Category Archives: ลำโพงบลูทูธ

รีวิว MIFA F5 ลำโพงบลูทูธขนาดเล็กพกพาง่าย แนวเสียงจัดจ้าน เน้นมันส์ เน้นเบส

 

   สำหรับท่านไหนที่กำลังมองหาลำโพงพกพาที่มีแบตเตอร์รี่ในตัว สามารถพกติดตัวไปฟังเพลงข้างนอกบ้านได้ หรือ หยิบจับไปฟังเพลงส่วนใดขงบ้านท่านแบบไม่ลำบาก ในตอนนี้ 108plaza ของเราก็มีมารีวิวถึงรายละเอียดแบบเจาะลึกกันอีกหนึ่งตัว มีชื่อว่า MIFA F5 จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานอะไรบ้าง คุณสมบัติเด่นๆ อย่างไร และที่สำคัญแนวเสียงเป็นแบบไหน น่าสนใจหรือไม่และเหมาะกับคนชอบฟังเพลงแบบไหน ได้รู้กันที่นี่แน่นอน

      สำหรับแบรนด์ MIFA นั้นมีการออกแบบ ดีไซน์เรื่องของเสียงมาจากทางฝั่งประเทศเยอรมัน และสั่งผลิตที่ประเทศจีน ก็มีเปิดตัวมาให้เลือกใช้กันในบ้านเรา 5 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีฟ้า สีดำ และสีเขียวทหาร ชอบสีไหนก็ลองไปมองๆ หากันได้ ในส่วนถัดมา เรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีรองรับแน่นอนก็คือ บลูทูธ เชื่อมต่อแบบไร้สายได้ ก็ถือว่าเป็นลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งตัว ที่อัดแน่นมาด้วยชิฟเสียงชื่อดังที่ติดหูกันดีอย่าง Max Audio ก็ให้มาในรุ่นนี้ด้วย ภายในก็ให้วงจรภาคขยายหรือเพาเวอร์แอมป์แบบ คราส D ซึ่งเป็นวงจรที่กินไฟน้อย แต่ให้ขับเสียงได้ดัง ส่วนภายในกล่องของลำโพงรุ่นนี้ที่ให้มาเป็นอุปกรณ์เสริม ก็จะมีอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกเป็นสายชาร์จแบบ micro usb เอาไว้ชาร์จแบตเตอร์รี่ตัวลำโพง แต่ไม่มีหัวชาร์จมาให้ สามารถใช้ร่วมกับหัวชาร์จมือถือได้ อีกหนึ่งส่วนก็คือ สายแจ็ค aux input 3.5 mm. มาให้ 1 เส้น ความยาวประมาณ 1 ฟุต เอาไว้เสียบเชื่อมต่อกับลำโพงได้ในกรณีที่ไม่อยากเชื่อมต่อแบบไร้สาย สามารถเอาไว้ใช้ได้ นอกจากนั้นก็จะมีคู่มือการใช้งานพร้อมกับใบรับประกัน

   สำหรับตัวลำโพงบลูทูธเองนั้น จะเป็นรูปทรงแบบทรงกระบอกอันเล็กๆ จับถือง่ายเลยทีเดียว ภายในตัวลำโพงเอง จะให้รูปแบบเสียงสเตอริโอ แยกเสียงอิสระซ้าย-ขวา พร้อมกับกำลังขับข้างละ 3wrms รวมทั้งตัวลำโพงก็จะเป็น 6wrms ภายในตัวลำโพงเอง จะมีดอกลำโพงแบบ Full range ที่ให้เสียงครบทุกย่านเสียงต่ำ กลาง สูง ขนาด 1.5 นิ้ว จำนวน 2 ตัว แยกฝั่งกันอยู่ด้านซ้ายและขวา ส่วนด้านหลังของตัวลำโพง ก็จะมีต่อช่วยเพิ่มมิติเสียงเบสที่เรียกว่า passive radiator จำนวน 1 ตัว แต่จุดเด่นที่ตัวลำโพงรุ่นนี้มีมาให้ก็จะมีหูหิ้ว ที่เป็นหูหิ้วที่เป็นเหล็กอย่างดีเลย ดูแข็งแรง สามารถที่จะเอาไว้คล้องกับที่ต่างๆ หรือคล้องกับกระเป๋าเดินทางไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ได้ด้วย ด้านหัวและด้านท้ายของตัวลำโพงก็จะเป็นยางกันลื่นหรือลัฟเบอร์อย่างดีเลย บอดี้ของตัวลำโพงเองก็จะเป็นโลหะขึ้นรูปด้วยเช่นกัน โดยรวมแล้วเป็นลำโพงที่ดูแข็งแรงทนทาน สามารถพกพาไปลุยๆ ได้

   ในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานที่เพิ่มขึ้นมาจาก บลูทูธ และ aux 3.5 แล้ว ก็ยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่ครบครัน ได้แก่ รองรับ micro sd card ด้วย สามารถดาวน์โหลดเพลงไปใส่ไว้ในเมมโมรี่ พร้อมรองรับไฟล์เพลงแบบ HiRes ได้ด้วย คือเป็นไฟล์เพลงคุณภาพสูงก็เปิดได้ รองรับความจุได้สูงสุดที่ 32 GB พร้อมกับฟังก์ชั่นถัดมา สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ด้วย มีไมค์โครโฟนติดาให้ ซึ่งแอดมินเองก็ทดสอบใช้งานในโหมดนี้ดูแล้ว ก็พบว่าสามารถใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหาอะไร เสียงพูดคุยก็ได้ยินชัดเจนทั้งต้นสายและปลายสาย ที่ตัวลำโพงเองก็จะมีปุ่มการใช้งานต่างๆ ให้มาครบ ตั้งแต่ปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเลือกโหมด ปุ่มกด pair บลูทูธและกดรับสายเรียกเข้าในปุ่มเดียวกัน ปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียง และปุ่มเลื่อนเพลง พร้อมีไฟแจ้งเตือนแบตเตอร์รี่บอกด้วย ความจุแบตที่ให้มา 1,200 mAh สามารถใช้งานได้ยาวต่อเนื่อง 8-10 ชั่วโมง เป็นแบตแบบลิโพ การชาร์จแบตก็ใช้เวลาชาร์จประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็จะเต็ม

   อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ต้องรีวิวกันในลำโพงบลูทูธ MIFA F5 ตัวนี้ก็คงเป็นเรื่องของแนวเสียงนั่นเอง ก็ต้องยอมรับกันว่าใครที่ชอบฟังเพลงแนวร็อค มันส์ๆ จังหวะกลองรัวๆ เร็วๆ ลำโพงรุ่นนี้ถือว่าความไวในการขับเสียงนั้นสอดรับได้ดี ฟังเพลงแนว EDM ที่มีเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เยอะๆ ก็ตอบโจทย์ดีเช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องของราคาอยู่ที่ 1,7xx บาท ก็ลองไปมองๆ หากันได้ในงบที่ไม่ได้แพงเกินไป

รีวิว JBL Micro Wireless ลำโพงบลูทูธจากแบรนด์ดังเสียงจะเป็นอย่างไร ความรู้สึก

 

   108plaza ในตอนนี้ก็มีอีกหนึ่ง gadget จากแบรนด์ดังอย่าง JBL ถ้าเอ่ยถึงชื่อแบรนด์นี้แล้วละก็ ก็คงต้องนึกถึงเรื่องของคุณภาพเสียง ลำโพงดีๆ กับประสบการณ์ของแบรนด์ที่ยาวนานพอสมควร แต่ในตอนนี้แอดมินนำเอาลำโพงบลูทูธ หรือ ลำโพงพกพาขนาดเล็ก มีแบตเตอร์รี่ในตัว สามารถเอาไปฟังเพลงตามที่ต่างๆ ได้ตามใจชอบ จะเป็นรุ่นไหนอย่างไรนั้นไปดูกัน

   นี่คือลำโพงที่มีชื่อรุ่นว่า JBL Micro Wireless นั่นเอง รูปทรงของตัวลำโพงก็จะกลมๆ มีหูหิ้วแบบรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้ ถือว่าเป็นดีไซน์ที่สวยงาม น่าใช้งาน ในส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานหลักๆ เลยก็คือ สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทางบลูทูธได้ เป็น smart speaker ตัวหนึ่งที่รองรับได้ทั้งสมาร์ทโฟนและเครื่องเล่นเพลงพกพาต่างๆ ที่มีบลูทูธเชื่อมต่อได้หมด หรือ จะเชื่อมต่อแบบทั่วไปยอดนิยมและใช้กันมานานก็เชื่อมต่อแบบแจ็ค aux input 3.5 มาให้ด้วย ก็จะมีสายแจ็คติดมาให้กับตัวลำโพงเลย ไม่ต้องไปหาเสียบที่ไหน พร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานแบบพกพา มีแบตเตอร์รี่ที่สามารถใช้งานต่อเนื่องประมาณ 3-5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ระดับเสียง และ ไฟล์เพลงที่เปิด พร้อมกับการชาร์จแบตใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็จะเต็ม ก็จะเหมาะอย่างมากเลยสำหรับคนที่ชอบฟังเพลง ไปที่ไหนก็อยากจะฟังเพลง ก็หิ้วไปฟังได้ทุกที่ แล้วก็คนที่เป็นสายออกกำลังกาย อยากจะฟังเพลงไปด้วย ตรงนี้ถือว่าเหมาะเลยทีเดียว

   JBL Micro Wireless ก็เปิดตัวมาให้เลือกด้วยกันหลากหลายสี ก็จะมีตั้งแต่สีขาว สีดำ สีเขียว สีฟ้า และก็สีแดง อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องบอกว่าการันตีเอาไว้เลย ก็คือ ได้รับรางวัลดีไซน์อาวอร์ดด้วย ซึ่งเป็นดีไซน์ตัวบอดี้ที่ดูสวยงามอย่างที่บอกไป ในส่วนของอุปกรณ์เสริมภายในนั้น ก็จะมีเพียงแค่สายชาร์จที่เป็นแบบ micro usb มาให้อย่างเดียว ไม่มีหัวชาร์จแถมมาให้ สามารถที่จะใช้ร่วมกับหัวชาร์จสมาร์ทโฟนทั่วไปได้ พร้อมกับคู่มือการใช้งานและใบรับประกันคุณภาพ

 

 

 

   ในเรื่องของขนาดแล้วถ้าดูในรูปอาจจะคิดว่าเป็นลำโพงบลูทูธขนาดใหญ่ พกพายาก จริงๆ แล้วของจริงมีขนาดเล็กเท่ากับฝ่ามือ พอที่จะจับถือได้สบายๆ เลยทีเดียว ไม่ได้ใหญ่อะไรเลย เพราะฉะนั้น คุณสาวๆ สามารถพกพาได้สบายๆ บริเวณตัวลำโพงเอง ก็จะมีตั้งแต่ปุ่มเพาเวอรื และ ปุ่มกด pair บลูทูธปุ่มเดียวกัน พร้อมกับปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง ด้านล่างก็จะมีช่องเสียบสายชาร์จ และ บริเวณด้านหลังตัวลำโพงจะมีช่องเก็บสายแจ็ค 3.5 ติดมาให้เลย ไม่สามารถถอดออกได้เป็นแบบติดตัวลำโพงมาเลย ด้านข้างจะมีช่อง aux output 3.5 เราสามารถที่จะเสียบหูฟังฟังเพลงได้ หรือ เราสามารถที่จะเชื่อมต่อสัญญาไปยังเครื่องเสียงใหญ่ๆ ที่อาจจะไม่มีฟังก์ชั่นบลูทูธ หรือ จะต่อลำโพงไปหลายๆ ตัวแบบอนุกรม แต่จะควบคุมไร้สายผ่านสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว ลำโพงตัวนี้ก็ทำได้โดยเชื่อมต่อผ่านสายแจ็ค 3.5 ไปเรื่อยๆ ได้เช่นเดียวกัน แต่แนะนำว่า ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่มีเครื่องเสียงเดิมๆ อยู่แล้ว รุ่นเก่าๆ อยู่ที่บ้าน ยังใช้งานได้ดีอยู่ เสียงก็ดีทุกอย่าง แต่ไม่รองรับการสั่งงานแบบบลูทูธ ซื้อลำโพง JBL Micro wireless ตัวนี้ไปเป็น hup สั่งการผ่านสมาร์ทโฟนได้ ก็ไม่ต้องไปเสียงเงินซื้อเครื่องเสียงชุดใหม่ให้เปลืองเงิน

   บอดี้ของตัวลำโพงเองเป็นเมทัลริคอย่างดีเลย ด้านหน้าก็จะเป็นตระแกรงเหล็กด้วย บอดี้สามารลุยๆ ได้ ไปปั่นจักรยานก็ใช้งานได้เช่นเดียวกัน ภายในตัวลำโพงเอง จะมีดอกลำโพงแบบ Full range ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 1 ตัว แล้วก็จะมีท่อเบสแบบรีเฟคเป็นท่อเบสแบบก้นหอยอยู่ภายใน โดยรวมแล้วก็จะให้มิติเสียงที่ครบแล้ว ต่ำ กลาง แหลม

 

 

   ในเรื่องของน้ำเสียงที่ได้ยินจากตัวลำโพงบลูทูธ JBL Micro Wireless นี้ ก็รู้สึกว่าเป็นลำโพงอีกหนึ่งรุ่นที่ตอบสนองได้ดีในทุกๆ แนวเพลงแบบเบื้องต้น คือ ไม่ได้เจาะจงไปทางใดทางหนึ่ง คือเป็นลำโพงพกพาตัวเล็กๆ ในรุ่นเริ่มต้นของคนทั่วไปที่อยากจะฟังเพลง ให้น้ำเสียงที่ใสๆ เคลียร์ๆ ในแนวเพลงเบาๆ ก็ทำได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าเปิดเพลงแนวร็อค มันส์ๆ ก็จะให้น้ำเสียงที่จัดจ้านดีไม่น้อย แต่มิติเสียงเบสก็จะไปในโทนเสียงที่นุ่มๆ แต่เบสมีความกระชับดี แต่คงไม่กระแทกกระทั้นเหมือนลำโพงตัวใหญ่ๆ แน่นอน เพราะอาศัยเพียงแค่ท่อเบสแบบรีเฟคเท่านั้นเอง ที่ให้มิติเสียงเบส ก็ถือว่าเป็นลำโพงพกพาอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องไปลองฟังด้วยหูของทุกท่านกันเอง ส่วนเรื่องของราคาก็จะอยู่ที่ประมาณ 2,4xx บาท

รีวิว ลำโพงพกพาขนาดเล็กกะทัดรัด DreamWave Harmony Bluetooth speaker เสียงดีไหม ความรู้สึก

 

   DreamWave นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์น้องใหม่จากทางฝั่งอเมริกา ที่มีการเข้ามาบุกตลาดกลุ่มสินค้าประเภทลำโพงพกพาในบ้านเรา แต่ในตอนนี้ก็ถือว่าได้รับเสียงตอบรับที่ดีเหมือนกัน ก็เลยถือโอกาสนี้ ไปจับเอาลำโพงพกพาขนาดเล็กๆ กะทัดรัดอีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด์นี้มารีวิว มีชื่อว่า DreamWave Harmony เสียงจะดีแค่ไหน ความรู้สึกของแนวเสียงเป็นอย่างไร ไปติดตามกันเลย

 

   เริ่มแรกเมื่อได้สัมผัสก็ถือว่าเป็นลำโพงบลูทูธขนาดเล็กที่มีดีไซน์ดูแปลกใหม่ดี เป็นรูปทรงหกเหลี่ยมตามที่มีอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบน ตัวบอดี้ของตัวลำโพงเอง ก็ค่อนข้างที่จะพรีเมี่ยมเลยทีเดียว เพราะด้านหน้าจะเป็นตระแกรงแบบอะลูมีเนี่ยม พร้อมกับตัวลำโพงก็เป็นอะลูมีเนี่ยมขึ้นรูปเหมือนกัน ถือว่ามีความสวยงาม งานประกอบดูแข็งแรงแน่นหนาดี ส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานหลักๆ เลย ก็ถือว่าอัดแน่นมาเยอะเลย เริ่มต้นตั้งแต่ ฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ผ่านทางบลูทูธ ที่ได้รับมาตรฐานการเชื่อมต่อที่ดีแบบ APtX ด้วย พร้อมกับกำลังขับ 16wrms พร้อมกับฟังก์ชั่นพกพาที่มีแบตเตอร์รี่ความจุ 4,500 mAh สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวๆ ไปที่ 6 ชั่วโมง ในระดับเสียงสูงสุด แต่ถ้าหากว่าเปิดที่ระดับเสียงกลางๆ จะอยู่ได้นาน 15-20 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ถือว่าใช้งานได้ยาวนานพอสมควร ฟังก์ชั่นถัดมาก็สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ มีไมค์โครโฟนติดมาให้ ทดสอบใช้งาน พูดสายสนทนาดูแล้ว ก็พบว่าใช้ได้ปกติดี เสียงชัดเจนดี แต่ในระยะที่ไม่ได้ไกลมาก 1-3 เมตร ห่างจากลำโพงถือว่ากำลังดี ก็มีเท่านี้เอง สำหรับฟังก์ชั่นการใช้งาน ก็ถือว่าครบครัน แต่อาจจะขาดไปตรงที่กันน้ำไม่ได้เท่านั้นเอง แล้วก็ภายในกล่องก็จะมีอุปกรณ์เสริมก็จะมีหัวชาร์จแบตทีให้มาตรงรุ่น พร้อมสายชาร์จ และ มีสายแจ็ค aux input 3.5 มาให้ 1 เส้น พร้อมกับคู่มือการใช้งานต่างๆ มาให้ในกล่อง

 

   อีกหนึ่งความพิเศษของแบรนด์นี้ภายในกล่องนอกจากจะมีตัวลำโพงบลูทูธแล้ว พร้อมกับอุปกรณ์เสริม ก็ยังแถมเป็นกระเป๋าใส่ลำโพงเป็นคล้ายๆ ถุงผ้าอย่างดีเลย ติดแบรนด์ DreamWave ด้วย สำหรับตัวลำโพงเองนั้น ในต่างประเทศจะมีให้เลือกอยู่ 3 สีด้วยกัน ก็จะมีสีขาว สีน้ำตาล และก็สีส้ม แต่ในบ้านเราเอง รู้สึกว่าจะมีแต่สีส้มที่นำเข้ามาเพียงสีเดียว แต่บางร้านอาจจะนำเข้ามาครบ ตรงนี้ต้องตรวจสอบกันต่างหาก

   สำรวจรอบๆ ตัวลำโพง ก็พบว่าข้างหน้าตัวลำโพงเอง จะมีดอกลำโพงแบบ Full range ที่ให้เสียงครบเลย ต่ำ กลาง แหลม ภายในดอกเดียวกัน มีขนาด 1.5 นิ้ว จำนวน 2 ตัว แยกตำแหน่งซ้าย-ขวา พร้อมกับระบบเสียงแบบสเตอริโอ พร้อมกับตัว passive radiator ตรงกลาง ส่วนด้านหลังตัวลำโพง ก็จะมีช่องเสียบชาร์จไฟ พร้อมกับมีไฟแจ้งเตือนบอกว่าถ้ากำลังชาร์จอยู่จะเป็นไฟสีส้ม แต่ถ้าชาร์จเต็ม จะเป็นไฟสีแดง ข้างๆ จะมีช่องเสียบแจ็ค 3.5 อยู่ ภายในตัวลำโพงก็จะมีตัว passive radiator ตัวที่สองอยู่ มีขนาดใหญ่เลยทีเดียว ด้านบนตัวลำโพง ก็จะมีปุ่มควบคุมต่างๆ อยู่ ก็จะมีตั้งแต่ปุ่มเพาเวอร์ ปุ่ม pair บลูทูธ และก็จะมีปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง เท่านี้เอง มีมาให้ได้ใช้งานกันง่ายๆ แต่ปุ่มกดรับสายจะอยู่ด้านข้างๆ งานประกอบดูประณีต พร้อมกับการเลเซอร์ตัวโลโก้และรุ่นของลำโพงติดเอาไว้ที่ตัวบอดี้เลย ส่วนตัวลำโพงทั้งชิ้นเลย จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 800 กรัม ไม่รวมสายชาร์จ ไม่รวมหัวชาร์จ รวมๆ แล้วจะหนักประมาณ 1 กก. พอดี ส่วนขนาดตัวลำโพงนั้น อย่างที่บอกไปว่ามันมีขนาดเล็ก กะทัดรัด คือมือเดียวจับถือสบายๆ ใส่กระเป๋าหิ้วไปได้ง่ายๆ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของราคานั้น ก็ต้องบอกว่าราคาไม่ได้เบามากนัก เพราะเป็นลำโพงแบรนด์นำเข้า เปิดตัวมาในบ้านเราอยู่ประมาณ 4,4xx บาท กันเลยทีเดียว พร้อมกับบอดี้ที่ดูดี สวยงามแบบนี้ก็ลองเข้าไปตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ แต่ก่อนจะตัดสินใจ ไปอ่านเรื่องของแนวเสียง บุคลิกเสียงที่แอดมินรู้สึกได้กับลำโพงรุ่นนี้กันก่อน

 

   เนื่องจากเป็นลำโพงบลูทูธที่มาจากฝั่งอเมริกา ก็รู้สึกว่าแนวเสียงจะเป็นผู้ดีๆ หน่อย เสียงร้องจะออกแนวหวานๆ ฟังดูแล้วไพเราะ พร้อมกับมิติเสียงแหลมที่มีมาให้เบาๆ แบบซิบๆ แต่ไม่มากนัก พร้อมกับมิติเสียงเบสที่ฟังแล้วกระชับ แต่มีมิติเบสที่เกินตัว ลำโพงตัวเล็กๆ แต่ให้ความดังของเบสได้ดีไม่แพ้เสียงกลาง แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกกระแทกกระทั้นเหมือนลำโพงตัวใหญ่ๆ เท่าไหร่ แต่ที่ประทับใจก็คือ ความดังของเสียงนั้นเกินตัวจริงๆ ห้องนอน ห้องนั่งเล่นขนาดกลาง หรือ จะเอาไปฟังเพลงนอกสถานที่ระดับเสียงก็เอาอยู่สบายๆ แน่นอน

รีวิวลำโพงพกพา AR SW-80 ลำโพงบลูทูธที่แนวเสียงใสกังวาน เบสนุ่มกระชับใช้ได้ทั้ง indoor,outdoor

 

   สำหรับลำโพงแบรนด์ AR นั้นก็มีชื่อเต็มๆ ตาที่กลุ่มนักสะสมลำโพงแบบพกพาในระดับ Hi-End รู้จักกันก็คือ Acoustic Research นั่นเอง ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับลำโพงในรูปแบบต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายกันทั่วโลก ส่วนในรุ่น SW-80 ตัวนี้ คุณสมบัติเด่นๆ เลยก็คือ เป็น smart speaker สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android รวมไปถึงเครื่องเล่นเพลงต่างๆ โดยเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ แต่รายละเอียดของลำโพงรุ่นนี้ยังมีอีกเยอะ ไปเจาะลึกกันเลยดีกว่า

   สำหรับลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ตามฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีบอกเอาไว้ในคู่มือการใช้งาน จะสามารถนำไปใช้กับทุกพืนที่แบบง่ายๆ ในการฟังเพลง ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องนอน และเอาไปฟังเพลงนอกสถานที่ต่างๆ ได้ เนื่องจากเป็นลำโพงพกพา อย่างที่เห็นในรูปก็คือ ตัวลำโพงนั้นรองรับ NFC ที่มีในสมาร์ทโฟน android ด้วย แตะแล้วติด เชื่อมต่อบลูทูธได้เลย และ ลำโพงรุ่นนี้ก็ยังได้รับมาตรฐาน APtX ด้วย เป็นมาตรฐานที่สามารถเชื่อมต่อบลูทูธได้เสถียร เสียงดี เที่ยงตรงไม่มี delay แต่นอกจากจะเชื่อมต่อแบบไร้สายได้แล้ว ก็ยังสามารถเชื่อมต่อผ่านแจ็ค 3.5 มม. ได้ด้วย ก็สะดวกดี ที่ภายในตัวกล่องก็มีสายแจ็ค 3.5 มม. มาให้ด้วย 1 เส้น ความยาวประมาณ 1 ฟุต ก็ไม่ยาวมาก และก็มีอแด็ปเตอร์สำหรับชาร์จแบตเตอร์รี่มาให้แบบตรงรุ่นจ่ายไฟที่ 15v 1.6A ก็ถือว่าต้องใช้หัวชาร์จใหญ่นิดหนึ่ง ไม่สามารถใช้ร่วมกับหัวชาร์จสมาร์ทโฟนทั่วไปได้ การชาร์จหนึ่งครั้งก็จะใช้งานได้นานประมาณ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ส่วนตัวลำโพงก็จะห่อหุ้มมาด้วยถุงผ้ากันรอย กันฝุ่นได้บ้างนิดหน่อย เป็นถุงผ้าจริงๆ แต่ไม่ใช่ผ้าชนิดพิเศษต่อย่างใด

   สำหรับตัวลำโพงเองนั้น ทำมาได้คุณภาพที่จัดว่าพรีเมี่ยมเลย บอดี้ด้านบนจะเป็นอลูมีเนี่ยม แต่ดีไซน์ก็จะดูเรียบๆ รูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมเหมือนลำโพงขนาดเล็กๆ ทั่วไปไม่ได้แปลกตาอะไรมากนัก ส่วนด้านหน้าและรอบตัวลำโพงจะเป็นตะแกรงเหล็ก ด้านล่างตัวลำโพงก็จะมีขาแบบลัฟเบอร์แบบตั้งพื้นกันลื่นได้ กันไม่ให้ลำโพงเดินได้ด้วย ที่ด้านบนตัวลำโพงเองก็จะมีสเปคบอกเอาไว้เลยว่าเวอร์ชั่นบลูทูธเป็น 4.0 แล้ว ก็ถือว่ารองรับบลูทูธตัวใหม่ๆ ได้ดีเลย ถือว่าไม่ล้าสมัยจนเกินไป เพราะล่าสุดตอนนี้เป็นบลูทูธเวอร์ชั่น 4.2 แล้ว ส่วนด้านบนของตัวลำโพงอีกด้านหนึ่ง ก็จะเป็นปุ่มควบคุมต่างๆ แบบเรียบง่าย ใช้งานไม่ได้ยากเลย พร้อมกับไฟแจ้งเตือนสถานะของแบตเตอร์รี่และการเชื่อมต่อบลูทูธเท่านั้นเอง

   แต่จุดด้อยของลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ก็พอมีเหมือนกันที่ต้องคิดว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ เพราะไม่มีไมค์โครโฟนติดมาให้ด้วย ไม่สามารถรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ และ ไม่สามารถกันน้ำได้ ถ้าใครที่เอาไปฟังในห้องน้ำก็ต้องระวังเปียกด้วย และ โทรศัพท์ก็ระวังเปียกด้วยถ้ากรณีมีสายเรียกเข้า แต่ก็มีสเปคที่อัดแน่นมาแบบเต็มๆ ด้วยวัสดุพรีเมี่ยมภายใน ที่ประกอบด้วย driver แบบ Full range ขนาด 6.5 นิ้ว จำนวน 2 ตัวด้วยกัน ให้เสียงแบบสเตอริโอ และ ด้านหลังของตัวลำโพงก็จะเป็นท่อนำเสียงที่ให้มิติเสียงต่ำหรือเสียงเบสที่เรียกว่า passive radiator แต่อีกหนึ่งจุดที่ต้องพูดถึงก็คือ แอดมินเองได้ไปสืบค้นข้อมูลของแบรนด์ AR มาบ้าง ก็พบว่าตัวดอกลำโพงภายในไม่ใช่ดอกลำโพงที่ AR ผลิตเอง แต่สั่งจากโรงงานผู้ผลิตดอกลำโพงที่จัดส่งไปในผู้ผลิตตัวลำโพงแบรนด์ Hi-end หลายๆ แบรนด์ทั่วโลกเลย ก็ถือว่าเป็นดอกลำโพงที่ดีแต่ไม่ใช่แบรนด์ของตัวเองทำขึ้นมา แต่จะคิดค้นหรือคำนวณเรื่องของห้องเสียง ตู้ลำโพงมากกว่า ส่วนขนาดของตัวลำโพงเอง ความกว้างอยู่ที่ 23.5 ซม. ความสูง 12 ซม. ความหนา 7 ซม. น้ำหนักอยู่ที่ 1.5 กก. ก็เป็นลำโพงพกพาขนาดกลางๆ ไม่ถึงกับเล็กมากจนพกพาได้สะดวก ต้องเอาใน่กระเป๋าเป้หรือกระเป๋าเดินทางเพื่อพกไปนอกสถานที่ต่างๆ ได้

   สำหรับเรื่องของแนวเสียง บุคลิกเสียงของลำโพงพกพารุ่นนี้ ต้องบอกว่ามันดังเกินตัวจริงๆ แล้วแนวเสียงที่ได้ยินนั้น ถ้าเป็น indoor ถือว่าเอาอยู่จริงๆ ห้องใหญ่ๆ ก็เอาอยู่ เพราะเป็นลำโพงที่มีเวทีเสียงกว้าง เสียงกลางโปร่ง และ ใสเคลียร์ด้วย สามารถเก็ฐรายละเอียดของปลายเสียงแหลมได้ดี แต่ไม่บาดหู เป็นสไตล์ของลำโพง Hi-end แต่มิติเสียงเบสก็จะเน้นไปทางนุ่มๆ ละมุนๆ ไม่กระแทกกระทั้นมากนัก แต่เก็บมิติเบสได้ดี แต่ถ้าไปใช้งานแบบ outdoor ก็ถือว่าน้ำเสียง พละกำลังนั้นก็จะด็อปลงนิดหน่อย แต่ก็ยังให้ความดังที่เอาอยู่ แม้แต่เสียงรบกวนรอบข้างจะเยอะก็ตาม แต่เสียงก็ถือว่าลดประสิทธิภาพไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง ส่วนราคาเปิดตัวมาแรงเลยทีเดียวประมาณ 10,xxx บาท ก็ลองไปหาฟัง หาทดสอบกันได้เลย

รีวิว Polk Audio Hampden ลำโพงคอมที่ครบทุกฟังก์ชั่นเป็น Active 2.0 Bluetooth,AUX,USB DAC

 

   เพื่อนๆ คนไหนที่กำลังมองหาลำโพงสักหนึ่งชุด ที่เอาไว้ตั้งบนโต๊ะทำงาน เป็นลำโพงคอม ใช้ร่วมกบ PC, Notebook หรือเครื่องเล่นเพลงต่างๆ ก็สามารถใช้งานได้ รองรับได้ทั้งบลูทูธ สายแจ็ค input aux 3.5 มม. ก็รองรับ แล้วยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเปิดกับคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุค ก็จะสามารถเสียงผ่านพอร์ด USB ได้เลย จะเป็น DAC ในตัว เสียบปุบมองเห็นตัวลำโพงปับ ไม่ต้องลง driver ใดๆ เปิดผ่านพอร์ด USB ให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าการเชื่อมต่อแบบอื่นๆ แน่นอน ซึ่งก็คงจะเหมาะกับทุกท่านที่ชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ อยากได้ลำโพงคอมดีๆ สักตัวหนึ่งก็ลองมาอ่านรีวิวตอนนี้กันเลย

   นี่คือลำโพงแบรนด์จากต่างประเทศที่มีจุดเริ่มต้นเพียงแค่ 3 คน ที่เป็นเพื่อนกัน แล้วอยากจะทำลำโพงในแบรนด์ตัวเอง ก็เริ่มต้นทำกันเอง ขายกันเอง เมื่อหลายสิบปีก่อน จนโด่งดังมาเป็นบริษัทใหญ่โตอย่าง Polk นั่นเอง แล้วลำโพงชุดนี้ก็มีชื่อรุ่นว่า Hampden จัดว่าเป็นลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งรุ่นก็ว่าได้ แต่ลำโพงชุดนี้ไม่ใช่ลำโพงพกพา ไม่มีแบตเตอร์รี่ในตัว เป็นแบบ Active 2.0 ต้องเสียบไฟตลอด และ หมาะมากกับการตั้งบนโต๊ะทำงาน ตั้งเว้นห่างกันประมาณ 1 เมตรขึ้นไป ถือว่าเสียงจะได้มิติที่เหมาะสมมากเลยกับลำโพงรุ่นนี้

   ต้องบอกว่าสไตล์เสียงของลำโพงแบรนด์ polk นั้นตั้งแต่ต้นเลย ก็ถือว่าเป็นลำโพงที่เน้นฟังสนุก ฟังได้นานๆ แต่อาจจะไม่ใช่แนวที่เน้นรายละเอียดของเสียงมากนัก ก็ถือว่าเป็น signature ของแบรนด์เลยก็ว่าได้ สำหรับลำโพง polk hampden รุ่นนี้ ก็จะมีดีไซน์ดูเป็นวินเถจหน่อยๆ สีสันภายนอกก็จะดูเป็นลายไม้สวยงาม อิงธรรมชาติ ในส่วนของการใช้งานนั้น ก็ไม่ได้ยากอะไร แต่ก็มีรายละเอียดเยอะ ที่บริเวณตัวด้านหน้าของลำโพงด้านขวา จะมีปุ่มควบคุมที่เป็นอานาร็อก ก็ดีไซน์วิตเถจเลย แต่จริงๆ แล้วปุ่มเปิด-ปิด และ ปุ่มเพิ่มลดเสียงจะเป็นอานาร็อก ดูเก่าๆ ก็จริง แต่วงการภายในเป็นดิจิตอล สามารถดูสถานะของระดับเสียงได้จากด้านหน้า ก็ถือว่าเป็นวงจรที่เสถียร์เป็นดิจิตอลแบบ DSP เลย ถัดมาก็จะเป็นปุ่มเลือกโหมด ก็จะมีไฟแสดงสถานะอยู่ว่า ถ้าขึ้นสีแดง จะเป็นโหมด aux 3.5 ไฟสีน้ำเงิน เป็นบลูทูธ ไฟสีขาวเป็น USB DAC ก็จะมีง่ายๆ เท่านี้เองสำหรับการใช้งานและปุ่มต่างๆ

   มาดูในส่วนของสเปคของตัวลำโพงภายในกันบ้าง เริ่มต้นด้วยวัสดุที่นำมาทำ driver หรือตัวดอกลำโพงนั้นจะมาจากวัสดุที่เรียกว่าโพรี่โพไพลิน ซึ่งข้อดีของวัสดุแบบนี้ มันสามารถที่จะรองรับความถี่ในย่านเสียงต่ำได้ดี ซึ่งมันจะไม่บิดตัวเมื่อมีการขยับเข้าออก เสียงก็จะไม่ค่อยเพี้ยนนั่นเอง ก็แต่นอนว่าดีกว่าวัสดุที่เป็นกรวยกระดาษแน่ๆ เพราะมีความอ่อนตัวและทำให้เสียงแกว่ง ส่วนตัวดอกลำโพงเสียงแหลมหรือ twitter นั้นจะทำมาจากวัสดุที่เป็นผ้าและโพรี่เอทเตอร์มาร่วมกัน ซึ่งก็จะดึงเอาคุณสมบัติของวัสดุที่เป็นผ้านั้นก็คือ จะให้เสียงแหลมที่นุ่มนวล ไม่บาดหู มีความใส แต่พอมาเป็นโพรี่เอทเตอร์ มันก็จะช่วยในเรื่องของการแสดงตำแหน่งของเสียงแหลม เรื่องดนตรีที่อยู่ในย่านเสียงแหลมทั้หงมด มันจะทำให้ไม่ผิดเพี้ยนเรื่องมิติเสียงนั่นเอง จะรู้สึกได้ว่าเครื่องดตรีชนิดนี้อยู่ใกล้หรืออยู่ไกล ตำแหน่งเป็นอย่างไร ตรงนี้สัมผัสได้ รู้สึกได้จากตัวลำโพงชุดนี้ ส่วนบอดี้ด้านนอก ด้านข้าง จะให้วัสดุที่เป็นตู้ไม้แท้มาทำ แต่จะเคลือบด้วยผิวที่เป็นเนื้อไม้แบบไม้วีเนี่ยร์ ทำสีเป็นโทนสีซีบลาโน่มา ก็สัมผัสได้ว่าเป็นลายไม้แท้ดูสวยงาม ดูวินเถจอย่างที่บอกไป พร้อมกับดีไซน์ตัวตู้เอง ก็จะมีการทำมุมแบบเอียงขึ้น ตามรูปจะเห็นได้ว่าเอียงขึ้นประมาณ 20 องศาจากพื้น ข้อดีตรงนี้ไม่ใช่แค่ดีไซน์อย่างเดียว แต่มันจะช่วยในเรื่องของการเปิดเพลงเสียงดังๆ แต่เป็นลำโพงคอม คือวางไกล้ตัว ใกล้หูเรามากๆ มันจะช่วยให้เสียงไม่เข้าหูเกินไป ทำให้ฟังเพลงได้นานๆ ไม่เจ็บหู ไม่บาดหู นั่นเอง

   ส่วนด้านหลังของลำโพงบลูทูธ Polk Hampden รุ่นนี้ก็จะมีแผงระบายความร้อน พร้อมช่องเสียบอแด็ปเตอร์ที่มีให้มาในกล่องอยู่แล้ว และ ก็มีช่อง USB DAC เอาไว้เชื่อมต่อกับพีซี โน๊ตบุ๊คทั่วไปได้เลย แนะนำเลยว่าเสียงดีกว่าแจ็ค 3.5 และเชื่อมต่อผ่านบลูทูธแน่นอน รายละเอียดเสียงดีกว่า และก็มีช่องเสียบต่อลำโพงไปฝั่งซ้ายแบบ 4 pin ก็จะมีสายแถมมาให้เรียบร้อย ส่วนราคาก็อยู่ที่ราว 12,xxx บาทกันเลยทีเดียว ใครที่วางงบเอาไว้ประมาณนี้ก็ลองไปหาฟังตัวจริงเสียงจริงกันได้ว่าชื่นชอบหรือไม่ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

รีวิว Harman Kardon Onyx Mini ลำโพงบลูทูธรูปทรงจานบินขนาดเล็ก พกพาง่ายๆ คุณภาพเสียงไม่ธรรมดา

 

       108plaza ของเราในตอนนี้ ก็มีอีกหนึ่ง gadget ตัวใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวกันมาในช่วงต้นปี 2017 แบบนี้ในบ้านเรา เป็นกลุ่มสินค้าประเภทลำโพงบลูทูธแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Harman Kardon กันเลยทีเดียว ก็ถือว่าเป็นซีรีส์ที่พัฒนามาแล้วจากขนาดใหญ่ ให้กลายมาเป็นลำโพงพกพาขนาดเล็กๆ ถือง่าย ใช้ง่าย สะดวก และมีดีไซน์ที่แปลกตากับรูปทรงจานบิน จะมีรายละเอียดอย่างไรนั้น ไปดูกันเลย

นี่คือลำโพงบลูทูธ Harman Kardon รุ่น Onyx Mini เริ่มต้นแกะกล่องมาดูอุปกรณ์เสริมที่ให้มากันก่อนเลย ก็จะมีตั้งแต่สายชาร์จที่เป็นแบบ micro USB และมาพร้อมกับหัวชาร์จที่ตรงรุ่น ไม่ต้องไปใช้หัวชาร์จตัวอื่นๆ ก็ได้ ใช้ที่ตรงรุ่นจะดีที่สุด เพราะจะสามารถยึดอายุการใช้งานของแบตเตอร์รี่ได้ด้วย นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรให้มาแล้ว ไม่มีสายแจ็ค 3.5 มม. ไม่มีถุงใส่ลำโพง

ทีนี้มาดูที่ตัวลำโพงกันบ้าง Harnan Kardon Onyx Mini นั้นจัดได้ว่าเป็นลำโพงทรงจานบินขนาดเล็ก ดีไซน์ด้านล่างตัวลำโพงเองก็จะมีแผ่นยางแบบนุ่ม สามารถวางตั้งได้และจะติดอยู่กับพื้นได้ไม่ลื่นไหล ในส่วนของสเปคตัวลำโพงนั้น จะมาพร้อมกับแบตเตอร์รี่แบบริเที่ยมไอออน ความจุอยู่ที่ 3,000 mAh สามารถที่จะใช้งานได้ต่อเนื่องกันนานประมาณ 10 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ระดับความดังต่างๆ สเปคถัดมา มีการ built-in microphone มาให้แล้วในตัว สามารถที่จะกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้เลย ซึ่งแอดมินเองก็ได้ทดสอบใช้งานตัวไมค์โครโฟนเรียบร้อยแล้ว ก็ลองพูดคุยโทรศัพท์ผ่านลำโพงดูแล้ว ก็พบว่าได้เสียงที่ชัดเจนทั้งปลายสายและตั้วสายดี ไม่มีเสียงสะท้อน เสียงดีเลย์ แต่อย่างใด อีกหนึ่งฟังก์ชั่นถัดมา สามารถที่จะรองรับการเชื่อมต่อระหว่างลำโพงรุ่นเดียวกันได้ถึง 2 ตัวคือโหมด Wireless Dual sound หมายความว่า ถ้าใครที่มีลำโพง Harman Kardon Onyx Mini รุ่นนี้ 2 ตัว ให้โหมดนี้เชื่อมต่อแบบไร้สายเข้าด้วยกัน ตั้งค่าให้เป็น สเตอริโอ ผ่านแอปพลีเคชั่นของ Harman เอง แล้ววางห่างกันประมาณ 1.5 เมตร หรือ กว้างกว่านั้น ดูพื้นที่ให้เหมาะสมกับห้อง เสียงก็จะมีคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน สำหรับใครที่อยากให้เสียงกระหึ่มขึ้น มีมิติแบบเสียงแยกกันซ้ายขวาได้ชัดเจนขึ้น โหมดนี้รองรับ ในส่วนของกำลังขับของลำโพงรุ่นนี้อยู่ที่ 8wrms ก็ถือว่าไม่น้อยเลยสำหรับลำโพงพกพาขนาดเล็กแบบนี้ มาพร้อมกับ driver แบบ Full range ขนาด 45 มม. จำนวน 2 ดอกด้วยกันอยู่ภายใน และด้านล่างก็ยังมี passive radiator ที่จะให้มิติเสียงเบสได้หนักแน่นขึ้น ก็มีให้มาด้วยเช่นเดียวกัน

อีกหนึ่งสเปคเด่นๆ เลยที่มีให้มาในลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ก็คือ อัดแน่นมาพร้อมกับบลูทูธที่เป็นเวอร์ชั่น 4.2 แล้วด้วย นั่นหมายความว่ามันรองรับการใช้งานในอนาคตได้อีกอย่างน้อยๆ 5 ปี ก็ใช้ได้ เพราะเป็นเวอร์ชั่นบลูทูธตัวใหม่ล่าสุดเลย มีความเสถียรในการเชื่อมต่อ สัญญาณไม่ขาดไม่หายและเที่ยงตรงมากที่สุดในปัจจุบันนี้แล้ว แถมยังเชื่อมต่อได้ระยะไกลอีกด้วย ในระยะประมาณ 30 เมตร ก็ใช้งานได้สบายๆ แต่เชื่อว่าไม่มีไครใช้งานทั่วไปจริงๆ ก็น่าจะไม่ไกลถึงขนาดนั้นอยู่แล้ว สำหรับการใช้งานครั้งแรกนั้นก็ง่ายๆ ในการ pair บลูทูธ ก็กดที่ปุ่ม pair ที่ตัวลำโพงหนึ่งครั้ง จะมีไฟกระพริบๆ อยู่ นั้นหมายความว่ากำลังรอการจับคู่ เราก็ไปเปิดค้นหาบลูทูธที่ตัวสมาร์ทโฟนของคุณทุกรุ่น ทุกค่าย ทุกฝั่ง รองรับหมด หรือเครื่องเล่นเพลงพกพาต่างๆ ที่มีบลูทูธรองรับหมด ก็จะมีขึ้นมาว่าเป็น Onyx Mini ก็กดเชื่อมต่อเข้าไป ถ้าเชื่อมต่อได้แล้วไฟที่ตัวลำโพงจะติดค้าง นั่นหมายความว่าพร้อมใช้งานได้แล้ว

สำหรับลำโพงบลูทูธ Harman Kardon Onyx Mini รุ่นนี้ก็คงเหมาะกับการพกพาไปท่องเที่ยว ไปในสถานที่ต่างๆ แต่อาจจะไม่ใช่แนวลุยๆ มากนัก เพราะไม่สามารถกันน้ำได้ ก็ต้องใช้กันอย่างระมัดระวังด้วย ใครที่จะเอไปฟังในห้องน้ำก็อย่าให้เปียกหรือโดนน้ำ  สำหรับบุคลิกเสียงหรือแนวเสียงจากตัวลำโพงที่แอดมินเองก็ทำการทดสอบใช้งานกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว ก็เปิดเพลงทดสอบกันทุกๆ แนวแล้วด้วย ก็จะรีวิวกันตามหูของแอดมินที่ได้ยินก็แล้วกันโดยพบว่า เนื้อเสียงกลาง แหลม นั้นมีความใส เคลียร์ตามแบบฉบับของ Onyx รุ่นพี่เลยทีเดียว โดยเฉพาะเสียงกลางฟังดูมีมิติที่ดี มีความอิ่มของเสียง และ มาพร้อมกับมิติเสียงเบสแบบนุ่มๆ แต่เนื้อเบสค่อนข้างหนาดีเลยทีเดียว เน้นฟังเพลงแนวฟังสบายๆ แต่เพลงมันส์ๆ ก็จะพอฟังได้นิดหน่อย แต่ไม่ได้มันส์มากเหมือนลำโพงตัวใหญ่ๆ ก็ลองไปหาฟังด้วยหูของท่านเองกันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไปได้เลย

รีวิว Harman Kardon Soho Wireless หูฟังไร้สายแบบ On-Ear ที่ให้เบสนุ่ม เสียงร้องพุงๆ พร้อมกับความใสเคลียร์ของเสียงแหลม


   108plaza ในตอนนี้ก็มีอีกหนึ่ง gadget เด็ดๆ ที่อยู่ในกลุ่มของหูฟังมาทำการรีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันว่าควรจะซื้อหรือไม่ซืออย่างไรกับหูฟังในแต่ละรุ่นที่มันเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด เพื่อที่จะได้ซื้อไปแล้วไม่ผิดหวังและไม่เสียดายตังค์นั้นเอง แต่จะเป็นรุ่นไหนอย่างไรนั้นไปติดตามกันเลย

   นี่คือหูฟังบลูทูธแบรนด์ดังจาก Harman Kardon กันเลยทีเดียว เป็นหูฟังไร้สายที่เรียกว่าหูฟังแบบครอบหูทั้งใบหรือว่า On-Ear นั่นเอง มาในชื่อรุ่นว่า Soho Wireless ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อผ่านสัญญาณบลูทูธ แต่หลายท่านอาจจะคิดว่าชื่อรุ่น Wireless จะเชื่อมต่อผ่าน wi-fi อะไรแบบนั้น ไม่ใช้นะครับ สำหรับหูฟังรุ่นนี้เปิดตัวมาพร้อมกันให้เลือกหลากหลายสีสันเลย ได้แก่ สีดำ สีน้ำตาล แล้วก็สีขาว

   ภายในกล่องของหูฟัง HK Soho Wireless นั้นก็จะมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมหรือว่าของแถมที่ให้มาก็จะมีเคสแข็ง ที่เอาไว้ใส่หูฟัง เวลาที่จะพกพาไปที่ต่างๆ ก็ใส่เคสไปได้เลย เพื่อป้องกันความเสียหายจากตัวหูฟังนั่นเอง แล้วก็จะมีกระเป๋าใส่หูฟังแถมมาในกล่องด้วย 1 ชิ้น แล้วก็จะมีสายหูฟังที่เป็นแจ็คแบบ 3.5 มม. แถมมาให้ 1 เส้น ในกรณีที่แบตเตอร์รี่ในตัวหูฟังหมดนั้น จะสามารถเสียบสายแล้วก็ใช้งานได้ปกติแต่คุณภาพเสียงต่างๆ อาจจะด้อยลงไป เพราะหูฟังรุ่นนี้เป็นหูฟังบลูทูธฟังก์ชั่นที่จัดเต็มมากกว่าก็คือใช้กับแบตเตอร์รี่จะได้มีกำลังขับที่ดีกว่าการใช้สายแน่นอน นอกจากนั้นก็จะมีสายชาร์จเป็นแบบ micro usb มาให้อีก 1 เส้น แต่ไม่ได้แถมหัวชาร์จมาให้ ก็สามารถใช้ร่วมกับหัวชาร์จสมาร์ทโฟนได้ทั่วไปหรือชาร์จกับเพาเวอร์แบงค์หรือคอมพิวเตอร์ก็ได้

   สำหรับการใช้งานของตัวหูฟังบลูทูธ HK Soho Wireless รุ่นนี้ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่ซื้อมาแล้ว และ เห็นว่ามันมีเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น ก็คือปุ่มกด pair Bluetooth ก็ไม่ต้องตกใจว่าแล้วปุ่มควบคุมอื่นๆ มันหายไปไหนหมด จะให้ควบคุมผ่านทางสมาร์ทโฟนอย่างเดียวอย่างงั้นหรือ ไม่ใช่แน่นอน โดยแบรนด์ Harman ในหลายๆรุ่นที่เป็นหูฟังระดับกลางขึ้นไป จะมีการออกแบบดีไซน์ให้ดูเรียบหรู แต่จะใช้ระบบการ touchpad คือแบบสัมผัสและการควบคุมนั่นเอง โดยจะมีปุ่มให้สัมผัสที่บริเวณด้านขวาของหูฟัง ซึ่งบริเวณด้านใต้ของหูฟัง จะมีบอกเป็นสัญลักษณ์ L กับ R ที่จะให้ดูว่าเป็ฯข้างไหน เพราะด้านซ้ายจะไม่ใช่ touchpad จะควบคุมอะไรไม่ได้ โดยวิธีการควบคุมนั้น จะใช้ปลายนิ้วสัมผัส แตะตรงกลางหนึ่งครั้งจะเล่นเพลง-หลุดเพลง แตะเลื่อนขึ้น เลื่อนลง จะเป็ฯการควบคุมระดับเสียง เพิ่ม-ลดเสียง และ แตะรูดไปข้างหน้าหรือย้อนกลับ ก็จะเป็นการควบคุมให้เลื่อเพลงหรือย้อนกลับเพลง นั่นเอง ก็เป็นการใช้งานแบบง่ายๆ

   ในส่วนของสเปคของหูฟังรุ่นนี้ที่มีเครมเอาไว้ในคู่มือการใช้งานนั้น จะตอบสนองความถี่ต่ำตั้งแต่ 20Hz ไปจนถึงความพี่เสียงกลาง และ ความถี่สูงสุดที่ 20kHz ก็ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ความถี่ต่ำในย่านเบสก็ลงได้ลึกดีเลยทีเดียว ค่าความด้านทานอยู่ที่ 32 โอห์ม แล้วก็สามารถบูสความดังไปได้ที่ 100 dB/1kHz ในส่วนของการใช้งานแบบบลูทูธนั้น แบตเตอร์รี่ใช้เวลาชาร์จจนเต็มจะอยู่ที่ 2 ชั่วโมง และ จะสามารถใช้งานได้ติดต่อกันนานถึง 9 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ขึ้นอยู่กับการใช้งานและระดับเสียงที่เปิดฟังเพลง นอกจากนั้น ถ้าใครที่ใช้สมาร์ทโฟนในฝั่ง android ก็ยังมีรองรับ NFC อีกด้วย สมาร์ทโฟนใครที่มี NFC ก็แตะแล้วก็เชื่อมต่อบลูทูธได้เลยง่ายๆ

   สำหรับบอดี่ของหูฟังบลูทูธ HK Soho Wireless รุ่นนี้ ก็ถือว่าเป็นหูฟังที่ใช้งานได้ดี สามารถพาลุยๆ ได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ลุยไปได้ทุกที่ เพราะแน่นอนว่าหูฟัง on-ear มันใหญ่ พกพายาก ไม่เหมือนกับ in-ear หรือ earbuds แต่ก็สามารถฟังเพลงได้นานไม่หนีบหัว ไม่หนีบใบหู มีนวมบุนุ่มมาให้อย่างดี แต่เป็นหนังเทียมหรือหนังสังเคราะห์เกรดดี งานประกอบก็ถือว่าคุณภาพดีเลย

   มาถึงส่วนสำคัญที่ต้องรีวิวกันก็คือ เรื่องของบุคลิกเสียงหรือแนวเสียงของหูฟังรุ่นนี้ คือ ถ้าใครที่ชอบฟังเพลงใสๆ เคลียร์ๆ และเป็นหูฟังแบบ on-ear ขนาดไม่ได้ใหญ่มากแบบนี้ด้วยแล้ว ตัวนี้ตอบโจทย์ แนวเสียงแหลมเองเป็นเสียงแหลมที่ปลายเปิด มีความใส ไม่รู้สึกว่าจัดจ้านหรือบาดหูเกินไป แล้วก็ความถี่ในย่านเสียงกลางหรือเสียงร้อง จะให้สไตล์เหมือนนักร้องมาเอง คือเสียงกลาง เสียงร้องจะพุ่งเข้ามาเด่นและรายละเอียดชัดเจนทุกคำ รวมไปถึงเสียงเบสที่ไปในสไตล์นุ่มๆ แต่เป็นเบสที่มีอิมแพ็ค ลงได้ลึกพอสมควร ก็ลองไปหาฟังเสียงกันด้วยตัวเองกันดูได้เลย

Review HK Onyx Studio 3 ลำโพงไร้สายที่มีการพัฒนาอีกหนึ่งระดับกับรูปทรงจานบินที่คุณคุ้นเคย

 

   สำหรับใครที่ชื่นชอบและสะสมลำโพงพกพา ลำโพงไร้สายที่เป็นแบรนด์ Harnan Kardon เอง ก็คงจะพอจดจำและคั้นเคยกับลำโพงรูปทรงจานบินมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมาและปีก่อนหน้านั้น กับชื่อรุ่นว่า Onyx Studio นั่นเอง แล้วในต่างประเทศเอง ก็ได้ทำการเปิดตัวรุ่นล่าสุดเมื่อช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมานี้แล้วด้วย ตอนนี้ช่วงต้นปี 2017 ก็มีเข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเราแล้วด้วยเช่นเดียวกัน นั่นก็คือรุ่น Onyx Studio 3 ที่แอดมินได้มารีวิวกันในตอนนี้ จะมีรายละเอียดอย่างไร ไปติดตามกันเลย

   ต้องยอมรับว่าถ้าใครที่เล่นลำโพงบลูทูธทรงจานบินในรุ่นก่อนคือ Onyx Studio 2 มาแล้ว เมื่อมาดูดีไซน์ของรุ่นล่าสุดตัวนี้ ก็จะบอกว่ามันไม่ได้แตกต่างอะไรเลยในเรื่องของดีไซน์และรูปทรง แต่ภายในที่ Onyx Studio 3 พัฒนาขึ้นมานั้น ก็ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่พอสมควร

   เรื่องของดีไซน์ของ HK Onyx Studio 3 ตัวนี้ ด้านหน้าที่เป็นก็จะมีรูปทรงกลมๆ พื้นผิวสัมผัสบริเวณหน้ากากด้านหน้าก็จะนูนๆ ซึ่งตัว dimensions ของตัวลำโพงเองจะอยู่ที่ 278*162*258 มม. ซึ่งก็ถือว่าเป็นขนาดตามสูตร กว้าง*ยาว*สูง นั่นเอง ก็ลองคำนวณหรือจินตนาการกันดูว่าขนาดเท่านี้จะเหมาะกับเราหรือไม่ อะไรแบบนั้น แต่น้ำหนักของตัวลำโพงเอง ก็มีการปรับให้มีน้ำหนักที่เบากว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย ซึ่งก็มีน้ำหนักเพียงแค่ 2 กิโลกรัม เท่านั้นเอง ในส่วนถัดมาเรื่องของสเปคภายในนั้น ก็จะปรกอบไปด้วยลำโพงแบบ woofer จำนวน 2 ตัว มีขนาดตัวละ 75 มม. และก็มาพร้อมกับ twitter หรือดอกลำโพงเสียงแหลมนั่นเอง ก็ให้มาจำนวน 2 ตัวเช่นเดียวกัน มีขนาดตัวละ 20 มม. และในส่วนของเสียงเบสหรือมิติเบสนั้น จะออกแบบมาเป็นท่อเบสที่เรียกว่า passive radiator ก็จะดีไซน์ท่อเบสตรงนี้เอาวที่บริเวณด้านหลังตัวลำโพง ก็จะให้มิติของเสียงเบสได้อย่างดีเลยทีเดียว แต่บุคลิกเสียงจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องติดตามในช่วงท้ายๆ ของการริวิว

   สำหรับลำโพงบลูทูธ HK Onyx Studio 3 ตัวนี้นั้น จะมีกำลังขับอยู่ที่ 60wrms ซึ่งกำลังขับตรงนี้จะเป็นในกรณีที่เสียบปลั๊กใช้งาน เปิดฟังเพลงต่างๆ ภายในบ้าน แต่ถ้าในกรณีที่ใช้แบตเตอร์รี่ ระบบภาคขยายจะตัดกำลังขับจาก 60wrms เหลือ 30wrms ซึ่งตรงนี้ก็เพื่อให้สามารถใช้งานแบบพกพา ใช้แบตเตอร์รี่ได้ยาวนานมากขึ้นนั่นเอง แต่คุณภาพเสียงก็จะไม่ด็อปลงไปมากนัก ถือว่ายังมีความดังอยู่มากเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับขนาดของลำโพงตัวเล็กๆ แบบนี้ แต่ก็แน่นอนว่าจะให้ดังมากๆ เหมือนลำโพงใหญ่ๆ ก็คงไม่ใช่ ตรงนี้ก็คงต้องไปหาทดสอบฟังด้วยหูของตัวท่านเองก็จะดีที่สุดต่อการตัดสินใจซื้อ ในส่วนของการใช้บลูทูธนั้น ก็เป็นเวอร์ชั่น 4.1 ก็ถือว่ามีความเสถียรในการเชื่อมต่อที่ดีเลย แต่ก็ยังไม่ใช่เวอร์ชั่นที่ใหม่ล่าสุด แต่การใช้งานในระยะ 15-30 เมตรตรงนี้ใช้ได้สบายๆ เลย ในส่วนของการใช้งานแบตเตอร์รี่นั้น สามารถที่จะใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องกันไปได้นานถึง 5 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานว่าจะเร่งระดับเสียงดัง เบา มากน้อยแค่ไหนนั่นเอง แต่อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่มีเพิ่มขึ้นมาในรุ่นใหม่นี้ก็คือ ฟังก์ชั่น Wireless Dual Sound ก็คือ ในฟังก์ชั่นนี้จะสามารถเชื่อมต่อเข้าหากันเองในลำโพงรุ่นเดียวกันนี้ได้ 2 ตัว จากการเปิดเพลงเครื่องเดียว ซึ่งฟังก์ชั่นนี้ก็จะสามารถเพิ่มความดัง เพิ่มอรรถรดในรูปแบของ สเตอริโอ ได้ดียิ่งขึ้น อีกหนึ่งจุดที่หลังจากแอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมาแล้ว ก็คงเป็นเรื่องของไมค์โครโฟนที่ติดมากับตัวลำโพงเอง ลำโพงไร้สายตัวนี้สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ ซึ่งก็มีมาให้ตั้งแต่ในรุ่นก่อนหน้านี้ แต่ในรุ่นใหม่นี้ เสียงของไมค์จะมีความชัดเจนขึ้น สามารถพูดคุยโทรศัพท์ได้ดีมากเลย ไม่มีเสียงสะท้อน ไม่มีเสียงก้องเลย ถือว่าชัดเจนดีมาก

   มาถึงในส่วนที่คิดว่าสำคัญมากเลยในการรีวิวก็คือ เรื่องของบุคลิกเสียงที่ได้จากลำโพงไร้สาย HK Onyx Studio 3 รุ่นนี้ ซึ่งก็ต้องบอกว่าแนวเสียงเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม จะยังคงคล้ายคลึงกันมากเลย ถ้าใครที่เคยใช้รุ่นก่อนหน้านี้มา แต่จุดเปลี่ยนก็พอมีให้จับได้บ้าง ก็คือ รายละเอียดเสียงในย่านแหลม จะมีความในโปร่ง พร้วมากขึ้น ฟังสบายๆ พร้อมกับการปรับเปลี่ยนมิติเสียงเบส ที่มีความกระชับขึ้นกว่ารุ่นเดิม แต่อาจจะลดความหนักหน่วงของเบสลงมานิดหน่อย แต่จะได้ความกระชับฟังสบายๆ มากขึ้น พร้อมกับย่านเสียงกลาง เสียงร้องที่เป็นธรรมชาติ มีความอิ่มหนา รวมๆ แล้วเป็นลำโพงที่ฟังสบายๆ เน้นรายละเอียดของเสียงที่เป็นธรรมชาตินั่นเอง

รีวิวลำโพงบลูทูธ GGMM E5 ให้เสียงเพราะ ฟังอิ่มๆ พร้อมเบสนุ่มๆ ต้องลำโพงแบรนด์น้องใหม่รุ่นนี้เลย

 

   เปิดมาช่วงต้นปีแบบนี้ก็ต้องมี gadget ดีๆ สินค้าเด็ดๆ มาทำการรีวิวให้เพื่อนๆ ชาว 108plaza ได้อ่าน ได้ติดตามกันอีกเช่นเคย ในตอนนี้เราอยู่กับสินค้าแบรนด์น้องใหม่ที่มีชื่อว่า GGMM หลายท่านอาจจะยังไม่คุ้นหูคุ้นตากันสักเท่าไหร่ ก็ต้องมาอ่านรีวิวกันสิว่า คุณภาพการใช้งานเป็นอย่างไร มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันหรือไม่ กับ กลุ่มประเภทสินค้าลำโพงบลูทูธที่มีชื่อรุ่นว่า GGMM E5 ตัวนี้เลย

   สำหรับลำโพงพกพารุ่นนี้ ถ้าใครที่ไม่ยึดแบรนด์ดังๆ เป็นหลัก ก็ถือว่าตอบโจทย์ แล้วใครที่งบน้อย ไม่อยากเสียเงินซื้อลำโพงในราคาหลักหมื่น ก็ถือว่าตอบโจทย์เช่นเดียวกัน แต่ราคาจะเท่าไหร่นั้นรออ่านในช่วงท้ายบทความรีวิวได้เลย ลำโพงบลูทูธรุ่นนี้เปิดตัวมาให้เลือกใช้งานด้วยกันอยู่ 2 สี ก็คือ สีขาวและสีดำ สำหรับสเปคที่เขียนติดกันเอาไว้ข้างกล่องนั้น ก็จะมีตั้งแต่ สามารถที่จะกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ เพราะมีไมค์โครโฟนติดมาให้ ถัดมาก็จะเป็นการเชื่อมต่อแบบไร้สาย แน่นอนว่าต้องเป็นบลูทูธ เป็นเวอร์ชั่น 4.0 พร้อมกับเหมาะเป็นลำโพงพกพา เพราะตามรูปก็จะมีสายคล้อง หรือ สายหิ้วก็ได้ แถมมาให้ด้วย ความหนาของตัวลำโพงเองเพียงแค่ 4.2 เซนติเมตรเท่านั้นเอง นอกจากนั้นก็ยังมีสเปคภายในบอกมาอีกด้วยว่า ภายในตัวลำโพงนั้นอัดแน่ไปด้วยตัว driver หรือตัวดอกลำโพงแบบ Full range ที่ให้ทั้งเสียงทุ้ม เสียงกลาง เสียงแหลม ภายในตัวเดียว ให้มาภายในจำนวน 2 ตัว มีขนาดตัวละ 2.25 นิ้ว แต่ที่เหนือไปกว่านั้น ยังมีตัว driver แบบ mid range อีกจำนวน 2 ตัว มีขนาดเท่ากันคือ 2.25 นิ้ว ที่จะให้พลังเสียงในย่านเสียงกลางต่ำและเสียงเบสเข้ามาช่วยให้มิติเสียงมันครบถ้วนขึ้น รวมทั้งหมดภายในก็จะมีดอกลำโพงจำนวน 4 ตัวด้วยกัน นอกจากนั้นก็ยังมีช่องจูนเสียงเบสที่เป็นช่องลมที่เรียกว่า passive radiator จำนวน 2 ตัวด้วยกัน ในส่วนของกำลังขับนั้นก็คือ 20wrms นอกจากนั้น การใช้งานแบบพกพาก็คือภายในตัวลำโพงเอง ก็จะมีแบตเตอร์รี่ในตัว การชาร์จหนึ่งครั้งจะสามารถใช้งานได้นานถึง 15 ชั่วโมงในความดังระดับปานกลาง แต่ช้าใครที่ชอบความสะใจเปิดดังๆ เร่งสุดๆ ก็จะใช้งานได้ประมาณ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ก็ถือว่าเป็นลำโพงที่พกพาไปท่องเที่ยว ไปเปิดฟังเพลงในที่ต่างๆ ได้สบายๆ ใช้งานกันยาวๆ ได้ แถมยังสามารถที่จะทำเป็นเพาเวอร์แบงค์ได้อีกด้วย เนื่องจากความจุของแบตเตอร์รี่ค่อนข้างเยอะ ก็จะมีพอร์ด USB ให้เสียบชาร์จแบตมือถือได้ชั่วคราวด้วย

   สำหรับอุปกรณ์เสริมที่ให้มาภายในกล่องลำโพงบลูทูธ GGMM E5 รุ่นนี้ก็มีเพียงแค่สายคล้องสีน้ำตาลมาให้ พร้อมกับ adaptor ชาร์จไฟ พร้อมสายชาร์จ มีแค่นี้เท่านั้น ไม่มีสายแจ็ค 3.5 มม. แถมมาให้ด้วย ในส่วนของขนาดตัวลำโพง ความกว้างอยู่ที่ 26.5 ซม. ความสูง 15.5 ซม. ก็เป็นลำโพงพกพาที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มาก พกพาง่าย แต่ตัวลำโพงอาจจะหนักสักนิดหนึ่ง หนักอยู่ที่ 1.3 กก. ก็ค่อนข้างหนักสักนิดหนึ่งเนื่องจากบอดี้ด้านหน้าเป็นตะแกรงเหล็ก พร้อมกับด้านบนก็เป็นอะลูมิเนี่ยม แต่บอดี้ด้านหลังเป็นพลาสติกที่แข็งแรงดี สามารถใช้งานแบบลุยๆ ได้ แต่ไม่สามารถกันน้ำได้ ก็ต้องระวังกันสักนิดหนึ่ง ถ้าใครที่ชอบเที่ยวทะเล เที่ยวน้ำตก

   จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างของลำโพงพกพารุ่นนี้ก็คือ ถ้าสังเกตจากในรูปจะเห็นว่ามีปุ่ม volume อยู่ 2 ปุ่ม จะเป็นปุ่มสำหรับปรับเสียงทุ้ม ปรับเสียงแหลม ได้ตามต้องการ ใครที่ชอบโทนเสียงแบบไหนเลือกปรับกันได้เองเลย ซึ่งฟังก์ชั่นนี้จะหาได้ยากในลำโพงราคาหลักพัน โดยสเปคเองจะตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 80Hz ไปจนถึงความถี่สูงที่ 20kHz กันเลยทีเดียว นอกจากนั้นก็จะมีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเลื่อนเพลง ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงและปุ่มกด pair Bluetooth อยู่ทางด้านหลัง พร้อมกับมีช่องเสียง AUX input 3.5 มาให้ใช้งานได้ด้วย แต่ต้องหาสายเชื่อมต่อเอง ไม่มีแถมมาให้

   สำหรับเรื่องของบุคลิกเสียงหรือแนวเสียงที่หลังจากแอดมินเองได้ทดสอบใช้งานลำโพงพกพา GGMM E5 รุ่นนี้แล้ว ก็รู้สึกได้ว่าลำโพงรุ่นนี้ไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบบ้าพลัง เอาเบสหนักหน่วง เอาพลังเสียงที่สะใจ เอามันส์อย่างเดียว แบบนั้นไม่ใช่ แต่ลำโพงรุ่นนี้จะออกไปในทางแนวเสียงแบบผู้ดี เป็นเสียงเพราะๆ ฟังสบายๆ เวทีเสียงกลางกว้างๆ เสียงแหลมใสๆ พร้อมกับเบสที่นุ่ม ส่วนราคาก็อยู่ที่ประมาณ 4,xxx บาทเท่านั้นเอง ก็สามารถไปลองหาฟังเพลงด้วยหูของทุกท่านเองว่าชอบหรือไม่ชอบอย่างไรได้แล้วทั่วประเทศ

รีวิว Creative Sound Blaster Free ลำโพงบลูทูธที่ให้เสียงดังรอบตัว 360 องศาพร้อมฟังก์ชั่นเสียบเมมโมรี่ได้

 

   ดูเหมือนว่าเทคโนโลยีบางอย่างมันก็ล้ำหน้าไปมาก การใช้งานกับอุปกรณ์บางอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป แต่บางครั้งอะไรที่มันเดิมๆ มันก็ยังติดที่จะอยากใช้งานอยู่ แต่ก็อาจจะหาใช้งานไม่ได้แล้วในบางกลุ่มสินค้า อย่างเช่น บางท่านอาจจะกำลังมองหาลำโพงแบบพกพา ที่สามารถเสียบเมมโมรี่ได้ เสียบ micro sd card เพื่อเปิดเพลงได้เหมือนก่อนๆ แต่ก็ไม่ค่อยมีในลำโพงพากพารุ่นใหม่ๆ ที่ตัดฟังก์ชั่นนี้ออกไป แต่ใน 108plaza ตอนนี้ มีลำโพงพกพาแบรนด์ Creative แบรนด์ดังที่มีศูนย์บริการในบ้านเรา นำมารีวิวกันอีกหนึ่งรุ่น มีชื่อรุ่นว่า Sound Blaster Free จะมีรายละเอียดอื่นๆ ที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปอ่านรีวิวพร้อมๆ กันเลย

   นี่เป็นลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งตัวที่มีแบตเตอร์รี่ในตัว สามารถพกพาไปในที่ต่างๆ ได้ ไม่รอช้ามารีวิวถึงฟังก์ชั่นการใช้งานกันเลยดีกว่า ลำโพงรุ่นนี้เป็นแบบ wide stereo คือมีเสียงที่ดังออกมารอบตัวลำโพงแบบ 360 องศา เมื่อใช้เปิดในงานปาร์ตี้เล็กๆ ริมทะเล หรือ ที่ต่างๆ นั่งมุมไหนก็ได้ยินเสียงที่เท่ากัน มิติเดียวกัน แต่ต้องใช้แบบตั้งลำโพงเอาไว้ ไม่ใช่แบบแนวนอน และ มาพร้อมกับอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่จะสามารถ boots เสียงให้ surround มากขึ้น ก็สามารถทำได้ โดยจะมีปุ่มให้เลือกดเป็นโหมด round เสียงก็จะดังขึ้น กังวานขึ้น เหมาะกับการไปเปิดพื้นที่ข้างนอก เสียงรบกวนเยอะๆ ลำโพงตัวนี้ก็จะเอาอยู่มากขึ้นด้วย และ อย่างที่บอกไปในช่วงต้น ลำโพงรุ่นนี้รองรับการเสียงเมมโมรี่หรือเสียบ micro sd card ได้ด้วย คือหลายท่านชอบโหลดเพลงมาเก็บไว้ในเมมโมรี่ ก็เปิดได้เลยไม่ต้องเปิดตัวสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธก็ได้ แต่อยากจะแนะนำว่า micro sd card ที่ใช้นั้นไม่เกิน class 10 แนะนำว่าใช้ class 4 , 6 จะเหมาะสมกว่า รองรับได้สูงสุดที่ 32GB อักหนึ่งฟังก์ชั่นถัดมา สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ มีไมค์โครโฟนติดมาให้ในตัวเช่นเดียวกัน แล้วที่เจ๋งไปกว่านั้น ลำโพงรุ่นนี้มีช่องเสียบ USB ได้และมีสัญลักษณ์ DAC ในตัว ก็หมายความว่า ใครที่อยากจะฟังเพลงให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ก็สามารถที่จะเสียบเชื่อมต่อสาย USB เปิดเพลงในคอมหรือโน๊ตบุ๊ค ก็จะสามารถถอดรหัสเพลงได้เลย คุณภาพของไฟล์เพลงก็จะดีขึ้นกว่าเดิม อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่สำคัญเลย คือ สามารถที่จะกันน้ำได้แบบตามมาตรฐาน IPx4 หมายความว่าลำโพงรุ่นนี้กันน้ำแบบ กันเปียกได้ แต่ถ้าใครเผลอทำตกน้ำ ต้องรีบหยิบมาเช็ดให้แห้ง ประมาณว่ากันละอองน้ำได้ กันฝนตกได้นิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง ห้ามเอาไปแช่หรือจุ่มน้ำเด็ดขาด เพราะกันน้ำไม่ได้ถึงขั้นนั้น

   การใช้งานของลำโพงพกพารุ่นนี้ สามารถใช้งานได้นานต่อเนื่องกัน 10 ชั่วโมง ต่อการชาร์จแบตจนเต็ม 1 ครั้ง การชาร์จก็ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วยังมาพร้อมกับเฟิร์มแวร์ในระบบเสียงของ creative ที่ใช้มาตรฐาน SBX ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็จะใช้ในลำโพงหลายๆ รุ่น อุปกรณ์ภายในกล่องที่ให้มาก็จะประกอบไปด้วยสายชาร์จและสาย DAC แบบ micro USB มาให้ 1 เส้น ก็มีให้มาเท่านี้สำหรับอุปกรณ์เสริม

   ตัวลำโพงเองนั้น มีเปิดตัวมาให้เลือกด้วยกัน 2 สีเท่านั้นเอง ก็จะมีสีขาวกับสีดำ ขนาดความยาวของตัวลำโพงก็ประมาณ 20 ซม. เป็นทรงกระบอกที่ค่อนข้างจะใหญ่สักนิดหนึ่ง เกินหนึ่งกำมือแต่ก็สามารถพกพาได้ง่าย ภายในตัวลำโพงเอง ก็จะประกอบด้วยลำโพง Full range ขนาด 1.5 นิ้ว จำนวน 2 ตัว ปิดเอาไว้ด้วยตะแกรงเหล็กที่ด้านหน้า แต่บริเวณด้านในตรงกลาง จะอัดแน่นมาด้วยตัว passive radiator จำนวน 2 ตัวด้วยกัน ขนาดตัวละ 1*2 นิ้ว เป็นรุปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่จะช่วยสร้างมิติเสียงเบสให้หนักแน่นด้วยการใช้ลมเป็นหลัก ส่วนอีกหนึ่งฝั่งของตัวลำโพงก็จะมีปุ่มควบคุมต่างๆ พร้อมกับไฟแจ้งเตือนโหมดการใช้งานและสถานะแบตเตอร์รี่ ก็สามารถใช้งานได้ง่ายๆ เหมือนกับลำโพงบลูทูธทั่วไปเลย

   อีกหนึ่งปุ่มการใช้งานที่ถือว่าเป็นจุดเด่นในลำโพงบลูทูธ Creative Sound Blaster Free ตัวนี้ก็คือ จะมีปุ่มสุ่มเล่นเพลงมาให้ด้วย เอวสำหรับการใช้โหมด micro sd card นั่นเอง อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญเลยที่ต้องรีวิวกันส่งท้ายก็คือ เรื่องของบุคลิกเสียหรือแนวเสียงซึ่งผลที่ได้หลังจากได้ลองเปิดแล้ว ก็รู้สึกว่าไม่ใช่แนวสำหรับคนชอบมันส์ๆ สักเท่าไหร่ แต่จะเน้นเสียงกลาง แหลม ที่โปร่ง ใส มากกว่า เป็นแนวเพลงลูกทุ่ง เพราะๆ ฟังสบายๆ แบบนี้ถือว่าตอบโจทย์มากเลย ยิ่งกดปุ่มบูธเสียงไปแล้ว เวทีเสียงยิ่งกว้างมากขึ้น เปิดที่ระดับเสียงเร่งสุดๆ เสียงก็ไม่แตก ก็ถือว่าเป็นลำโพงบลูทูธที่มีคุณภาพดีน่าใช้งานอีกตัวหนึ่ง