นไหว ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ด้วยอุปกรณ์เสริมที่จะมาช่วยให้คุณไม่ต้องไปหาซื้อกล้องถ่ายวีดีโอราคาแพงๆ ใช้กล้องจากสมาร์ทโฟนของเราปกตินี่แหละ เพียงแค่มี gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้

   Zhiyun Z1 Smooth-c นีคือชื่อของอุปกรณ์เสริมที่เรานำมารีวิวกันใน 108plaza ตอนนี้เลย เพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยเห็นหรือยังไม่คุ้นเคย นึกภาพง่ายๆ ว่ามันก็คือไม้เซลฟี่อะไรประมาณนั้น คือเราก็ต้องเอาสมาร์ทโฟนของเรา ที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่หน้าจอขนาดเล็ก 4 นิ้ว จนหน้าจอขนาดใหญ่ประมาณ 6 นิ้ว ก็ใช้ได้ทั้งหมดเลย แล้วก็สามารถใช้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่น ทุกฝั่ง ไม่ได้จำกัดว่ามันต้องเป็น IOS หรือ android นะครับ เพราะตัว smooth-c ตัวนี้จะมีระบบที่เรียกว่ามันคล้ายๆ กับตัวเคลนที่ช่างกล้องที่ชอบใช้ถ่ายรายการกันในสตูแบบนั้นเลย แต่ก็จำลองการใช้งานมาแบบนั้นเลย เมื่อเราใส่สมาร์ทโฟนของเราลงไปปุบตรงที่ตัวหนีบ มันจะมีระบบไฟฟ้าที่จะหมุนตัวสมาร์ทโฟนของเรานั้นมันหมุนอยู่ในแกนกลางมากที่สุด คือพูดง่ายๆ ว่ามันจะไม่เองไปตามมือเรา มันจะไม่สั่นไปตามมือเรา ในขณะที่เราสั่นมือหรือเดิน ภาพมันก็จะนิ่ง หรือ เราต้องการจะถ่ายทอดสดแบบอัดรายการอยู่ แบบว่าหันกล้องมาทางเราเพื่อพูด แล้วจากนั้นก็แพนกล้องไปทางซ้าย ไปทางขวา เพื่อไปโฟกัสกับบุคคลอีกคนหนึ่งหรือไปโฟกัสสิ่งของที่เราอยากจะนำเสนอในการถ่ายทอดสดครั้งนั้น อะไรแบบนี้ ก็จะมีปุ่มให้กดตรงด้ามจับให้เราได้กดแพนซ้าย แพนขวา กดขึ้นกดลง ตามมุมกล้องที่เรานั้นอาจจะบังคับ มันเหมือนกับไม้เซลฟี่ที่มีปุ่มบังคับทิศทางแบบนั้นเลย แต่ข้อดีคือมันจะทำตัวให้เหมือนกับระดับน้ำที่ขนาดกับพื้นโลกอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเราจะเอียงมือหรือมือไม่นิ่ง กล้องก็ยังคงอยู่ในแกนขนาดอยู่เช่นเดิม แบบนั้นเลย ก็จะมีตัวอย่างให้เห็นอย่างในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนะครับ

   ตัวเครื่อง Smooth-c นั้นจะใช้แบตเตอร์รี่ 2 ก้อนอยู่ด้านใน สามารถที่จะเสียบชาร์จแบตเตอร์รี่ได้ แต่หลังจากที่แอดมินได้ลองใช้งานกับสมาร์ทโฟนที่จอใหญ่ๆ อย่างตัว iphone 6s plus หรือตัว galaxy note 5 หรือตัว galaxy note 7 ที่หน้าจอใหญ่ๆ ตัวเครื่องหนักๆ เนี่ยนะครับ มันจะมีปัญหาเรื่องจุดศูนย์ถ่วง จะทำให้ตัวสมาร์ทโฟนนั้นหัวดิ่งลงทันที แต่เขาก็มีตัวแก้ปัญหามาให้ในกล่อง เป็นตัวแม่เหล็กที่เป็นตัวลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักอยู่ ก็สามารถใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นอย่างไม่มีปัญหาอะไร ก็จะมีแม่เหล็กหลายๆ ขนาดแถมมาให้ในกล่องตอนที่ซื้อมานะครับ เพื่อนๆ หลายคนที่มีใช้อยู่ตอนนี้อาจจะไม่ทราบว่าทำไมมันใช้งานไม่ได้ ตัวไม้จับมันเสียไหม อะไรแบบนี้ คือต้องใช้ตัวลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักด้วยสำหรับสมาร์ทโฟนจอใหญ่ แน่นอว่าราคาที่เปิดตัวมานั้น มันอาจจะไม่ได้ถูกมากสักเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่ได้แพงมาก เปิดตัวมาก็มีหลายๆ ร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วไปก็นำเข้ามาวางจำหน่ายกันแล้ว ในราคาบางร้ายก็ 8 พันบาท บางร้านก็ 7 พันบาท ก็ลองๆ เข้าไปหาสอบถามดู ก็อาจจะมีโปรโมชั่นที่ราคาอยู่ประมาณนี้ ถ้าใครหาได้ถูกกว่านี้ก็เป็นการดีมากเลยทีเดียว เพราะหลังจากที่แอดมินได้ลองใช้งานมาแล้ว แล้วก็เช็คคุณภาพของวีดีโอที่เดี่ยวนี้กล้องสมาร์ทโฟนก็ถือได้ว่าคุณภาพดีมากแล้ว ถ่ายได้ในระดับ 4K ด้วยในบางรุ่น แล้วก็มีอุปกรณ์เสริมแบบนี้เข้ามาช่วยก็ทำให้ภาพที่ออกมานั้นมันดูเนียนตา ดูง่าย น่าสนใจมากขึ้น

   เพื่อนๆ คนไหนที่มีรายการสด ชอบ Live บนโซเชียล ก็ลองๆ ไปหา gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มาใช้งานกันได้เลย แล้วก็เชื่อว่าในอนาคตก็อาจจะมีแบรนด์อื่นๆ ที่เปิดตัวมาในราคาที่ถูกกว่านี้ตามๆ มาอีกเยอะเลย ใครที่คิดว่าราคามันแพงอยู่ก็อดใจรอแล้วก็ค่อยซื้อมาใช้งานก็คงไม่สายนะครับ

รีวิว D-LINK DSL-2877AL ROUTER 5GHz รองรับมาตรฐาน AC ตัวช่วยที่จะทำให้เน็ตแรงขึ้น สัญญาณดีขึ้น

 

   หลายๆ คนชอบบ่นว่า wifi ที่บ้านเราทำไมมันช้า ทั้งๆ ที่ก็อัพโปรให้มีความแรง ความเร็วขึ้นมาแล้ว ก็ยังช้าอยู่ดี จ่ายเงินไปต่อเดือนก็เยอะอยู่ แต่กลับได้สัญญาณอินเตอร์เน็ต wifi มาใช้แบบหลุดๆ ติดๆ อะไรแบบนี้ อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อินเตอร์เน็ตช้าก็อาจจะเกิดจาก ROUTER ของเราที่มันอาจจะไม่รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างระบบ AC ก็เป็นได้ ดังนั้น 108plaza ก็มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์จาก D-LINK มาทำการรีวิวกัน เพื่อช่วยให้อินเตอร์เน็ต wifi ในบ้านของคุณนั้นเร็วและแรงขึ้นก็ได้ ไปติดตามการรีวิวกันเลย

   D-LINK DSL-2877AL ROUTER เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ไอทีที่หลายๆ บ้านต้องมีและยังใช้งานกันในรูปแบบเก่าๆ อยู่ ซึ่งอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช่งานร่วมกันอย่าง สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค แท็ปเล็ด ไอแพ็ด ไอโฟน ต่างๆ ของท่านที่ใช้งานถ้าเป็นรุ่นใหม่ๆ จะมีตัวรับสัญญาณ Wireless ที่มันเป็นมาตรฐาน AC หมดแล้ว แต่บางบ้านยังไม่ได้เปลี่ยนเลาท์เตอร์ ยังใช้แบบเก่าอยู่ ก็ทำให้การรับ-ส่งสัญญาณ wifi นั้นช้าลงได้

   ในส่วนของสเปคเบื้องต้นของเลาท์เตอร์รุ่นนี้ ก็จะมีมาตรฐานเป็นแบบ ADSL แต่ล่าสุดก็สามารถที่จะอัพเฟิร์มแวร์ขึ้นมาเป็นมาตรฐาน VDSL ได้แล้ว ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่ใช้เลาท์เตอร์ตัวนี้อยู่แล้วยังไม่ได้อัพเฟิร์มแวร์ก็ลองเข้าไปอัพเกรดอุปกรณ์กันได้ ตัวเครื่องเลาท์เตอร์นั้นมี 3 เสาส่งสัญญาณ แต่จุดเด่นอยู่ตรงที่เสากลางจะเป็นเสาที่ส่งสัญญาณแบบ 5GHz ได้ด้วย ก็รองรับมาตรฐาน AC นั้นเอง แล้วก็เสาส่งสัญญาณอีก 2 เสาที่เหลือก็จะส่งสัญญาณแบบ 2.4GHz ได้พร้อมๆ กันแบบ Dual Band ได้ด้วย ในกล่องที่ให้มาก็มีแค่ตัวสาย LAN ความยาวประมาณ 1 เมตรแถมมาให้ 1 เส้น แล้วก็มีตัวปลั๊กอแด็ปเตอร์ที่เสียบไฟเท่านั้นเอง การใช้งานเมื่อใช้ไปยาวๆ เสียบใช้งานกันทั้งวันทั้งคืน ซึ่งปกติหลายๆ บ้านก็จะไม่ค่อยถอดเลาท์เตอร์กันสักเท่าไหร่ ก็พบว่าอุณหภูมิที่ด้านหลังตัวเครื่องนั้นค่อนข้างร้อนเลยทีเดียว วัดอุณภูมิได้ประมาณ 42 องศา ก็ถือว่าข้อเสียจะอยู่ที่ความร้อนนี่แหละครับ ที่อาจจะต้องมีการถอดเพื่อให้ตัวเครื่องเย็นลงบ้างในช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้งานหรือตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน แต่ความร้อนก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ตัวเครื่องไม่ตัดการปล่อยสัญญาณ ยังสามารถใช้ได้ปกติ ตัวเครื่องของเลาท์เตอร์รุ่นนี้ก็เป็นการวางตั้งกับโต๊ะได้เท่านั้น ไม่สามารถที่จะแขวนติดกำแพงได้ เพราะไม่มีช่องให้แขวนมาที่ด้านหลังตัวเอง ก็มีไฟ LED บอกสถานะต่างๆ ของตัวเครื่องที่สามารถตรวจสอบความผิดปกติของสัญญาณได้อย่างชัดเจน

   เลาท์เตอร์รุ่นนี้รองรับการใช้งานแบบ WPS ที่สามารถใช้งานได้แบบไม่ต้องใส่รหัสผ่านก็ได้ ทั้งระบบ 2.4GHz และ 5GHz ส่วนพอร์ดเชื่อมต่อต่างๆ จะอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่องทั้งหมดเลย จะมีพอร์ดที่เสียบสายโทรศัพท์หรือว่าพอร์ด RJ-11 ถัดมาก็จะมีพอร์ด LAN มาให้ทั้งหมด 4 พอร์ดด้วยกัน ถัดมาก็จะมีพอร์ด USB 3.0 อยู่ 1 พอร์ด ดังนั้นในเลาท์เตอร์ตัวนี้จะสามารถรับสัญญาณอินเตอร์เน็ตขาเข้ามาได้ทั้งหมด 3 ช่องทางด้วยกัน แต่ก็ต้องเลือกว่าจะใช้พอร์ดไหน ไม่สามารถทำโหลดบาลานท์ได้พร้อมๆ กับทั้ง 3 ช่องทางได้ ถัดมาด้านข้างของเลาท์เตอร์ก็จะมีพอร์ด USB 3.0 อีกหนึ่งพอร์ด เพื่อที่จะใช้เป็น Interner server หรือ Stored server ก็ได้ แล้วก็จะมีปุ่มกด WPS ทั้งแบบ 2.4GHz และ 5GHz อยู่ด้านข้างของตัวเครื่อง

   ในส่วนของการทดสอบใช้งานแบบทั่วไป ทั้งแบบ 2.4GHz รวมไปถึงการใช้งานแบบมาตรฐาน AC แบบ 5GHz ในช่วงแรกที่ยังไม่ได้อัพเฟิร์มแวร์ต้องบอกว่าค่อนข้างที่จะหลุดบ่อยอยู่บ้างในการใช้ wifi แต่พอได้ทำการอัพเฟิร์มแวร์ที่ทางค่ายของ D-LINK ส่งมาให้อัพก็รู้สึกว่าใช้งานได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น เมื่อทำการ Test speed แล้วผ่านการใช้งานแบบ wifi แล้วด้วย ซึ่งความเร็วของอินเตอร์เน็ตที่ใช้อยู่ก็ 50Mb ก็ทำการทดสอบค่า ping ได้ที่ประมาณ 18 Up speed ก็อยู่ที่ 48Mb เท่านั้นเอง ตรงนี้อาจจะเป็นข้อเสียที่การปล่อย wifi ออกมาได้ไม่เต็มที่สักเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่ามีความคลาดเคลื่อนที่น้อยมาก การใช้งาน wifi ก็ถือว่าลื่นไหลดีเลย

   ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า gadget สินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ ที่นำมารีวิว มันเหมาะกับการใช้งานในบ้านแบบทั่วไปที่มีราคาประมาณ 2 พันบาทเท่านั้น ประสิทธิภาพต่างๆ อาจจะไม่ได้เต็มร้อยเหมือนราคาแพงๆ แต่มันก็ทำได้เกือบเต็มร้อยเลย ถือว่าถ้าใช้งานในบ้าน ที่มีอุปกรณ์ไอที มือถือ โน๊ตบุ๊ค และอื่นๆ เพียงไม่กี่ตัว เลาท์เตอร์ตัวนี้ก็เอาอยู่สบายๆ ครับ ในราคาประหยัด

Review Bluetooth v.5 ตัวใหม่ล่าสุด รับสัญญาณดีขึ้น ความเร็วสูงขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้นและกว้างไกลมากขึ้น

 

   เพื่อนๆ บางคนอาจจะลืมฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อแบบนี้ไปบ้างแล้ว นั้นก็คือ Bluetooth นั้นเอง เพราะว่าไม่ค่อยได้ใช้งานสักเท่าไหร่ บางคนก็มักจะใช้งานพวก wifi, wireless หรือ ตัวใหม่ล่าสุดอย่าง NFC ใน android หรือ Air play ใน IOS แต่เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า Bluetooth ที่ตอนนี้ยังมีให้ได้ใช้งานกันอยู่และก็มีการพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาก็อาจจะคุ้นเคยกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.0 หรือ 4.1 ก็ตามแต่ สำหรับคนที่ใช้งานกันเป็นประจำนะครับ แต่ล่าสุดเว็บไซต์ 108plaza ของเราก็มีอีกหนึ่งการอัพเดทในแวดวงของไอทีมาฝากเพื่อนๆ กันเกี่ยวกับ Bluetooth นี่แหละครับ

   ในครั้งนี้ก็ต้องขออนุญาตเพื่อนๆ ว่าเราอาจจะไม่มีสินค้าอินเทรนด์อะไรมารีวิว แต่เรามีอีกหนึ่งการอัพเดทข่าวสารในวงการไอทีมาฝากกัน อย่างที่กล่าวมาในช่วงต้นว่า ปัจจุบันนี้เรื่องของ Bluetooth นั้นก็มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคือBluetooth 5 หรือเวอร์ชั่นที่ 5 กันแล้ว โดยจะมีการพัฒนาให้มีการรองรับไฟล์เสียงที่ได้คุณภาพสูง นั้นก็หมายความว่าใครที่ชอบใช้ลำโพงบลูทูธอยู่ตอนนี้ในรุ่นที่จะเปิดตัวออกมาใหม่ๆ นี่ต้องมองหาสเปคแล้วก็ตรวจเช็คกันเลยว่าลำโพงบลูทูธที่จะซื้อนั้นมีบลูทูธเวอร์ชั่นไหน เพื่อความคุ้มค่าและการรองรับการใช้งานในอนาคตต่อไปได้ไกลๆ ด้วย ถัดมาบลูทูธเวอร์ชั่น 5 นี้ก็มียังมีการพัฒนาในด้านของโหมดประหยัดพลังงาน เพื่อให้ใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย แล้วก็มาพร้อมๆ กับการพัฒนาในเรื่องของการรับสัญญาณที่ดีขึ้น ความเร็วในการเชื่อมต่อและการส่งต่อสัญญาณที่เร็วขึ้นและดีขึ้นกว่าเดิมด้วย นอกจากนั้นก็ยังจะพัฒนาเรื่องของระบบส่งสัญญาณให้ได้กว้างและไกลมากขึ้นอีกด้วย

   ซึ่งตัวบลูทูธ 5 นั้นก็มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างเป็นลำดับ ซึ่งตามรายงานตัวรายละเอียดเกี่ยวกับตัวบลูทูธเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ก็พบว่า ทางผู้พัฒนานั้นมีการนำไปทดสอบและเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้อย่าง บลูทูธเวอร์ชั่น 4.2 ก็พบว่าอย่างแรกที่มีการพัฒนาขึ้นนั้นก็คือ สามารถทดสอบได้ว่ามีการส่งสัญญาณได้ไกลกว่าเดิมถึง 4 เท่า แล้วก็เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้เร็วกว่าเดิมถึง 2 เท่าอีกด้วย แล้วก็จะมีการขยายช่องบริการสัญญาณให้มากกว่าเดิมเพิ่มขึ้นอีก 800 เปอร์เซ็นต์ นั้นก็ทำให้การรับส่งสัญญาณได้มากกว่าเดิมถึง 8 เท่าอีกด้วย ทั้งนี้ผู้พัฒนาสัญญาณบลูทูธนี้ ก็ยังบอกอีกว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ที่มีนักพัฒนาในวงการไอทีต่างๆ บอกเอาไว้ว่า ในรอบๆ ตัวเราจะสามาเชื่อมต่อทุกอย่างได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส หรือตามสโลแกนด์ที่ว่า internet of thing นั้นเอง ก้จะอยู่ภายในปี 2020 นี้แล้ว เชื่อว่าทุกอย่างไมว่าจะเป็น smartwatch , smartphone , หรือแม้กระทั่ง smarthome ก็ตามแต่ จะสามารถเชื่อมต่อกันผ่านทางสัญญาณบลูทูธได้ทั้งหมดแบบมีประสิทธิภาพที่สูงสุดนั้นเอง ซึ่งผู้พัฒนาบลูทูธเองก็บอกเอาไว้อีกว่า จะได้เห็นการพัฒนาในระบบส่งสัญญาณแบบไร้สายหรือบลูทูธ 5 เวอร์ชั่นล่าสุดนี้อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุดก็ภายในปลายปี 2016 หรือ ต้นปี 2017 นี้แน่นอน ซึ่งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าทางผู้พัฒนาบลูทูธนั้นจะออกมาปรำกาศก่อนจะพัฒนาจนสำเร็จแต่อย่างใด แต่ที่บอกไปว่าภายในปลายปี 2016 นี้จะได้เห็นเป็นรูปธรรมก็คือว่า จะได้เห็นเป็นอุปกรณ์ไอทีจริงๆ ที่ใช้บลูทูธเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ออกมาใช้งานกับตัวเครื่องรุ่นใดรุ่นหนึ่งในวงการไอทีอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าให้แอดมินคาดเดาก็น่าจะเห้นและได้ใช้งานบลูทูธ 5 เวอร์ชั่นล่าสุดนี้กับกลุ่มสินค้าประเภทลำโพงบลูทูธอย่างแน่อน นอกจากนั้นก็จะใช้กับกลุ่มหูฟัง รวมไปถึงสมาร์ททีวี สมาร์ทโฟน สมาร์ทไอทีต่างๆ อีกเยอะแยะเลยในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน ซึ่งมันก็จะสืบเนื่องมาจากข่าวไอทีของ Apple ที่จะมีข่าวว่าใน inphone 7 ตัวใหม่ล่าสุดที่เตรียมจะเปิดตัวมาในเดือนกันยายน 2016 นี้ที่ว่าจะตัดฟังก์ชั่นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ออกไป ก็คงมีข่าวนี้มารองรับในส่วนของการเชื่อมต่อหูฟังของไอโฟนด้วยก็เป้นได้ เพราะว่าในอนาคตอาจจะได้สมาร์ทโฟนเครื่องบางๆ เบาๆ มาให้ได้ใช้งานกันอีกเป็นแน่แท้

   ซึ่งแน่นอนว่าเว็บไซน์ 108plaza ของเราก็จะติดตาม gadget หรือสินค้าอินเทรนด์ตัวใหม่ๆ ที่เปิดตัวออกมาแล้วมี Bluetooth v.5 ออกมานั้น จะคว้ามารีวิวทดสอบถึงระยะส่งสัญญาณกันเลยทีเดียว ซึ่งก็เชื่อว่ามันส่งสัญญาณได้ไกลกว่า 100 เมตรแน่นอนเลยทีเดียวครับอย่างไงก็ให้เพื่อนๆ นั้นได้รอติดตามและอัพเดทข่าวสารกันด้วยนะครับ

รีวิว Harman Kardon ONYX Studio 2 ลำโพง in door ที่ราคาต่ำหมื่น

   เว็บไซต์ 108plaza ของเรามีลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งตัวมาทำการรีวิวกันอีกแล้วครับเพื่อนๆ สำหรับลำโพงที่เพื่อนๆ เห็นในรูปตัวอย่างสินค้านั้น มีชื่อว่า Harman Kardon รุ่น ONYX Studio 2 ถือว่าเป็นรุ่นที่พัฒนามาเป็นเวอร์ชั่นที่ 2 แล้วนะครับ เปิดตัวมาได้สักประมาณ 6 เดือนกว่าๆ แล้วนะครับ จุดที่น่าสนใจนั้นมีอยู่หลายฟังก์ชั่นด้วยกัน แต่สำหรับใครที่เคยใช้รถยุโรป รถสปอร์ต หรือ เคยอ่านรีวิวในกลุ่มสินค้ายานยนต์ของเรามาบ้าง ก็จะพอทราบว่าชื่อ Harman Kardon นั้นเป็นแบรนด์เครื่องเสียงที่ติดมากับรถระดับหรูพวกนี้ในหลายๆ รุ่นเลยทีเดียว อย่าง mini cooper ก็มี อย่างรถในค่าย BMW ก็มีเครื่องเสียงแบรนด์นี้อยู่ ก็ต้องถือว่าได้แบรนด์ Harman Kardon นั้นเป็นเครื่องเสียงระดับ Hi-end เลยก็ว่าได้ แต่ว่าเสียงและคุณภาพจะดีแค่ไหน เราต้องมารีวิวกันครับ

   สำหรับ Harnan Kardon ONYX Studio 2 นั้นเปิดตัวมาให้เลือกด้วยกัน 2 สี ก็คือ สีขาว และ สีดำ เท่านั้นเอง มาดูฟังก์ชั่นการใช้งานที่ติดเอาไว้ข้างกล่องกันเลย อย่างแรกก็แน่นอนละครับ สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยบลูทูธได้ แล้วก็มีการเสริมพลังเสียงของเบสด้วย Dual passive radiator ขนาด 4 นิ้ว 2 ตัวอยู่ด้านในลำโพงตัวนี้ ต่ดมาก็จะมีไมค์โครโฟนมาให้ในตัวเลย นั้นหมายความว่าสามารถรับสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ได้ด้วย แล้วก็มีระบบที่เวลาเราคุยโทรศัพท์ผ่านตัวลำโพงบลูทูธตัวนี้ ก็จะมีระบบป้องกันเสียงรบกวน เสียงสะท้อนต่างๆ มาให้ด้วย ก็น่าจะเพิ่มประสิทธิภาพในการพูดคุยสนทนาผ่านตัวลำโพงตัวนี้ได้ดียิ่งขึ้นนั้นเอง แล้วรายละเอียดข้างกล่องก็เขียนไว้อีกว่า ลำโพงตัวนี้ก็สามารถใช้งานได้นานติดต่อกันประมาฯ 5 ชั่วโมงที่ความดังปกตินะครับ แล้วแอดมินก็ได้ทำการทดสอบมาแล้วจากการใช้งานจริง ชาร์จแบตจนเต็มเลย แล้วก็เปิดเพลงเร่งสุดเลย สามารถใช้งานได้ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง ก็ถือว่าใช้งานได้น้อยครับ แต่ปกติแล้วก็จะไม่ค่อยมีใครเร่งจนสุดเพราะว่ามันค่นอข้างดังเลยทีเดียวลำโพงตัวนี้ กำลังขับค่อนข้างเยอะ กำลังขับอยู่ที่ 60 wrms เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นมันก็ค่อนข้างที่จะกินแบตพอสมควร วิธีการแก้สำหรับคนที่ฟังในบ้าน เราก็แค่เสียบปลั๊กก็ใช้กันยาวๆ ไปเลย แต่เวลาออกไปปาร์ตี้ข้างนอกบ้านก็ใช้แบต ก็สามารถใช้กันได้ประมาณ 4 ชั่วโมงถ้าเร่งค่อ่นข้างดัง ก็ใช้ได้สบายๆ นะครับ สิ่งที่ให้มาในกล่องก็ไม่ได้มีอะไรมากเลย มีแค่สายไฟแล้วก็ adapter ที่เอาไว้ชาร์จแบตเตอร์รี่เท่านั้นเอง สายสัญญาณต่างๆ ไม่มีมาให้นะครับ ต้องไปหาซื้อเองถ้าใครจะใช้การเชื่อมต่อแบบ AUX 3.5 มม.

   ในส่วนของรูปแบบการดีไซน์ตัวเครื่องนั้นก็อย่างที่เห็นนะครับ เป็นลำโพงแบบทรงกลม แล้วก็มีขาตั้งอยู่ทางด้านหลัง ก็ตรงตัวนะครับ ลำโพงก็ต้องกลมๆ แบบนี้ ใครชอบก็สามารถไปมองๆ แล้วก็ขอทดสอบเปิดฟังกันจริงๆ ได้ตามร้านค้าชั่นนำทั่วไป มาดูกันที่ปุ่มการใช้งานต่างๆ ในตัวเครื่องกันบ้าง ก็จะมีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง ปุ่มกดรับโทรศัพท์ และก็ปุ่ม pair บลูทูธ มีแค่นี้เองสำหรับปุ่มการใช้งาน ด้านหลังก็จะมีพอร์ดเชื่อมต่อเป็นที่เสียบปลั๊ก แล้วก็ช่อง AUX input แล้วก็มีปุ่ม reset ค่าต่างๆ ในกรณีที่ตัวเครื่องมีปัญหา ก็เอาไว้สำหรับช่างที่ทำการเซอร์วิส แนะนำว่าไม่ต้องไปทำอะไรกันนะครับ สำหรับขนาดของตัวเครื่องนั้นถือว่าไม่ได้ใหญ่จนเกินไป มีขนาดทรงกลมที่มีรัศมีประมาณ 28 เซนติเมตร ความหนาก็ประมาณ 16 เซนติเมตร ก็ราวๆ 1 ไม้บรรทัดนะครับ คิดคร่าวๆ คาดคะเนกันว่ามันจะเหมาะกับเราหรือเปล่า ส่วนเรื่องของน้ำหนักตัวเครื่อง อยู่ที่ประมาณ 2.2 กก. ก็ถือว่ากำลังพอดีกับน้ำหนักที่พอจะพกพาได้แต่ก็ต้องบอกว่าพกพาไม่ค่อยสะดวกมากนัก อาจจะอุ้มใส่รถไปฟังได้ อะไรแบบนั้น แต่ตัวบอดี้นั้น ต้องบอกว่าไม่ได้เป็นลำโพงที่เน้นการพกพามากเท่าไหร่นัก ไม่เน้นเรื่องการสมบุกสมบัน ลุยๆ เท่าไหร่นัก คือเหมาะกับฟังในบ้านหรือนอกบ้านเท่านั้นเอง สำหรับในด้านตวเครื่องนั้น จะมีลำโพงแบบ twitter หรือว่าดอกลำโพงที่ให้เสียงแหลมนี่แหละนะครับ ขนาด 3.4 นิ้ว 2 ตัวด้วยกันอยู่ด้านใน แล้วก็มีดอกลำโพงแบบ woofer ขนาด 3 นิ้ว 2 ตัวด้วยกัน ที่ให้เสียงกลางและเสียงทุ้มนั้นเอง ก็แบ่งกำลังขับเป็นตัวละ 15 wrms นั้นเอง

   สำหรับบุคลิกของเสียงที่เปิดจากลำโพงบลูทูธตัวนี้ คือ จากการทดสอบการใช้งานของแอดมินมาประมาณสัก 1 เดือนเต็มๆ คือเปิดทุกๆ แนวเพลงกันเลยทีเดียว คิดว่าน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงแบบ อะครูสติกส์ ที่ฟังเบาๆ เบสนุ่มลึก แล้วเสียงกลางแหลมก็กระจ่าง ใส ไม่ได้ปาดหัว เหมือนเรากำลังนั่งอยู่ในบรรยากาศของสายลมยามเย็น ท่ามกลางธรรมชาติดีๆ อะไรแบบนั้น คือไม่ได้เน้นเรื่องของอารมณ์เพลงร็อค เพลงหนักหน่วง สักเท่าไหร่ เรื่องของราคาอยู่ที่ประมาณ ต่ำหมื่น ครับ ใครสนใจก็ลองไปหาทดสอบด้วยตัวเองกันดูได้

รีวิว E-BLUE Glowing PC Gaming Desk โต๊ะวางคอมพิวเตอร์ PC แบบมาตรฐาน สำหรับสายเกมส์มิ่ง

   มาเอาใจคนที่ชอบเล่นเกมส์กันบ้างดีกว่านะครับ ในครั้งนี้เว็บไซต์ 108plaza ก็มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์สำหรับคนที่ชอบเล่นเกมส์กับคอมพิวเตอร์ PC โดยเฉพาะเลย แน่นอนว่าองค์ประกอบหลักๆ ก็จะมีอะไรบ้าง อย่างเช่น คอมพวเตอร์ แน่นอนต้องมี เมาส์ดีๆ สักตัวหนึ่ง คีย์บอร์ดดีๆ สักตัวหนึ่ง หูฟัง หรือว่าเป็นชุดลำโพง และหน้าจอมอนิเตอร์แจ๋มๆ แต่คอเกมส์หลายคนต้องอย่าลืมไปนะครับว่า เราจะขาดสิ่งนี้ไม่ได้

   นี่คือ gadget อีกหนึ่งตัวที่ค่อนข้างจำเป็นกับการเล่นเกมส์อย่างมากเลย นั้นก็คือ โต๊ะวางคอมพิวเตอร์ PC นั้นเอง มีชื่อว่า E-Blue Glowing PC Gaming Desk นั้นเอง เป็นโต๊ะที่ทำขึ้นมาตามมาตรฐานสากลก็ว่าได้ หลายคนอาจจะคิดว่าโต๊ะวาง PC เอาโต๊ะแบบไหนก็ได้มั้ง ไม่ใช่ครับ เรื่องของขนาด เรื่องของความสูง เรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ต้องมี แล้วโต๊ะตัวนี้มีมาให้ครบเลย

   E-Blus Glowing ตัวนี้ถือว่าเป็นเจ้าแรกเลยนะครับ ที่ผลิตโต๊ะสำหรับวางคอมพิวเตอร์ PC เพื่อสำหรับ gaming โดยเฉพาะเลย ด้วยขนาดที่มาตรฐานสากลจะมีขนาดความยาวอยู่ที่ 1.2 เมตร ขนาดความสูงขาดพื้นอยู่ที่ 80 ซม. นี่คือโต๊ะตามมาตรฐานที่ทั่วโลกจะมีการจัดการแข่งขันเล่นเกมส์ต่างๆ อะไรก็ว่ากันไปจะมีโต๊ะขนาดแบบนี้ให้ ด้านข้างของโต๊ะ รอบๆ เลยน่าจะถูกใจคนชอบเกมส์ เพราะว่ามีไฟ LED อยู่รอบเลย ด้านซ้ายก็จะมีไฟที่เป็นชื่อแบรนด์ E-Blue แล้วก็ด้านขวาจะเป็นชื่อรุ่น ส่วนไฟนั้นก็จะสามารถเปลี่ยนสีได้ 2 สีด้วยกัน จะมีสีแดง แล้วก็สีน้ำเงิน แต่ก็จะมีสวิทย์ควบคุมสามารถปิดเปิดไฟได้ แล้วก็มีรีโมทที่คอยควบคุมไฟให้กระพริบตามจังหวะต่างๆ อยู่ด้วย จะกระพริบช้า กระพริบเร็ว ค่อยๆ บีมแล้วก็สว่างขึ้นลง เลือกโหมดต่างๆ จากรีโมทได้เลย รอบๆ ขอบโต๊ะเองก็จะมีขอบกั้นอยู่ด้วย ก็ทำให้เวลาที่กันของตกพื้นก็สามารถป้องกันได้ส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นเวลาที่ประกอบเรียบร้อยแล้ว จะมีสติกเกอร์แปะมาให้เป็นคล้ายๆ ตำแหน่งที่บอกว่าตรงนี้เราควรที่จะวางจอมอนิเตอร์นะ ตรงนี้เราควรจะวางเมาส์ วางคีย์บอร์ด วางหูฟัง แล้วก็จะมีรูให้ร้อยสายเมาส์ สายคีย์บอร์ดและก็สายหน้าจอมอนิเตอร์มาให้ด้วย แต่ก็มีข้อเสียหรือว่าจุดที่น่าติอยู่บ้าง ก็คือว่าตรงที่เจาะรูมาให้นั้น ตรงที่ร้อยสายเนี่ยนะครับ มันค่อนข้างที่จะรูเล็กไป เดี่ยวนี้สายต่างๆ มันค่อนข้างที่จะใหญ่ อย่างเช่น ถ้าเป็นสายถัก สายเมาส์ คีย์บอร์ด สายจอมอนิเตอร์ก็ตามแต่เนี่ยนะครับ มันค่อนข้างที่จะสายใหญ่ ตรงนี้อาจจะเข้าตรงรูที่เจาะเอาไว้ไม่ได้ทั้งหมดก็ได้ แล้วตรงสติ๊กเกอร์ที่บอกเอาไว้ว่าเป็นสติ๊กเกอร์ที่แปะเอาไว้บอกตำแหน่งต่างๆ นั้น บางทีมันอาจจะนูนขึ้นมารบกวนเวลาที่กำลังใช้เมาส์หรือว่านูนขึ้นมาจากแผ่นรองเมาส์อีกทีหนึ่งก็เป็นได้ ตรงนี้ก็คิดว่าไม่น่าจะแปะก็ได้ที่เป็นตัวสติ๊กเกอร์ถ้าใครที่ซื้อมาแล้ว แล้วก็ต้องประกอบเอง เพราะเราสามารถจัดการได้ว่าเราจะเอาอุปกรณ์ตัวไหนไว้ตรงไหนก้ได้ตามที่เราออกแบบและก็วางลงไปนะครับ

   ในส่วนถัดมาที่เพื่อนๆ เห็นในรูปอาจจะดูไม่ออกว่าส่วนของฐานหรือขาของโต๊ะนั้นเป็นวัสดุอะไร แต่แอดมินบอกได้เลยว่าในส่วนของของฐานนั้นทุกชิ้นเป็นเหล็กหมดเลย แน่นอนว่ามีความแข็งแรงแล้วก็มีเรื่องของการรับน้ำหนักได้ค่อนข้างที่จะเยอะ สามารถที่จะวางเคสคอมพิวเตอร์หนักๆ หรือว่าวางจอมอนิเตอร์หนักๆ ได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะต้องกลัวว่าโต๊ะจะรับน้ำหนักไม่ไหวหรืออย่างไรนะครับ ซึ่งในความคิดเห็นของแอดมินเอง ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่ยังใช้คอมพิวเตอร์ PC ที่เอาไว้ใช้เล่นเกมส์อยู่เหมือนกัน แล้วก็อัดสเปคของเคสเองเลย จัดเต็ม แต่งเอง D.I.Y. กันเองเลย ก็เห็นโต๊ะที่เอาไว้เล่นเกมส์แบบว่าดูดีมีสไตล์แบบนี้นะครับ ก็ต้องถือว่าถ้าเรามีเพื่อนๆ หรือใครที่ชอบเล่นเกมส์ด้วยกันเข้ามาเห็นโต๊ะนี้ มีไฟ LED กระพริบๆ อยู่รอบๆ โต๊ะแบบนี้ มันก็ทำให้ดูว่าเรากำลังเล่นเกมส์อยู่แน่นอนเลย อะไรแบบนี้นะครับ

   ก็คงคิดว่าคอ gaming หลายๆ ท่านน่าจะชอบ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้นะครับสำหรับเจ้าตัว E-Blue Glowing Gaming Desk ตัวนี้ โต๊ะสำหรับคนชอบเล่นเกมส์ว่ากันแบบนั้นแล้วกัน มีวางขายตามร้านค้าชั้นนำ หรือว่ามีตัวแทนในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับสำหรับ E-Blue ก็ลองๆ ไปหาซื้อหรือสอบถามราคากันได้

รีวิว HP Pavilion 15 Gaming Notebook โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ สเปคแรง

   ใครที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คสักเครื่องหนึ่ง ที่เอาไว้เล่นเกมส์โดยเฉพาะเลย เน้นที่สเปคแรงๆ หน้าจอใหญ่นิดหนึ่ง มีฟังก์ชั่นการใช้งานค่อนข้างครบ ในครั้งนี้เองทางเว็บไซต์ 108plaza ก็มีโน๊ตบุ๊คจากทาง HP อีกหนึ่งรุ่นที่เป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับเล่นเกมสืมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติกตามกันในครั้งนี้

   โน้ตบุ๊คที่ได้มารีวิวกันในครั้งนี้เป็นรุ่น HP Pavilion 15 เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่มีดีไซน์ก็อย่างที่เห็นในรูปตัวอย่างสินค้านะครับ ตามความคิดเห็นก็ของแอดมินเองก็บอกเลยว่าค่อนข้างสวยงาม ทีนี้มาดูดีไซน์ภายนอกกันก่อนเลยว่ามีฟังก์ชั่นอะไรให้ได้ใช้งานกันบ้าง เริ่มต้นด้วยพอร์ตเชื่อมต่อที่ให้มาในตัวเครื่องด้านขวาก่อนเลย ก็จะมี USB 2.0 1 port , HDMI 1 port, แล้วก็มีช่องระบายความร้อนอยู่ด้านข้างด้วย ส่วนด้านซ้าย ก็จะมี USB 3.0 2 port ช่องเสียบ card reader แล้วก็สามารถใช้เป็นเครื่องอ่านแผ่น ดีวีดี ซีดี ได้ด้วย แล้วก็มีช่องเสียบไฟ AC adapter ด้านล่างก็จะมีช่องระบายความร้อนต่างๆ ก็ถือว่าออกแบบมาได้ดีเลย ค่อนข้างแน่นหนา สามารถลุยๆ เล่นเกมส์กันแบบมันส์ๆ โหด ได้ดีเลยทีเดียวละ แอดมินเห็นเพื่อนๆ บางคนที่เล่นเกมส์แล้วจะชอบออกลีลาท่าทางต่างๆ กันค่อนข้างเยอะ บางทีโน๊ตบุ๊คที่อบบางอาจจะไม่ค่อยทนมือทันเท้าสักเท่าไหร่ แต่สำหรับ HP เครื่องนี้ถือว่าทนได้สบายนะครับ เมื่อเปิดฝาพับหน้าจอขึ้นมา จะเห็นว่าดีไซน์ของ HP รุ่นนี้จะออกแบบเป็นทูโทนคือสีดำ-เขียว เมื่อกดปุ่มเพาเวอร์ก็จะมีไฟสีเขียวที่ปุ่มตรงแป้นคีย์บอร์ดด้วย ดีไซน์ค่อนข้างเหมาะเลย เมื่อเปิดมาก็จะเห็นสติ๊กเกอร์บอกสเปคไว้ว่า เป็น intel core i7 generation 6700HQ สำหรับตัวการ์ดจอนั้นก็จะเป็น Nvidia gefroce GTX 950M ถ้าถามว่าการ์ดจอตัว ซี่รี่ย์ที่ขึ้นต้นด้วยเลข 9 นี่เป็นอย่างไร ในความคิดของแอดมินเคยรู้จักกับตัวการ์ดจอที่แรงกว่านี้ยังมีอยู่ แต่ไม่ใช่รุ่นนี้ แต่ถามว่าตัวซีรี่ย์ 950 แรงไหม ตอบเลยว่าแรง แต่แรงในระดับกลางๆ นะครับ ถือว่ายังไม่ที่สุดก็แล้วกัน ในส่วนของ RAM นั้นให้มาที่ 8 GB หน่วยความจำในตัวเครื่องนั้นให้มาที่ 1 TB แล้วก็มีหน่วยความจำแบบ SSD ให้มาด้วย แต่ในความคิดเห็นของแอดมินตรงนี้ก็คิดว่าตัว SSD น่าจะเหมาะกับการที่จะเอาไว้ boots ตัวเครื่องให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากกว่า ไม่เหมาะที่จะเอาไว้เก็บข้อมูลที่มากนัก ก็จะทำให้สเปคนั้นทำงานได้เต็มที่มากขึ้น ส่วนของขนาดหน้าจอนั้นก็ให้มาที่ 15 นิ้วตามชื่อรุ่นที่เรียกว่า Pavilion 15 นั้นเอง ความละเอียดของหน้าจอก็เป็นแบบ IPS ความคมชัดระดับ Full HD ด้วย สีสันของหน้าจอนั้นต้องบอกเลยว่าค่อนข้างประทับใจ เพราะจอเป็นแบบ IPS ที่ทำมาได้ดีเลยทีเดียว สีสันในการเล่นเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ก็จะมีดูเหมือนว่าจะแสดงผลออกมาได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติดีมากเลย แล้วก็ทำให้มิติของภาพนั้นไหลลื่นด้วย

   ถัดมาในส่วนของการทดสอบเล่นเกมส์ จริงๆ แล้วแอดมินและทีมงาน 108plaza ของเราได้โน๊ตบุ๊ค HP Pavilion 15 เครื่องนี้มาทำการทดสอบกันในส่วนของการใช้งานในหลายๆ ด้านมาแล้วสักระยะหนึ่ง ก็นานพอสมควร ประมาณสัก 2 สัปดาห์ก่อนที่จะมาเขียนรีวิวนะครับเพื่อนๆ จุดเด่นสำหรับคนที่ชอบเล่นเกมส์ฟุตบอลอย่าง fifa เนี่ยบอกเลยเล่นสนุกครับ เพราะแอดมินเองและทีมงานเล่นกันทุกวันเลยหลังจากที่ได้เครื่องมา ข้อดีที่ตรวจพบนั้น อย่างแรกเลย เรื่องของจอภาพ แสดงสีสันได้ไหลลื่น ไม่มีกระพริบหรือหน่วงเลยทีเดียว อย่างต่อมาคือเฟรมเลดค่อนข้างตอบสนองกับการปรับกราฟฟิกของภาพในเกมส์นั้นได้ดีเลยทีเดียว อย่างต่อมา เรื่องของเสียงลำโพงที่ได้จากตัวเครื่องเองนั้น เราไม่ได้เชื่อมต่อลำโพงข้างนอกหรือลำโพงบลูทูธแต่อย่างใดนะครับ เน้นที่ตัวลำโพงที่ตัวเครื่องเลย ก็พบว่ามีเสียงที่ค่อนข้างจะดังดีเลย มิติของเสียงอาจจะไม่สนุกเท่ากับลำโพงข้างนอกสักเท่าไหร่ เพราะจะขาดมิติของเสียบเบสไปบ้าง แต่ถือว่าเล่นเกมส์อื่นๆ ที่ไม่ใช่เกมส์ fifa ก็ได้ทุกเกมส์เลย เกมส์ออนไลน์ในประเทศไทยทุกเกมส์แอดมินว่าเล่นได้หมดไม่มีปัญหาอะไรนะครับ

   ก็ต้องถือว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ 108plaza นำมารีวิวกันในตอนนี้เนี่ย เป็น Notebook gaming อีกเครื่องหนึ่งที่เอามาเล่นเกมส์ได้อย่างดีเลยทีเดียว แต่ก็สามารถที่จะใช้งานในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นงานตัดต่อหรืองานกราฟฟิกต่างๆ ได้ด้วย ส่วนของการใช้งานทั่วไปก็สบายมากอยู่แล้ว คือครบครันอเนกประสงค์กันเลยทีเดียว สำหรับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ก็เปิดตัวกันมานานแล้วก็คิดว่าน่าจะมีวางขายกันในร้านไอทีทั่วไปแล้วนะครับ

ReviewApp Gobike แอปพลีเคชั่นใหม่ล่าสุดจากรัฐบาล เรียกวินมอเตอร์ไซต์ผ่านแอป

   หลังจากที่มีข่าวดังในช่วงเดือนที่ผ่านมาว่า มีนักศึกษาในสถาบันแห่งหนึ่ง เผยแพร่คลิปที่วินมอเตอร์ไซต์หน้าหอพักมีเรื่องกับวินมอเตอร์ไซต์เอกชนที่นำรถป้ายดำมาวิ่งรับลูกค้า ที่เป็นบริการเรียกวินมอเตอร์ไซน์ผ่านแอปพลีเคชั่น จากข่าวนี้หลายคนก็คงจะทราบกันดีว่าช่วงที่ผ่านมาว่าทางเจ้าหน้าที่เอง ภาครัฐเอง ก็มีการสั่งปิดแอปพลีเคชั่นที่เปิดให้บริการเรียกวินมอเตอร์ไซต์ผ่านแอปของทางเอกชนไป ต้องบอกว่าผ่านมา ณ ตอนนี้ เป็นเวลาเพียงไม่นานสำหรับข่าวที่เผยแพร่ออกไป แล้วก็สั่งปิดแอปวินป้ายดำให้หยุดให้บริกาประชาชนไป ล่าสุดครับ มีแอปพลีเคชั่นใหม่ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เราจะมารีวิวกันในครั้งนี้ เป็นการเปิดให้บริการเรียกวินมอเตอร์ไซต์ผ่านแอปพลีเคชั่นจากรัฐบาลครับ เป็นวินมอเตอร์ไซต์ที่อยู่ในสังกัดกรมขนส่งทางบกหรือว่าวินมอเตอร์ไซต์ป้ายเหลือง ป้ายสาธารณะที่อยู่ในระบบของรัฐบาล มีเสื้อวินเรียบร้อย มีรถมอเตอร์ไซต์ถูกกฎหมาย แล้วแอปนี้จะมีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วมันจะใช้งานได้ดีหรือไม่ เรามารีวิวพร้อมกับการวิเคราะหักันสิครับว่า มันดีหรือไม่ดี ที่รัฐบาลออกมาทำแบบนี้ แล้วบริษัทเอกชนที่ถูกสั่งปิดไป จะทำอย่างไรต่อไป

   ต้องบอกว่า Gobike เป็นแอปพลีเคชั่นน้องใหม่ล่าสุดครับ ที่สามารถดาวน์โหลดได่บน IOS แล้วก็ Android แล้วในตอนนี้ โดยอย่างที่รู้กันดีว่า แอปพลีเคชั่นนี้เป็นแอปที่สามารถเรียกวินมอเตอร์ไซต์แบบที่อยู่ในระบบ มีเสื้อวิน มีรถที่จดทะเบียนกับทางภาครัฐ อะไรแบบนี้นะครับ ลักษณะการทำงานของแอปพลีเคชั่นนี้คือ ก็จะคล้ายๆ กับแอปพลีเคชั่นของเอกชนก 2 ค่ายที่พึ่งโดนปิดตัวไป แต่เราก็คงไม่เอ่ยถึงชื่อแอปนั้นแล้วนะครับ คือในตัวแอปเนี่ยเราสามารถที่จะเลือกบอกตำแหน่งที่เราอยู่แล้วก็สามารถเลือกบอกตำแหน่งที่จะให้ไปส่งได้ โดยเมื่อเราเลือกจุดไปรับไปส่งแล้วเรียบร้อย ตัวแอปเองจะประเมินราคาในเส้นทางนั้นๆ ที่เราระบุไป จากนั้นตัวแอปเองก็จะคิดราคามาให้เรา โดยราคาจะเป็นไปตามที่กรมขนส่งทางบกได้กำหนดไว้ด้วย โดยค่าโดยสารเนี่ยนะครับ จะเริ่มต้นอยู่ที่ 20 บาท แล้วค่าโดยสารตามเส้นทางจะกำหนดอยู่ที่ 2 กิโลเมตรแรก อัตรค่าโดยสารจะต้องไม่เกิน 25 บาท ในกิโลเมตรต่อไป แต่ไม่เกิน 5 กิโลเมตร จะคิดอัตราที่ไม่เกิน 5 บาท แล้วจากนั้นถ้าไกลไปกว่านั้น ตัวแอปเองก็จะประเมินขึ้นไปเรื่อยๆ ตามราคาที่ภาครัฐเองได้กำหนดเอาไว้นะครับ โดยทางผู้ที่เปิดตัวแอปนี้ขึ้นมา ก็คือทางภาครัฐเองเนี่ย ก็บอกเอาไว้ว่า สาเหตุที่ต้องเปิดแอปตัวนี้ขึ้นมาแทนแอปของเอกชนทั้ง 2 รายที่ถูกปิดตัวไปนั้น ก็เพราะว่า สาเหตุแรกในเรื่องของความปลอดภัย สาเหตุ่ต่อมาก็คือเรื่องของการโกงค่าวิน โกงค่าโดยสาร โกงค่าเสื้อวิน แล้วก็เหตุผลต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการนั้นเองครับ ก็บางทีถ้าเรามีราคาอยู่ในแอปแล้ว แต่ทางวินมอเตอร์ไซต์เรียกเก็บเพิ่มหรือเก็บแพงในเวลาเร่งด่วน อะไรแบบนี้ ผู้ที่เรียกใช้แอปตัวนี้ก้จะสามารถอ้างอิงได้เลยว่าในแอปมันราคาเท่านี้เอง ก็จะอ้างอิ้งตรงนี้ได้ รวมไปถึงเรื่องของตัววินมอเตอร์ไซต์เองก็จะสามารถระบุตัวตนได้จากฐานข้อมูลที่อยู่กับทางภาครัฐ เมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นมาทางเจ้าหน้าที่เองก็จะสามารถเช็คข้อมูลได้ด้วยนั้นเอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทางภาครัฐได้บอกเอาไว้ว่า เหตุที่ต้องเปิดเองนั้นก็เพราะเหตุนี้นะครับ

   สำหรับการใช้บริการนั้นสามารถดาวน์โหลได้ฟรี และเมื่อเราเรียกใช้บริการแล้ว เราก็จะสามารถจ่ายเงินสดได้ทันทีกับทางพี่วินมอเตอร์ไซต์เลย ซึ่งในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถือว่าเป็นช่วงทดลอง แต่พอเข้าเดือนมิถุนายน ตอนนี้เป็นช่วงที่เปิดให้บริการจริงๆ แล้ว ตอนนี้เองมีคนที่ลงทะเบียนมาขอใช้บริการแล้วประมาณ 1 แสนคนนะครับ

   

   สำหรับการรีวิวแอปพลีเคชั่นที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้เลยนะครับ ทางทีมงานก็ได้ทดสอบดาวน์โหลดมาใช้งานแล้ว แต่ยังไม่ได้เรียกใช้บริการจริงๆ แต่บางพื้นที่ที่เราอยู่อาจจะไกลเขตการให้บริการไปสักหน่อย ตัวแอปเลยขึ้นว่าบอกว่ายังไม่มีการให้บริการในเขตพื้นที่นี้ อะไรแบบนั้นนะครับ แต่พอเราไปลองใช้งานในเขตอ่อนนุช หรือว่าสุขุมวิท ดูแล้ว ก็มีให้เรียกใช้บริการกันแล้ว แต่อย่างไรก็ดี ความคิดเห็นส่วนตัว การผูดขาดตลาดแบบนี้มันก็ไม่ดีต่อผู้บริโภคอย่างเราแน่นอน เพราะไม่มีสิทธิเลือกสิ่งที่ราคาถูกกว่าแล้วก็ดีกว่า อะไรแบบนั้นนะครับ

อัพเดท gadget สุดล้ำประจำเดือน มิถุนายน 2016


   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบเรื่องของ gadget สินค้าอินเทรนด์ใหม่ๆ เทคโนโลยีล้ำๆ นำสมัย ต้องห้ามพลาดที่จะมาอัพเดททุกๆ ความเคลื่อนไหวในวงการไอทีกับเรา 108plaza ซึ่งเราจะมีการรีวิวนวัตกรรมต่างๆ รวมไปถึงข่าวสารใหม่ๆ ที่เป็นสินค้าค้าล้ำ แล้วในครั้งนี้เอง ทีมงานก็ได้ไปคัดสรรมาแล้วว่า gadget ที่จะมานำเสนอในครั้งนี้ เป็นสินค้าสุดล้ำประจำเดือน มิถุนายน 2016 นี้แน่นอน จะเป็นอะไรนั้น ไปดูกันเลย

   Gadget แรกเลยในวันนี้นะครับ ใครที่เบื่อกับการใช้อินเตอร์เน็ตที่บ้านแล้ว สัญญาณไม่ดี หลุดบ่อย หรือว่าเลาท์เตอร์ต้องทำการรีเซ็ทบ่อยๆ ทำอย่างไงครับ สิ่งที่ทำได้คือ ต้องเดินไปปิด แล้วก็ทิ้งไว้สักประมาณ 5 วินาที แล้วก็เปิดใหม่ อะไรแบบนี้ ก็ทำกันบ่อย แต่สินค้าสุดล้ำที่นำมารีวิวกันแบบคร่าวๆ ในครั้งนี้คือ ResetPlug ตัวที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปด้านบนนี้แหละนะครับ หลักการทำงานของปลั๊กตัวนี้คือ ตัวปลั๊กตัวนี้มันจะตรวจจับสัญญาณอินเตอร์เน็ตของเราอยู่ตลอดเวลาครับ พอมันรู้ว่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตของเรานั้นมีปัญหา สัญญาณไม่มา สัญญาณไม่เสถียร ปลั๊กตัวนี้จะทำงานอัตโนมัติ จะรีบูทตัวเองโดยการตัดกระแสไฟเข้าที่เลาท์เตอร์แล้วก็ปล่อยกระแสไฟเข้าอีกครั้งหนึ่ง เหมือนกับว่าเราไม่ต้องไปปิดและเปิดเลาท์เตอร์เองอีกแล้วนั้นเองนะครับ ตัว ResrtPlug ตัวนี้มีขายแล้วในเว็บไซต์ของเค้าเองเท่านั้น ราคาก็น่าสนใจเลยทีเดียวครับ ราคาอยู่ที่ 59.99 เหรียญ เลยทีเดียว บางคนบอก แพงไปหรือเปล่า แพงแบบนี้เดินไปปิดแล้วเปิดเองง่ายกว่าไหม อะไรแบบนั้นนะครับ แต่อย่างไรแล้วเราก็คัดมาแล้วว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีสุดล้ำประจำเดือน มิถุนายนนี้นะครับ

   Gadget ต่อมาครับ สำหรับผู้ที่พัฒนาเรื่องของ smart watch เองในตอนนี้เลงเห็นถึงปัญหาของการใช้งานแบบในปัจจุบันนี้ คือหน้าจอบนนาฬิกาเนี่ยจอมันเล็กใช่ไหมละครับ ทำให้การแตะ การกด การใช้งานบนหน้าจอเล็กๆ เนี่ยมันใช้งานยาก ทางนักพัฒนาเนี่ยก็เลยคิดว่า เราเปลี่ยนจากการแตะที่หน้าจอ มาเป็นการ skin track แทนได้ไหม คือแตะที่แขนเรานี่แหละ แล้วก็สามารถสั่งการได้แบบที่ไม่ต้องกลัวว่าหน้าจอจะเล็กไป อะไรแบบนั้นนะครับ ซึ่งนวัตกรรมชิ้นนี้ก็จะทำขึ้นมาในแบบที่ว่า เราจะใช้การสวมใส่ smart watch แบบปกติในแขนข้างหนึ่ง แต่ในแขนอีกข้างหนึ่งจะต้องใส่อุปกรณ์อีกหนึ่งชิ้นเล็กๆ ที่เรียกว่าวงแหวนอัจฉริยะ ที่จะคอยสร้างกระแสแม่เหล็กไฟฟ้าที่เป็นคลื่นความถี่ต่ำ ที่ไม่เป็นอันครายต่อร่างกายมนุษย์ด้วยเนี่ยนะครับ เพื่อเป็นการตรวจจับสัญญาณและการเคลื่อนไหว จากนั้นตัวเซนเซอร์ที่ว่านี้ก็จะส่งมาที่นิ้วแล้วก็สามารถแตะไปที่แขนหรือหลังมือ ซึ่งในการสร้างนวัตกรรมแบบนี้นะครับ ก็คือจะเอามาแก้ปัญหาเรื่องของการทำแป้นคีย์บอร์ดที่มันก็ยากต่อการใช้งานได้ที่ยังใช้งานได้ไม่ดีพอนั้นเองนะครับ ซึ่งถามว่าตอนนี้นวัตกรรมแบบนี้ ทางผู้ผลิตหลายๆ บริษัทสามารถผลิต smart watch แบบนี้มาใช้งานได้จริงหรือยัง คำตอบคือ ยังนะครับ ถือว่าเป็นโครงการ startup ที่ตอนนี้มีนักพัฒนาหลายๆ บริษัทไอทีนำไปทดลองอยู่นั้นเอง แต่คาดว่าในอีกไม่นานนี้ ก็คงจะได้เห็นนาฬิกาอัจฉริยะในแบบที่ว่าเราสามารถแตะได้ทุกพื้นที่ตรงแขนเราได้นะครับ ก็ถือว่าเป็ฯอีกหนึ่ง gadget สุดล้ำที่เราต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีบริษัทไหนที่ผลิตขึ้นมาแล้วสามารถทำในเชิงพาณิชย์ได้ก่อนใครเพื่อนนะครับ

   สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ในชิ้นที่ 3 ที่จะมาอัพเดทกันในเดือนมิถุนายนนี้ ดูเหมือนว่าจะใกล้ความจริงมากที่สุดในบรรดาสิ้นค้าไอทีทั้ง 3 ชิ้นที่เราหยิบมานำเสนอกันในครั้งนี้นะครบ นี่เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงของค่าย asus นั้นก้คือ zenfon 3 นั้นเองนะครับ เป็นเวลาเกือบปีแล้วนะครับที่ zenfon 2 ได้เปิดตัวไปแล้ว แต่ล่าสุดครับ ก็มีข่าวจาก asus เองว่าในวันที่ 30 มิถุนายน 2016 นี้จะมีการแถลงข่าวขึ้นมา ก็คาดว่าน่าจะเป็นการเปิดตัว zenfon 3 ตามที่สื่อในวงการไอทีได้คาดการณ์เอาไว้นะครับ ซึ่งตามข่าวที่หลุดอกมานั้น ก็ยังบอกอีกด้วยว่า asus เองเตรียมที่จะเปิดตัวฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาจากทาง asus เองด้วย แล้วก็มีอีกหลายๆ ความตื่นเต้นที่จะมาพร้อมกับ zenfon 3 นี้ อย่างเช่น บอดี้ทั้งเครื่องจะเป็นอลูมิเนียม แล้วก็จะมาพร้อมกับขนาดจอ 5.5 นิ้ว แล้วก็ตัวที่พรีเมี่ยมขึ้นไปอีก จะมาพร้อมกับหน้าจอ 5.9 นิ้ว แล้วก็จะมาพร้อมกับปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหน้าตัวเครื่อง แล้วก็จะมาพร้อมกับแรม 3 จิกกะไบท์ ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้เยอะและตื่นเต้นนะครับ เพราะค่ายอื่นไปถึง 6 จิกกะไบท์กันแล้ว กล้องหน้าจะมาพร้อมกับไฟแฟลดซ์ LED ด้วย แล้วก็ใช้เป็นพอร์ดการเชื่อมต่อแบบ USB Type C แล้วก็จะมาพร้อมกับ Android 6.0 ด้วยนะครับ แล้วนี่ก็คือ 3 gadget สุดล้ำประจำเดือนมิถุนายน 2016 นี้ครับ ในเดือนหน้าจะมีอะไรมาอัพเดทกันอีกนั้น ต้องห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงนะครับ

Preview Xiaomi Mi Drone เครื่องบินบังคับติดกล้องจากจีนเปิดตัวแล้ว

                       108plaza ของเรานำเอาอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์แบบ โดนๆ มาฝากเพื่อนๆ กันครับ เพราะในครั้งนี้เรามี Drone ตัวใหม่ล่าสุดเลย บินตรงจากประเทศจีนกันเลยทีเดียวครับ หลังจากที่สือไอทีต่างๆ ได้มีการพูดถึงการเปิดตัวของ xiaomi มานานแล้วในเรื่องของการเปิดตัว drone ของค่ายนี้ ก็พูดและลือกนไปหนาหูมากเลย แต่ในที่สุดก็เป็นจริงครับ เดี่ยวเรามาดูรายละเอียดของตัว Mi Drone ตัวนี้กันก่อนใครเลยดีกว่าครับ

                  หลังจากเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2016 ที่ผ่านมานี้ ทางค่าย Xiaomi ก็ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Mi Drone ตัวที่เพื่อนๆ เห็นกันในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี่แหละครับ เรียกว่าตอนนี้ยังไม่ได้เข้ามาเมืองไทยอย่างเป็นทางการ แต่เราก็นำเอารูปมาพรีวิวให้เพื่อนๆ เห็นกันก่อนใคร แล้วก็มาเล่าถึงความสามารถของ โดรน ตัวนี้กันแบบคร่าวๆ เรียกว่าเป็นการพรีวิวก่อนที่เราจะได้มีโอกาสได้รีวิวตัวจริงกัน ถ้าเมื่อไหร่ที่ โดรน ตัวนี้เข้ามาบ้านเรานั้นเองครับ

                  หลังจากที่เวลา 1 ทุ่มตรงตามเวลาที่ประเทศจีนเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจาก Xiaomi โดยเปิดตัว โดรนที่มีชื่อว่า Mi Drone อย่างที่บอกไปแล้ว ซึ่งความสามารถของโดรนที่ว่านี้จะถ่ายภาพได้ในความละเอียดแบบสูงสุดที่ระดับ 4K ในเฟรมเลดที่ 30 เฟรมเลดต่อวินาที แต่ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น ในกลุ่มคนไอทีจากประเทศจีนก็บอกเอาไว้ว่า ไม่แน่นะ โดรน จากทาง mi ตัวนี้ จะสามารถใช้ร่วมกับตัว mi band ในการควบคุม โดรน ตัวนี้ รวมไปถึงใช้ท่าทางที่มือหรือแขนของเรานี่แหละครับ ในการควบคุม โดรน ตัวนี้ให้บินไปตามที่เราสั่งการ แทนที่จะใช้รีโมทคอนโทรนเหมือนกับใน โดรน ทั่วๆ ไป แต่ที่ชัดเจนที่สุดแล้วในการเปิดตัวนั้น การควบคุม โดรน ตัวนี้จะใช้ในเรื่องของการควบคุม โดรน ผ่านทาง แอปพลีเคชั่น ของ xiaomi เองผ่านตัวสมาร์ทโฟนได้ แล้วที่เหนือไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ที่เป็นข่าวลือ ที่ xiaomi เองได้ปล่อยคลิปวีดีโอ เกี่ยวกับการเปิดตัว โดรน รุ่นนี้ออกมา ก็มีรูปเป็นคอปเตอร์ไม้ไผ่ที่คล้ายๆ ในการ์ตูน โดเรมอน ซึ่งก็ทำให้คนไอทีต่างก็คาดเดาไปว่า xiaomi เองนั้น น่าจะมีของเล่นอะไรใหม่ๆ ที่จะมาใช้งานร่วมกับ โดรน รุ่นนี้อีกหรือไม่ เพราะในงานเปิดตัวนั้นยังไม่มีการเผยออกมา ก็คาดว่าจะต้องรอการวางจำหน่ายจริงๆ อีกครั้งหนึ่งนะครับ

   เริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมละครับเพื่อนๆ เมื่อเริ่มน่าสนใจแล้ว ลองคาดเดากันสิว่า เรื่องของราคาค่าตัว xiaomi mi drone ที่จะออกมาวางขายอย่างเป็นทางการในอีกไม่นานนี้เนี่ย จะราคาเท่าไหร่ แต่ไม่ต้องคาดเดากันแล้วครับ เพราะ xiaomi เองก็เปิดตัวราคามาแล้วคร่าวๆ จะอยู่ที่ราคา 3,999 หยวน ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็บอกเลยว่า แพงมากๆ ราคาเงินไทยนั้นอยู่ราวๆ 2 หมื่นกว่าบาทเลยทีเดียวครับ ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า ในเทรนด์ของปี 2016 นี้ gadget ที่คิดว่าจะมาแรงแซงทางโค้งไปเลย นอกจากจะนิยมเรื่องสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ กันแล้ว อีกหลายๆ สิ่งที่จะตามมานั้นก็คือ Drone เทรนด์มาแรงแน่ๆ ปีนี้ แล้วก็มีอีกนะครับ แว่น VR ที่เราเลยรีวิวกันไปในหลายๆ แบรนด์ชั้นนำ ก็ต้องบอกว่ามีอีกหลายๆ บริษัทที่กำลังซุ่มพัฒนาและเตรียมที่จะเปิดตัวมาอีกในเร็วๆ นี้อีกเพียบเลย แล้วจากนั้นก็เป็นเรื่องของ chatboard ก็มาแน่ๆ ในปีนี้เช่นเดียวกัน ก็เป็น 4 gadget ที่น่าจับตามองมากเลยในปีนี้ เพราะอย่างที่เราเคยรีวิว drone แบรนด์อื่นๆ ไปนั้น เรื่องของความสามารถก็มีมาครบเลย ในหลายๆ รุ่น ทั้งตัวที่รองรับ 4k ได้และสามารถบังคับผ่านสมาร์ทโฟนได้ มีระบบติดตามตัวได้ แต่ราคาก็ค่อนข้างแพง แต่อย่างไรแล้ว ต้องรอการเข้ามาทำตลาดกันในบ้านเราให้แน่ชัดเมื่อไหร่ สำหรับ xiaomi mi drone ตัวนี้ เราจะสัญญาว่าจะเอาสินค้าจริงๆ มาทำการีวิวพร้อมทั้งให้เพื่อนๆ นั้นได้อัพเดทกันอย่างต่อเนื่องแน่ๆ เลยนะครับ

   สำหรับใครที่มี gadget สินค้าอินเทรนด์อย่าง mi band ตัวนี้ไว้แล้ว ถ้าเมื่อไหร่ที่ mi drone เข้ามาแล้ว ก็อย่าลืมไปสอยมาทดลองใช้งานกันนะครับ สำหรับครั้งหน้าเราจะมีอะไรมาให้ทุกท่านได้อ่านกันอีกนั้น ต้องคอยติดตามกันเอาไว้ให้ดีครับ เพราะทางเว็บไซต์ของเรามีสินค้าเด็ดๆ ของพรีเมี่ยมหรูๆ มาริวิวให้ทุกท่านได้อ่านกันอย่างแน่นอน