Category Archives: Uncategorized

รีวิว Edifier R1280DB ลำโพง Bookshelf ที่สามารถเชื่อมต่อทั้งแบบมีสายและไร้สาย ให้เสียงคมชัด มิติเบสกระชับลูกใหญ่ๆ

 

   มีลำโพงจากแบรนด์ Edifier มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันอีกแล้ว ซึ่งจุดเด่นที่ถือว่าแบรนด์นี้คุ้มค่าก็คงเป็นเรื่องของการรับประกันตัวสินค้ากันนานถึง 2 ปีเต็มในทุกๆ รุ่น แล้วลำโพงที่นำมารีวิวในตอนนี้มีชื่อว่า Edifier รุ่น R1280DB เป็นลำโพงแบบใช้ในบ้าน ทั่วไปจะเรียกว่าลำโพง Bookshelf สามารถนำไปใช้เชื่อมต่อกับชุดคอมพิวเตอร์ภายในบ้าน เครื่องเล่นเพลง ระบบความบันเทิงภายในบ้านที่เชื่อมต่อผ่านสายต่างๆ ได้ รวมไปถึงอีกหนึ่งจุดเด่นที่ลำโพงรุ่นนี้มีมาให้ก็คือ สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายเป็นลำโพงบลูทูธได้ด้วย พร้อมกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.0 สามารถใช้งานได้เสถียร เสียงไม่ delay แต่ลำโพงรุ่นนี้ก็ยังมีรายละเอียดอีกเยอะ ไปติดตามฟังก์ชั่นการใช้งานที่ให้มากันเลย

   สำหรับลำโพงรุ่นนี้ต้องบอกไว้ก่อนในเบื้องต้นว่าไม่ใช่ลำโพงพกพา ไม่มีแบตเตอร์รี่ในตัว เป็นลำโพงที่ใช้งานภายในบ้านหรือแบบ indoor เป็นหลัก ภายในกล่องนั้นจะมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ มากมาย อาทิเช่น รีโมทคอนโทรล ถัดมาก็จะเป็นสายเชื่อมต่อแบบ Optical ก็แถมมาให้ได้ใช้งานกันด้วย ในส่วนของสเปคการใช้งานเบื้องต้นนั้น ลำโพงรุ่นนี้มีกำลังขับอยู่ที่ 42wrms เป็นข้างละ 21wrms นั่นเอง อยู่ภายใต้ภาคขยายแบบดิจิตอล คราส ดี นอกจากการเชื่อมต่อแบบดิจิตอลแบบ Optical ได้แล้ว ก็จะมีการเชื่อมต่อแบบอานาร็อก ที่ใช้แบบสาย RCA สีขาว-แดง แบบทั่วไปก็สามารถเชื่อมต่อได้ มีมาให้มากถึง 2 input ด้วยกัน ซึ่งลำโพงชุดนี้ก็แน่นอนว่าสามารถที่จะรองรับการเชื่อมต่อได้ค่อนข้างครบถ้วนเหมือนกัน แต่บางลักษณะการใช้งานก็อาจจะต้องหาอแด็ปเตอร์แปลงแจ็คมาเชื่อมต่อแทนได้เหมือนกัน

   ในส่วนของขนาดตัวลำโพงต่อข้างนั้น จะอยู่ที่ ความสูง 23 ซม. ความหว้าง 14.6 ซม. ความลึก 19.6 ซม. นี่ก็เป็นขนาดที่สามารถไปจำลองกันได้ว่า ถ้ามีลำโพงชุดนี้จำนวน 2 ตัว จะไปวางในมุมไหนของห้องคุณได้บ้าง อะไรแบบนั้น ส่วนอีกหนึ่งจุดเด่นที่ลำโพงรุ่นนี้ให้มาก็คือ นอกจากจะมีปุ่ม volume เพื่อที่จะปรับระดับความดัง เบา ของเสียงมาให้แล้ว ก็ยังมีปุ่ม volume ที่สามารถเลือกปรับว่าจะเอาเสียงทุ้มมาก ทุ้มน้อย หรือ จะปรับได้ว่าจะเอาเสียงแหลมมาก แหลมน้อย ก็ปรับได้เช่นเดียวกัน ซึ่งค่อนข้างจะหาได้ไม่กี่รุ่นนักในลำโพงขนาดเล็กแบบนี้ ดังนั้นในเรื่องมิติเสียงก็จะตอบโจทย์หลายๆ กลุ่มคนที่ชอบแนวเสียงที่ต่างๆ กันไปได้ เพราะบางคนไม่ค่อยชอบเบสสักเท่าไหร่ อยากจะฟังเพลงเบาๆ สบายๆ แนวใสๆ มากกว่า ก็ปรับได้ แต่บางคนก็อยากจะฟังเพลงมันสืๆ เบสหนักๆ ดังตูมๆ ตามๆ ก็ปรับได้เช่นเดียวกัน และลำโพงรุ่นนี้เอง ก็เปิดตัวและนำเข้ามาขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีดำ และ สีที่เป็นลายไม้จริงๆ เป็นเป็นตู้ลำโพงที่มีงานประกอบที่ดูคุณภาพดีเลย แน่นอน เนื้อไม้ที่นำมาทำตู้ก็มีความหนา น้ำหนักดี แต่ก็เป็นลำโพงขนาดเล็ก ที่สามารถเคลื่อนย้ายที่ได้ไม่ยาก

   นอกจากจะมีฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อแบบไร้สายเป็นลำโพงบลูทูธ ก็ยังมีสายเชื่อมต่อที่ให้มาภายในกล่องที่บอกได้เลยว่าไม่ต้องไปหาซื้อแยกเลย เพราะมีให้มาครบเลย มีทั้งสาย RCA to RCA ที่เอาไว้เชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเล่นเพลง ดีวีดี วีซีดี ต่างๆ แต่ถ้าจะเอาไปเชื่อมต่อกับชุดคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านช่องหูฟัง 3.5 มม. ก็มีสายแจ็ค 3.5 to RCA มาให้อีก 1 เส้น ครบเลย ที่ตัวรีโมทเอง ก็สามารถที่จะควบคุมการใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชั่นที่มีมาให้ในตัวลำโพงรุ่นนี้เลย ส่วนวิธีใช้งานก็ไม่ได้ยากอะไร ก็เพียงแค่เสียบปลั๊กเพาเวอร์ที่ให้มา แล้วจากนั้นก็เสียบสายเชื่อมต่อลำโพงด้านขวาไปด้านซ้าย ที่มีแถมมาให้ มีความยาวประมาณ 2.5 เมตร ส่วนการดีไซน์ตัวตู้ลำโพงนั้น ให้เนื้อเบสออกมาเป็นแบบเบสรีเฟค มีท่อเบสอยู่ภายใน แล้วก็จะมีดอกลำโพงเสียงแหลม Twitter ขนาด 13 มม. มาให้ข้างละ 1 ตัว พร้อมกับ woofer ขนาด 4 นิ้ว จำนวนข้างละ 1 ตัวเช่นเดียวกัน

   ในส่วนของราคานั้นอยู่ที่ 3,9xx บาท ต่อ 1 คู่ ใครที่วางงบเอาไว้เท่านี้ก็ลองไปฟังเสียงจริง ตัวจริงกันได้ แต่หลังจากที่แอดมินได้ทดสอบใช้งานมาก่อนหน้านี้ ก็รู้สึกว่าเนื้อเบสของเขานั้นเกินตัว เป็นเนื้อเบสแบบลูกใหญ่ๆ แต่มีความกระชับ พร้อมกับเสียงกลางที่เน้นเรื่องความคมชัดของเสียงดี จะออกแนวเสียงไปทางใสๆ ทั้งย่านกลางและแหลม ปลายเสียงก็ถือว่าไม่บาดหู แต่ให้แหลมคมได้ดี ถือว่าเป็นลำโพงที่ให้งานได้อเนกประสงค์ทั้งในห้องโถงใหญ่ๆ หรือห้องเล็กๆ กำลังเสียงก็เอาอยู่เลยทีเดียว

รีวิว หูฟัง 1More Piston Pod หูฟังที่จะทำให้คุณใช้งานมากกว่า 1 ครั้ง คุณภาพและวัสดุดีมีความเป็น HiFi

 

   หลายท่านที่ชอบฟังเพลงด้วยหูฟัง และ กำลังมองหาหูฟังที่ฟังสบายๆ ไม่เจ็บหู คุณภาพเสียงดีๆ อะไรแบบนั้น ในตอนนี้ 108plaza ก็มีอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์จากแบรนด์ 1More แบรนด์ที่ทำหูฟังที่มีคุณภาพดีอีกหนึ่งแบรนด์มาให้ได้ใช้งานกัน รุ่นที่นำมารีวิวก็มีชื่อว่า 1More Piston Pod เป็นหูฟังแบบ Earbud ด้วย ซึ่งใครที่ไม่ชอบใช้หูฟังแบบ inear ก็ลองเข้ามาติดตามกันได้ มาพร้อมกับระบบเสียง balance armature driver ด้วย

   ก็ต้องบอกว่าจุดเด่นของหูฟัง Earbud ที่หลายๆ คนชอบก็คือ มันพกพาง่าย ใช้งานได้นานแบบไม่รู้จึกเจ็บหูฟรือรำคาญข้างในรูหูเหมือนกับหูฟัง inear แต่ก็แน่นอนว่ามันก็ต้องแลกมากับจุดด้อยที่อาจจะมีเสียงภายนอกแทรกเข้าไปได้เยอะกว่าแบบ inear อันนี้ก็ต้องเลือกใช้งานกันตามความชอบส่วนตัวกันได้

   ในเรื่องของการดีไซน์ตัวหูฟังนั้นบอดี้ตัวหูฟังเอ็นเป็นอะลูมีเนียมขึ้นรูป พร้อมกับสายคุณภาพถือว่าดีใช้ได้เลย เป็นสายถักที่สามารถกันเหงื่อ กันน้ำได้ แต่ตัวหูฟังเองไม่สามารถกันน้ำได้ตรงนี้ต้องระวังกันด้วย กันได้แค่เฉพาะสายเท่านั้นเอง พร้อมกับมีไมค์โครโฟนติดมาให้ด้วย สามารถที่จะกดรับสายได้เลย คือซื้อไปใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟนได้ แต่ที่เด่นไปกว่านั้น หูฟังรุ่นนี้เอง ได้รับรางวัลดีไซน์ อาวอร์ด ประจำปี 2016 ด้วย ก็ถือว่ามีเครื่องหมายการันตีมาแล้วในเบื้องต้นว่ามันเป็นหูฟังที่สวยงามจริงๆ

   สำหรับหูฟัง IMore Piston Pod ตัวนี้เอง มีเปิดตัวมาให้เลือกด้วยกัน 2 สี ก็คือ สีดำ และ สีทอง ภายในกล่องก็จะมีเคสใส่หูฟัง เป็นเคสแข็ง ป้องกันความเสียหายได้ด้วย ก็จะสะดวกเวลาที่พกพาไปที่ต่างๆ ได้ง่ายนั่นเอง นอกจากนั้นก็ยังมีถุงหิ้วแบบเป็นกระเป๋าใส่หูฟังก็มีมาให้ด้วย ก็เลือกได้ว่าจะใส่เป็นเคสไปหรือใส่ถุงหิ้วเป็น ซอฟเคส ก็ได้ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ภายในกล่องก็ยังให้ตัว eartip มาให้อีก 2 ขนาด เป็นขนาดบางๆ และขนาดหนาๆ ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าจะชอบใช้งานแบบไหน ถัดมาอีกหนึ่งตตัวก็คือ ตัวคล้องหู ป้องกันในเรื่องของหูฟังชอบหลุดออกจากรูหู ก็ให้มา 2 คู่ นอกจากนั้นก็มีอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริม ก็คือ จะแถมตัวคริปหนีบปกเสื้อมาให้ด้วย สามารถเอาไปใช้หนีบไมค์กับตัวปกเสื้อได้ด้วย เป็นคริปอะลูมีเนี่ยมอย่างดีเลย ก็ถือว่าเป็นหูฟังที่มีของแถมมาให้เยอะจริงๆ นอกจากนั้นก็จะเป็นตัวหูฟัง พร้อมกับมีคู่มือการใช้งานมาให้ด้วย

   มาพูดถึงเรื่องของสเปคภายในสินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้กันบ้าง ภายใน่ตัวหูฟังเอง จะมีตัว driver ขนาดข้างละ 10 มม. มาให้ พร้อมกับการดีไซน์ห้องเสียงที่จะมีตัวฟิลเตอร์กรองเสียงให้เสียงเบสกระพรือออกมาด้านหลัง เป็นคล้ายๆ การจำลองเบสรีเฟคมาให้ด้วย นอกจากนั้น 1More เองก็ใส่เทคโนโลยีที่เรียกว่า balance armature driver เข้าไปที่หูฟังรุ่นนี้อีกด้วย อธิบายขยายความก็คือว่า เป็นการออกแบบตัว driver ด้วยขดลวดชนิดพิเศษของเขาเอง ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการตอบสนองเรื่องของกระแสไฟเหนี่ยวนำที่ทำให้เกิดเสียงมันแม่นยำมากขึ้น ซึ่งพูดง่ายๆ ว่าระบบนี้จะช่วยในเรื่องของการแก้ไขความผิดเพี้ยนที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุดหรือเกือบจะไม่มีความผิดเพี้ยนเลย อะไรแบบนั้น ในส่วนของสายหูฟังนั้น ให้เป็นแบบสาย Y มาด้วย เป็นความยาวทั้งด้านซ้ายและขวายาวเท่ากัน ไม่ได้สั้นข้าง ยาวข้าง ไม่ใช่ พร้อมกับตัวไมค์โครโฟนและปุ่มการใช้งาน ก็จะมีปุ่มกดรับสาย วางสายได้ในปุ่มเดียวกัน กด 2 ครั้งเป็นการวางสาย พร้อมกับปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง ตัวสายมีความยาว 1.3 เมตร ค่าความด้านทานของ driver อยู่ที่ 32 โอห์ม สามารถทำความดังได้ที่ 107 dB ตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 20Hz 20kHz ซึ่งหูฟังรุ่นนี้ก็สามารถใช้สมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นเพลงพกพาขับเสียงได้เลย ไม่ต้องมาตัว DAC/Amp มาช่วยขับเสียงเลย

   สำหรับเรื่องของแนวเสียงหูฟังรุ่นนี้ จะให้เสียงที่ไปในแนวไพเราะๆ ฟังเพลงสบายๆ เน้นความโปร่งของเสียงกลาง เสียงร้องชัดเจน ออกแนวเสียงร้องหวานๆ พร้อมเสียงแหลมที่ใสเคลียร์ ส่วนเรื่องของมิติเสียงเบสจะไปในทางนุ่มนวล ละมุนหู ซึ่งบอกได้เลยว่าไม่เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงมันส์ๆ เน้นเบสอย่างเดียว แบบนั้นไม่ใช่แน่นอน ก็ลองไปหาฟังด้วยหูของทุกท่านเองกันก่อนได้ ก่อนที่จะซื้ออยู่ที่ความชอบของแต่ละท่านกันเลย ในงบเพียงแค่ 1 พันบาทยังมีทอน

รีวิว SoungMagic E10C หูฟังที่มีการการันตีคุณภาพจาก What Hi-Fi ว่าเป็นหูฟังระดับ 5 ดาว มันจะดีอย่างไรไปดูกัน

 

   ใครที่กำลังมองหาหูฟังดีๆ สักหนึ่งคู่ เพื่อที่จะใช้ในการฟังเพลงคู่กับสมาร์ทโฟนก็ได้ หรือว่า จะใช้กับเครื่องเล่นต่างๆ เพื่อที่จะใช้ฟังเพลงแบบ Hi-Fi คือเป็นแบบหูฟังสำหรับคนที่หูเทพ ฟังเสียงแบบเทพๆ ออก แล้วก็เน้นการฟังแบบมีรายละเอียดของเสียงเพลงเยอะๆ ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้ ก็เลยมีหูฟังตัวนี้เลย SoundMagic รุ่น E10C ที่ได้รับรางวัลการการันตีจาก What Hi-Fi เป็นนิตยสารที่ทำรีวิว gadget ต่างๆ ที่มีความเชื่อถือในระดับโลก ให้การการันตีเอาไว้ ฉะนั้น เรื่องของคุณภาพเสียงหูฟังรุ่นนี้ได้รับการการันตีเป็นระดับ 5 ดาว แต่จะ 5 ดาวอย่างไรต้องมาพิสุจน์กันเลย

   สำหรับตัว SoundMagic E10C หูฟังตัวนี้จะมีเปิดตัวออกมาให้เลือกใช้งานกันทั้งหมด 4 สีด้วยกัน ก็จะมี สีดำ สีเงิน สีทอง แล้วก็สีน้ำเงิน ซึ่งรุ่น E10C ก็เป็นตัวที่พัฒนาเพิ่มขึ้นมาจากเดิม ก็คือจะสามารถใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟนทั้งฝั่ง IOS และ Android ได้เลย แล้วก็จะมีไมค์โครโฟน ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงเข้ามา สามารถเป็นแบบ small talk ได้เลย แต่รุ่นเดิมจะฟังเพลงได้อย่างเดียว การดีไซน์ก็อย่างที่เพื่อนๆ เห็นในรูปด้านบน มันก็เป็นหูฟังแบบ in ear ที่ออกแบบสายมาให้มีความคงทน ใช้งานก็สมบุกสมบันได้เลย ไม่ขาดง่ายแน่นอน ข้างในกล่องก็จะมีตัวกระเป๋าใส่หูฟังชิ้นเล็กๆ มาให้ด้วย เวลาที่พกพาใส่กระเป๋าเดินทางหรือว่าพกไปตามที่ต่างๆ ก็จะไม่ทำให้สายขาดได้ง่าย ถ้าใส่ถุงหูฟังที่ให้มา ก็จะช่วยยึดอายุการใช้งานไปได้นานเลย สิ่งที่ให้มาเยอะเลยก็คือตัวจุกซิลีโคลนที่เอาไว้เลือกให้เหมาะกับขนาดหูของแต่ล่ะคน มีมาให้เลือกใช้งานกันมากถึง 7 คู่ รวมทั้งที่อยู่ติดกับตัวหูฟังมาแล้ว นอกจากนั้น ในกล่องก็ยังให้ตัวแปลงเป็นแจ็คแปลงสัญญาณ ซึ่งจะเรียกว่าตัวแด็กซ์แปลงสัญญาณ สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงแบบขั้นสูงจริงๆ แค่ความดังในกำลังขับของตัวสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นทั่วไป เสียบแล้วฟังเฉยๆ มันไม่สะใจ ไม่ดังพอ ไม่มีรายละเอียดมากพอ อุปกรณ์จำพวก แด็กซ์ ภาคขยายที่จะมาช่วยทำให้เสียงมันมีความดังและก็ใช้ในการแปลงไฟล์เพลงทั่วไปให้เป็นไฟล์เพลงที่มันละเอียดมากขึ้น ก็จะมีแถมมาให้ในกล่องเลย อย่างที่บอกไว้ว่า หูฟังคู่นี้ รุ่นนี้ มันเหมาะกับคนทั่วไปที่ชอบฟังเพลงจากสมาร์ทโฟน จากเครื่องเล่นปกติ เสียบฟังเพลงเฉยๆ ก็ใช้ได้ คุณภาพเสียงที่ได้ก็จะดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าอยากให้ดีๆ ดีมากๆ ขึ้นไปอีก ก็ต้องไปหาซื้อตัวแด็กซ์ภาคขยายอย่างที่แอดมินบอกไปเมื่อสักครู่ ก็จะมีขายแยกต่างหากอยู่ แต่ต้องบอกว่าคุณต้องเป็นคนหูเทพจริงๆ นะครับ คือแยกเสียงออกว่าแบบนี้ดีหรือไม่ดี แต่ถ้าเราทั่วไป มีเสียงเบสมาเต็ม เสียงร้องได้ยินชัดเจน ดังเพราะ ไม่บาดหู เสียงแหลมใสๆ หูฟังตัวนี้ก็ตอบโจทย์ได้แบบไม่ต้องไปเสียเงินเพิ่มแต่อย่างใด

   แอดมินเองก็ไปอ่านข้อมูลการรีวิวจากต่างประเทศมา เกี่ยวกับตัวหูฟังรุ่นนี้ ที่เป็นสายถัก จะสังเกตว่าถ้าเราใช้หูฟังที่เป็นสายถัก มันมีความทนทานก็จริงอยู่ มันไม่ขาดง่าย สายจะไม่ขาดใน แต่เมื่อใช้ไปนานๆ สายถักเมื่อโดนเหงื่อ มีการใช้งานไปนานๆ สายจะแข็ง จะม้วนเก็บยาก นี่คือปัญหาของสายถักทั่วไป แต่พอไปอ่านรีวิวในต่างประเทศที่เค้าใช้มานานๆ ก็มีการรีวิวมาตรงกันว่าสายถักของหูฟังรุ่นนี้ไม่แข็ง จะอ่อนนิ่มอยู่ปกติ ก็ถือว่ามันเป็นส่วนดีที่ทางผู้ผลิตใช้วัสดุที่ดีกว่าที่มีขายกันในท้องตลาดบ้านเรา ตัวสายหูฟังที่ให้มาก็มีความยาวที่ 1.2 เมตร ที่ตัวหูฟังก็จะมีบอกว่าเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวาอย่างชัดเจน พยายามใช้งานให้ถูกข้างด้วยนะครับ เพื่อเสียงที่ได้จะมีคุณภาพและมิติเสียงที่ดี

   จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างของ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือ การตอบสนองความถี่ที่รองรับได้ในย่านที่ต่ำมากๆ เชื่อว่าหาได้ยากเลยสำหรับหูฟังทั่วไป ก็คือจะได้ตั้งแต่ 15Hz ไปจนถึงย่านความถี่สูงๆ ที่ 22kHz เลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ใครที่ชอบเสียงเบสแน่ๆ ย่านต่ำมากๆ หูฟังตัวนี้เอาอยู่ ราคาก็ประมาณไม่เกิน 1,4xx บาท ถือว่าสเปคดีแบบนี้ ราคาไม่แพงแบบนี้ ก็ลองไปหาฟังด้วยตัวเองกันดูได้เลย

 

Preview Freedom 251 สมาร์ทโฟนที่ราคาถูกที่สุดในโลก เพียง 130 บาท เท่านั้น

 

   ก็ต้องบอกว่ายุคนี้ ยุคแห่งการแข่งขันทางการตลาดสมาร์ทโฟนจริงๆ แล้วในตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราเอง ก็มีการแข่งขันกันที่เรียกว่าตายกันไปเป็นรายๆ เลย เพราะว่าแข่งขันกันลดราคาแต่เพิ่มสเปคกันให้สูงขึ้นไปเพื่อความน่าสนใจ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ก็ถือว่าเป็นผลดีต่อผู้บริโภคอย่างเราๆ นั้นเอง แต่ในครั้งนี้ เว็บไซต์ 108plaza มีสมาร์ทโฟนที่คิดว่าน่าจะเป็นอะไรที่ฮือฮาไปทั่วทั้งโลก เพราะเชื่อหรือไม่ว่า สมาร์ทโฟนราคาหลักพันนิดๆ ก็ว่าถูกแล้ว แต่เพื่อนๆ คิดกันหรือไม่ว่า ตอนนี้มีสมาร์ทโฟนราคา เพียง 130 บาทเท่านั้น เปิดตัวออกมาขายกันแล้วจะเป็นที่ไหน ในบ้านเราหรือไม่ ไปติดตามกันเลย

   ก่อนจะไปพรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ รุ่นที่บอกว่า มีราคาเพียง 130 บาทเนี่ยนะครับ ดูรูปตัวอย่างสินค้าแล้วอย่าเข้าใจผิดนึกว่าเป็น ipone ไม่ใช่นะครับ แล้วก็เป็นที่น่าเสียดายด้วย เพราะสมาร์ทโฟนราคาแสนจะถูกนี้ มีชื่อว่า Freedom 251 มีขายแต่ในประเทศอินเดียเท่านั้นครับในตอนนี้ แต่ 108plaza ของเราเป็นเว็บไซต์เรียกว่าอัพเดทข่าวสารกันทั่วโลก มีอะไรดีๆ อะไรใหม่ๆ ก็ต้องมาแจ้งให้กับเพื่อนๆ ของเราได้ทราบกันอย่างต่อเนื่องนั้นเองนะครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ประเทศอินเดีย ก็มีข่าวหลุดออกมาว่าจะมีสมาร์ทโฟนราคาถูก แบบถูกแสนถูกออกมาขาย แต่ตอน่นั้นประชาชนในอินเดียก็ไม่เชื่อครับ ก็เลยคิดว่าข่าวนี้คงเป็นแค่กระแสเท่านั้น ใครจะบ้าทำสมาร์ทโฟนราคาแบบนี้มาขาย แล้วมันจะได้กำไรหรือไม่ คงไม่มีหรอก อะไรแบบนี้นะครับ ก็เลยเงียบหายกันไปสักพักหนึ่ง แต่ตอนนี้ก็เหมือนกับข่าวช็อคโลกเลยทีเดียว เพราะว่าสมาร์ทโฟน Freedom 251 ที่ว่านี้พร้อมส่งถึงมือลูกค้าในอินเดียแล้วครับ

   เหตุผลที่ว่าทำไมต้องตั้งชื่อว่าเป็น freedom 251 นั้นทุกท่านทราบหรือไม่ครับ แต่คำตอบก็คือ มันเป็นตัวเลขที่วางขายในอินเดีย ด้วยจำนวน 251 รูปี นั้นเอง ก็คิดเป็นเงินไทยแล้วก็ประมาณอย่างที่บอกไปว่า 130 บาทเท่านั้นเอง ซึ่งบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็พร้อมที่จะส่งมอบลูกค้าตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2016 เป็นต้นมาแล้ว ซึ่งตามข้อมูลที่ทางทีมงานได้ทราบมานั้น ก็พบว่ามีสเปคคร่าวๆ ดังนี้ครับ มีขนาดหน้าจอ 4 นิ้ว กล้องหลังความละเอียดที่ 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียดที่ 3.2 ล้านพิกเซล ในส่วนของชิปประมวลผลเป็นแบบ Quad core 1.3 GHz .ให้ RAM มาที่ 1 GB แล้วก็ให้หน่วยความจำภายในตัวเครื่องมาแบบพอหยิบจับได้ก็คือ 8 GB ความจุของแบตเตอร์รี่ที่ให้มานั้นอยู่ที่ 1800 mAh และระบบปฏิบัติการภายในนั้นเป็น Android 5.1 lollipop นั้นเอง ถือว่ามันไม่ธรรมดาเลยสำหรับราคา 130 บาทไทยเนี่ยนะครับ

   เพื่อนๆ คงสงสัยกันแล้วสิครับว่า ทำไมผู้ผลิตรายนี้ จึงผลิตสมาร์ทโฟนออกมาวางขายในราคาเท่านี้เอง แล้วมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร โดยนาย โมหิต โกแอล เป็นเจ้าของบริษัทแบะผู้ก่อตั้งบริษัท ลิงกิ้ง เบล ซึ่งเป็นเจ้าของผู้ผลิตสมาร์ทโฟน freedom 251 เครื่องนี้ก็บอกเอาไว้ว่า สาเหตุที่ในช่วงแรกที่มีข่าวลือออกมาหนาหูว่าจะมีสมาร์ทโฟนในราคาแบบนี้ออกมาวางขายจริงหรือไม่ แล้วในที่สุดก็เงียบหายไป แล้วล่าสุดนี้ก็มีออกมาวางขายจริงๆ นั้นก็เพราะว่า บริษัทเอง ไม่อยากจะโดนข้อคอระหาได้ว่าจะเป็นการลอกลวงประชาชนหรือไม่ ก็เลยต้องเงียบเรื่องนี้เอาไว้ก่อน จนกว่าจะผลิตตัวเครื่องจริงๆ ออกมาจนแล้วเสร็จและพร้อมวางจำหน่ายในอินเดียไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้นเอง ซึ่งตามข่าววงการไอทีต่างประเทศก็ยังบอกอีกว่า สมาร์ทโฟนเครื่องนี้ตั้งราคาเอาไว้เท่านี้ ก็ยังไม่ได้กำไรอยู่ดี โดยจะขาดทุนอยู่ประมาณ 151 รูปี ก็คือขาดทุนเกินว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของตัวเครื่องแน่นอน แต่เพราะอะไรผู้บริหารของบริษัทนี้จึงยอมขาดทุนได้ถึงขนาดนี้ ก็เพราะว่า ตอนนี้ในอินเดียนั้น ยังมีผู้ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงวงการไอทีและโลกอินเตอร์เน็ตและการติดต่อสื่อสารจากภายนอกอีกมาก แล้วผู้บริหารบริษัทนี้ก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะนำเครื่องสมาร์ทโฟน freedom 251 เครื่องนี้ไปขายให้กับผู้ที่อยู่ในชนบทของประเทศอินเดียก่อน เพื่อให้ผู้คนในอินเดียที่อยู่ห่างไกลได้เข้าสู่ช่วงยุคดิจิตอลได้อย่างเต็มตัวมากยิ่งขึ้นนั้นเองครับ

   ก็แน่นอนละครับว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมาพรีวิวกันในตอนนี้ของเราที่นี่ เว็บไซต์ 108plaza ก็คือเป็นสมาร์ทโฟนราคาถูกที่สุดในโลกตอนนี้แต่อยู่ที่ประเทศอินเดียนั้นเอง ส่วนจะเข้ามาที่บ้านเราหรือไม่ คงมีความเป็นไปได้น้อยมากเลย นอกจากว่าจะมีผู้ใหญ่ใจดียอมขาดทุนเหมือนกับผู้บริหารคนนี้ในอินเดียทำขึ้นมาขายบ้างนะครับ

รีวิว หูฟังบลูทูธตัวใหม่ล่าสุด! จาก Bose sound sport และ sound sport pulse หูฟังสำหรับคนออกกำลังกายโดยเฉพาะ

 

   อีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ สำหรับคนรักการออกกำลังกายมีมารีวิวกันอีกแล้วครับเพื่อนๆ ในครั้งนี้เว็บไซต์ 108plaza ของเรามีหูฟังบลูทูธที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นเดือน มิถุนายน 2016 ที่ผ่านมานี้เอง ถือว่าออกแบบมาให้พร้อมใช้งานทางด้านของการออกกำลังกายโดยเฉพาะเลย เป็นหูฟังจากแบรนด์ดังเลยทีเดียว จะมีความน่าสนใจแค่ไหน ไปอ่านรีวิวกันเลยครับ

   ก็เป็นหูฟังแบบ่บลูทูธตัวใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Bose มีชื่อรุ่นว่า sound sport แล้วก็อีกหนึ่งรุ่นเป็น sound sport pulse นั้นเองนะครับ แต่สำหรับแบรนด์นี้แล้วก็เคยผลิตหูฟังบลูทูธประเภทนี้ออกมาวางจำหน่ายมาแล้วในหลายๆรุ่นด้วยกัน แต่รุ่นล่าสุดนี้ ถือว่าเป็นรุ่นที่ปรับปรุงขึ้นมาให้ใช้งานได้ดีขึ้น เป็นพลาสติกที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่มีน้ำหนักเบา ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานเองนั้นจะรู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ารำคาญเวลาที่เราออกกำลังกายอยู่ เหนื่อยๆ เหงื่อเยอะๆ หูฟังถ้าหนักๆ แล้วก็ไม่มีการออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานก็จะรู้สึกว่ามันน่ารำคาญมาก แต่หลังจากแอดมินได้ทดสอบแล้ว ก็ถือว่าใช้งานได้ดีครับ เนื่องจากตัวซีลีโคลนที่ให้มานั้นออกแบบมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว แล้วก็มีวิงค์ที่ออกแบบมาช่วยให้สมวมใส่ได้สบายมากขึ้นด้วยนั้นเอง มาดูกันที่ตัวสเปคของหูฟังบลูทูธ sound sport กันบ้างนะครับ มันสามารถป้องกันน้ำแล้วก็เหงื่อได้ด้วย แบตเตอร์รี่สามารถใช้งานได้ติดต่อกันนาน 6 ชั่วโมง ราคาที่เปิดตัวมานั้น ในต่างประเทศก็จะอยู่ที่ประมาณ 150 เหรียญ เมื่อคิดเป็นเงินไทยแล้ว 5,3xx บาท แพงไม่แพงอย่างไร คิดคำนวณกันเอาเองนะครับ แต่ว่าเป็นหูฟังที่เป็นแบรนด์ระดับอินเตอร์เลยทีเดียว

   สำหรับหูฟังบลูทูธอีกหนึ่งรุ่นที่เปิดตัวมาพร้อมๆ กัน ก็คือรุ่น Bose sound sport pulse นั้นเอง เรื่องของสเปคก็จะคล้ายๆ กับตัวแรก ก็คือ จะสามารถที่จะป้องกันน้ำและเหงื่อได้ แล้วก็สามารถใช้งานได้นานนานติดต่อกันถึง 6 ชั่วโมงด้วยกัน แต่ก็มีฟี่เจอร์ที่เด็ดกว่านั้นเพิ่มขึ้นมาอีก ก็คือจะมีเซนเซอร์การตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจมาให้ด้วย จะสามารถตรวจสอบการเต้นของหัวใจผ่านตัวแอปพลีเคชั่นของ Bose connect เองได้ด้วย สามารถใช้กับสมาร์ทโฟนทั้งในฝั่งที่เป็นระบบปฎิบัติการ IOS แล้วก็ระบบปฏิบัติการ Android นะครับ แต่ถ้าใช้ทั้งฟังก์ชั่นที่ครอบเลย ทั้งการฟังเพลง หรือ การคุยโทรศัพท์ผ่านตัวหูฟังบลูทูธตัวนี้นะครับ ก็จะสามาถที่จะทำได้ แล้วก็ใช้ฟี่เจอร์วัดอัตรการเต้นของหัวใจไปด้วยเนี่ยนะครับ แอดมินได้ทำการทดสอบแล้ว แล้วก็จับเวลาการใช้งานดู ปรากฏว่ารุ่น bose sound sport pulse ตัวนี้จะสามารถใช้งานได้น้อยลง จากรุ่นที่ไม่มีตัวเซนเซอร์วัดอัตตราการเต้นของหัวใจจะสามารถใช้งานได้นาน 6 ชั่วโมงใช่ไหมครับ แต่ตัว sound sport pulse จะใช้งานได้นานติดต่อกันแค่ 5 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ซึ่งทาง Bose เองก็เปิดตัวราคาจากต่างประเทศในรุ่น sound sport pulse นี้ออกมาราว ๆ 200 เหรียญ หรือถ้าคิดเป็นเงินไทยแล้วก็อยู่ที่ 7,xxx บาทครับ ถือว่าแพงอยู่เหมือนกับ กับการที่เราไปหาซื้อหูฟังบลูทูธในรุ่นที่ใช้งานได้เหมือนกับ และ ไปหาสายรัดข้อมือที่เป็นสายรัดข้อมือราคาเบาๆ แต่ก็มีฟังก์ชั่นวัดอัตราการเต้นของหัวใจด้วยเนี่ย ก็ถือว่าจะคุ้มค่ากว่า อันนี้ก็เป็นข้อเสนอแนะของแอดมินสำหรับคนที่งบน้อยนะครับ แต่ใครที่คิดว่า แบรนด์ Bose เขาก็เด่นเรื่องของคุณภาพเสียง หูฟังของเขาก็ไม่ธรรมดานะครับ มิติของเสียงจากหูฟังที่ได้นั้นก็ถือว่าเป็นระดับ hi-end เลยทีเดียว สำหรับหูฟังของทั้ง 2 รุ่นนี้ ยังไม่มีการวางจำหน่ายในบ้านเราและทั่วโลกตอนนี้นะครับ แต่จะวางขายในช่วงเดือน กันยายน 2016 ที่จะถึงนี้ แล้วก็คาดว่าจะเปิดตัวมาพร้อมๆ กับ iphone 7 และ 7 plus ที่คาดว่าจะตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 ออกไป

   ถ้าเป็นไปตามนั้นจริงๆ ไอโฟน ไม่มีช่องเสียบหูฟัง ตัว gadget สินค้าอินเทรนด์ จาก Bose รุ่นนี้ที่เป็นหูฟังแบบบลูทูธนี้ ก็จะสามารถวางขายได้ดีในการใช้งานของไอโฟน ที่จะเปิดตัวมาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ก็ถือว่าเป็นของที่คู่กันอย่างลงตัว แต่ก็แน่นอนว่าคนที่ใช้ไอโฟน ซื้อตัวเครื่องอย่างเดียวก็แพงอยู่แล้ว ก็จะต้องมาซื้อหูฟังบลูทูธอีก ก็ยิ่งแพงไปใหญ่ apple คงไม่แถมหูฟังบลูทูธมาอย่างแน่นอนนะครับ

Review ลำโพงบลูทูธแบบพกพา DENON ENVAYA เสียงดีอย่าบอกใคร

   108plaza รีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ มีสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกอีกหนึ่งตัวมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันครับ เป็นลำโพงแบบบลูทูธที่สามารถพกพาไปได้ทกที่ ใครที่ชอบฟังเพลงแบบนอกสถานที่เนี่ยผมว่าลำโพงตัวนี้จัดว่าเด็ดเลยทีเดียวครับ เพราะหลังจากที่ผมเองก้ได้ลองใช้งานมาสักประมาณ 1 สัปดาห์แล้วนะครับ พบว่าคุณภาพใช้ได้เลยทีเดียว แต่เรื่องของราคาก็จะสูงสักนิดหนึ่ง แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าครับ รายละเอียดจะเป็นอย่างไร แล้วตัวสินค้าจะเป็นแบบไหน มาดูกันครับ

   รูปตัวอย่างสินค้าที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้ที่เพื่อนๆ เห็นเป็นรูปทรงกระบอกยาวๆ ตัวนี้แหละครับ เป็นลำโพงบลูทูธที่มีชื่อว่า DENON ENVAYA ครับ ถือว่าแบรนด์นี้ก็เป็นแบรนด์เครื่องเสียงระดับ HIFI เลยทีเดียว ถือว่าเป็นแบรนด์สินค้าระดับโลกเลยทีเดียว ปกติแบรนด์นี้เค้าจะทำเครื่องเสียงขนาดใหญ่ เป็นโฮมเทียร์เตอร์ อะไรแบบนั้นเลย แต่ครั้งนี้เค้ามาทำลำโพงขนาดเล็กที่ให้คุณภาพเสียงที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวครับ

   แน่นอนครับว่าเป็นลำโพงแบบบลูทูธนี้มันต้องสามารถเชื่อมต่อกับพวกสมาร์ทโฟนหรือว่าเครื่องเล่นต่างๆ ที่ส่งสัญญาณเป็นแบบไร้สายได้นั้นเอ แล้วตรงข้างกล่องเค้าก็มีเขียนเอาไว้ว่า ลำโพงตัวนี้สามารถป้องกันคลื่นสัญญาณรบกวนได้ด้วย สามารถเปิดเพลงได้ตรงตามเสียงของต้นฉบับได้ดี แล้วก็มีฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อแบบแตะแล้วติดอย่าง NFC ได้อีกด้วย สำหรับขนาดของตัวลำโพงนั้นมีความหนาประมาณ 4 เซนติเมตรเท่านั้นเองครับ แล้วในกล่องก็จะแถมตัวสายชาร์จที่เป็นหัวปลั๊กแบบที่สามารถนำไปเสียบได้ทุกประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว แค่นั้นยังไม่พอครับ ในกล่องยังแถมตัวหน้ากากที่สามารถเปลี่ยนหน้ากากได้หลายๆ สีอีกด้วย เผื่อว่าเวลาใครที่เบื่อง่ายอยากจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ก็สามารถเปลี่ยนได้นะครับ หน้ากากที่แถมมาก็มีสีฟ้า สีขาว สีชมพู แล้วก็สีส้ม ก็เปลี่ยนกันให้จุใจไปเลยนะครับ แล้วตัวลำโพงเองก็มีความยาวอยู่ที่ 26 เซนติเมตร แล้วก็มีความกว้างอยู่ที่ 14.5 เซนติเมตร แล้วก็มีน้ำหนักอยู่ที่ 1.2 กิโลกรัม ก็ไม่ได้หนักมากอะไร สามารถพกพาไปได้

   ทีนี้มาดูด้านในของตัวลำโพงตัวนี้กันบ้างนะครับ ตัวด้านหน้าจะมีโลโก้ DENON มาเห็นชัดเจน ตัวตะแกรงด้านหน้าเป็นตะแกรงเหล็ก ส่วนด้านบนนั้นจะเป็นปุ่มควบคุมต่างๆ จะมีไฟ LED บอกถึงสถานะของตัวแบตเตอร์รี่ด้วย แล้วก็มีปุ่มเพาเวอร์ แล้วก็มีช่องเสียบสัญญาณ input แบบ 3.5 มิลลิเมตร ถัดมาก็จะเป็นปุ่ม pair Bluetooth แล้วถัดมาก็จะเป็นตัวแตะแล้วติด NFC นั้นเองครับ ถัดมาอีกหนึ่งปุ่ม ก็จะเป็นปุ่มเพิ่มลดเสียง ส่วนด้านข้างของตัวลำโพงนั้นก็จะเป็นช่องเสียบสายชาร์จ แล้วก็จะมีปุ่ม reset ในกรณีที่บางทีเราค้นหาบลูทูธไม่เจอ หรือว่าไม่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณกันได้ แล้วที่จัดว่าเด็ดอีกหนึ่งฟังก์ชั่นของลำโพงบลูทูธตัวนี้นะครับ ก็คือมันสามารถที่จะชาร์จแบตให้กับสมาร์ทโฟนเราได้ด้วย พูดง่ายๆ ก็คือว่า มันยังเป็นเพาเวอร์แบงค์ในตัวได้อีกด้วยนั้นเองครับ เราก็อาจจะให้ชาร์จแบตให้กับสมาร์ทโฟนในยามฉุกเฉินก็พอจะได้นะครับ จะชาร์จได้ประมาณครั้งหรือสองครั้งนะครับ ด้านหลังของตัวลำโพงนั้นมีขาตั้งมาให้ด้วย ก็กางออกมาแล้วก็ตั้งได้ตามพื้นได้เลย ด้านในตัวเครื่องก็จะประกอบไปด้วยลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 เป็นลำโพงขนาด 2 นิ้ว 2 ตัวด้านซ้ายและขวา ที่ให้เสียงกลางแหลม แล้วตรงกลางก็เป็นลำโพงที่ให้เสียงในย่านความถี่ต่ำหรือเสียงเบสนั้นเอง มีขนาด 4 นิ้ว 1 ตัวอย่างตรงกลางเลยนะครับ ต้องบอกเลยนะครับ หลังจากที่ผมเองได้ทดสอบเปิดฟังเพลงมาแล้ว หลายๆ แนวด้วยกัน บอกเลยว่าเสียงที่ได้นั้นชัดเจน กระจ่าง ถ้าฟังเพลงแนวเบาๆ แนวแจ๊สก็ดูโอเคร หรือว่าจะฟังแนวหนักหน่วงแบบร็อคไปเลย ก็ได้เช่นกันครับ ก็เรียกว่าลำโพงคุณภาพดีๆ แบบนี้เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ระดับไฮเอนด์นะครับ เสียงที่ได้นั้นก็ถือว่าคุ้มค่าครับ

   เพื่อนๆ คนไหนที่อยากจะได้ลำโพงบลูทูธสักเครื่องหนึ่งเอาไว้ฟังเพลงนะครับ ก็ลองไปหาดู gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ผมได้นำมารีวิวตัวนี้ดู เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการตัดสินใจ อย่างไรแล้วก่อนที่จะซื้อก็อยากจะให้เพื่อนๆ ได้ไปลองฟังด้วยตัวเองดูก่อนนะครับ แล้วเพื่อนๆ อาจจะไม่ผิดหวังก็ได้นะครับ แต่เรื่องของราคาลำโพงตัวนี้ก็จะอยู่ที่ประมาณ 7 พันบาทมีทอนนะครับ ก็มีอีกหลายๆ แบรนด์ดังๆ ก็มีราคาแพงกว่านี้ด้วยนะครับ ก็ลองไปหาดูตัวจริงกันได้นะครับ

Review Rode Link Wireless Microphone ไมค์ไร้สายสำหรับการบันทึกวีดีโออย่างง่าย

 

   ปัจจุบันนี้มีเพื่อนๆ หลายคนที่ผันตัวเองมาเป็นนักจัดรายการ หันมาทำคลิปวีดีโอต่างๆ กันมากมาย ทั้งรายการบันเทิง ทั้งนักรีวิวที่เอาสินค้าตัวนั้น ตัวนี้ที่อยู่ในเทรนด์มาทำการรีวิวแล้วก็มาขายผ่านทางช่องทางออนไลน์หรือตาม youtube ต่างๆ กันเยอะขึ้น เรื่องของการทำวีดีโอนั้นสิ่งสำคัญเลยก็คือต้องมีภาพที่คมชัด เสียงที่บันทึกต้องชัดเจน ต้องไม่มีเสียงรบกวนจากภานนอก ถึงจะเป็นคลิปวีดีโอที่ดี ในตอนนี้ 108plaza ก็เลยไปหา gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เกี่ยวกับการทำงานในด้านนี้มาฝากเพื่อนๆ กันครับ จะเป็นอุปกรณ์อะไรนั้นเดี่ยวเรามาดูกันเลยดีกว่า

   ในรูปที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้มีชื่อว่า Rode Link Wireless Microphone ครับ เป็นตัวไมค์โครโฟนไร้สายแบบที่ใช้เสียบกับกล้องวีดีโอนั้นเอง หลักการทำงานของมันแบบคร่าวๆ ก็คือว่า ถ้าเราเห็นพิธีกรรายการต่างๆ เค้าก็จะมีไมค์โครโฟนตัวเล็กๆ เสียบเอาไว้กับปกเสื้อหรือว่าตามส่วนต่างๆ ที่ใกล้ปากมากที่สุดนะครับ แล้วก็จะมีตัวรับสัญญาณเป็นกล่องเล็กๆ ที่รับสัญญาณแบบไร้สาย ตัว rode link นี้ก็เหมือนกันครับ การใช้งานเหมือนกันเลย เพื่อนๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมเราต้องใช้ไมค์ไร้สายแบบนี้ด้วย ก็ถ้าเราอัดวีดีโอง่ายๆ ตัวกล้องถ่ายวีดีโอมันก็มีไมค์โครโฟนดูดเสียงเราอยู่แล้วนี่น่า จะต้องใช้ทำไมตัวไมค์ไร้สาย ถูกต้องครับว่ามีไมค์ดูดเสียงที่กล้องวีดีโออยู่แล้ว แต่การบันทึกเสียงแบบนั้น ถ้าเราไปบันทึกวีดีโอข้างนอกสตูดีโอ ที่มันมีเสียงรถยนต์ดังๆ เสียงคนเยอะๆ เสียงรบกวนเยอะๆ เนี่ย เมื่อเรามาดูคลิปที่ถ่ายมาเนี่ย เราแทบจะไม่ได้ยินเสียงที่เราพูดเข้าไปในคลิปเลย ถูกต้องไหมครับ นี่แหละคือสาเหตุที่เราจำเป็นต้องใช้ไมค์แบบไร้สายตัวนี้เพื่อช่วยตัดเสียงรบกวนหรือ นอยส์ ออกไป เพื่อให้คลิปวีดีโอนั้นมีคุณภาพดีที่สุด ทำอย่างมืออาชีพนั้นเองครับ

   เรามาแกะกล่อง rode link ตัวนี้กันครับ ในกล่องก็จะประกอบไปด้วยตัวกล่องรับสัญญาณ ที่เราจะเอาเสียบไว้บนกล้องวีดีโอ เป็ฯตัวรับสัญญาณเสียงจากไมค์โครโฟนเข้ามาบันทึกไว้ในตัวกล้องนั้นเอง ถัดมาก็จะเป็นไมค์โครโฟนอันเล็กๆ ที่จะต้องติดกับตัวผู้พูดหรือพิธีกร เป็นไมค์แบบไร้สายนะครับ ต่อมาก็จะเป็นสายแจ็คที่เอาไว้เสียบกับตัวรับสัญญาณแล้วก็เสียบเข้ากับช่องบันทึกเสียงหรือช่อง record ที่ตัวกล้อง แล้วในกล่องก็จะให้ฟองน้ำที่เอาไว้คลุมหัวไมค์แถมมาให้ด้วย เพื่อบางทีใช้ไปๆ แล้วหายหรือสกปรก ก็สามารถเปลี่ยนฟองน้ำตัวนี้ได้ แล้วก็เป็นตัวฟองน้ำที่กันเสียงรบกวนหรือเสียงนอยส์ได้ด้วยนะครับ

   สำหรับการใช้งานนะครับ เราก็จะต้องทำการใส่ถ่านขนาด AA จำนวน 2 ก้อน ไปที่ตัวรับสัญญาณจากไมค์โครโฟนก่อน จากนั้นก็นำสายไมค์ครับ นำสายไมค์ที่ให้มาในกล่องมาเสียบเข้ากับตัวรับสัญญาณ จากนั้นก็เอาหัวแจ็คอีกด้านหนึ่งไปเสียบเข้ากับกล้องวีดีโอเลยครับ แล้วตัวรับสัญญาณเนี่ยมันจะมีตัวเสียบกับกล้องอยู่แล้ว ถ้าในกรณีที่กล้องวีดีโอทั่วไปนะครับ เราสามารถเสียบตัวรับสัญญาณไว้ที่บนตัวกล้องวีดีโอได้เลย แล้วก็ม้วนสายไมค์ให้เรียบร้อยในกรณีที่สายไมค์นั้นยาวเกินไปก็ม้วนเก็บได้เลยนะครับ

   การใช้งานเพิ่มเติมจากการใช้ไมค์แบบปกตินะครับ ซึ่งตัวรับและตัวส่งสัญญาณของไมค์ไร้สายรุ่นนี้สามารถใช้เป็นชุดได้ด้วย โดยที่ตัวรับสัญญาณจะสามารถใช้คู่กับตัวไมค์ส่งสัญญาณได้ทั้งหมด 8 ตัวเลย คือในกรณีที่เรามีพิธีกรหลายๆ คน แต่ใช้กล้องตัวเดียว ก็ใช้ตัวรับสัญญาณเพียงตัวเดียว แต่ใช้ไมค์ 8 ตัว แบบนั้นนะครับ โดยที่เราต้องปรับช่องสัญญาณให้ตรงกับช่องสัญญาณไมค์ในแต่ละตัวจะมี ch ให้เลือก 1-8 นะครับ แล้วเราก็เลือกให้ตรงช่องสัญญาณเท่านั้นเอง แล้วตัวไมค์โครโฟน เราสามารถปรับเพิ่มหรือลดความดัง ความไกลในการบันทึกเสียงได้ สมมติว่าเราต้องการโฟกัสเสียงที่ตรงปากเราอย่างเดียว ไม่ต้องการเสียงรบกวนรอบๆ ข้าง เราก็ปรับลดความถี่ของการบันทึกเสียงลงมาได้เป็น -10 -20 ก็ปรับได้ แต่ถ้าเราต้องการเสียงรอบๆ ข้างด้วย เสียงธรรมชาติ เสียงนกเสียงลม ก็เพิ่มความถี่ขึ้นไปเป็น +10 +20 +30 ก็ปรับขึ้นได้

   ใครที่กำลังหาไมค์โครโฟนแบบไร้สายเพื่อเอาใปใช้งานก็อย่าลืมไปหาดูตัว Rode link ตัวนี้ไปทดสอบกันนะครับ ก็ถือว่าเป็นไมค์ไร้สายที่ใช้งานได้ดีตัวหนึ่งเลย สำหรับครั้งหน้าเราจะมี gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรมาทำการรีวิวกันต่อไปนั้น ต้องคอยติดตามกันด้วยนะครับ