Tag Archives: โทรศัพท์มือถือ

รีวิว Samsung galaxy A7 2017 จะใช้กับแว่น VR ได้หรือไม่?

 

   อย่างที่รู้ๆ กันดีว่าสมาร์ทโฟนแบรนด์ Samsung เองถ้าเป็นรุ่นที่ไม่เรือธงจริง บางท่านก็รู้ดีกันว่าอาจจะมีกักสเปคมาบ้าง ให้มาไม่ครบบ้าง เซนเซอร์ไม่มีบ้าง ถ้าเป็นในรุ่นมือถือระดับราคาหมื่นกลางๆ ก็อาจจะยังไม่มีในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ในปีนี้ Samsung อาจจะเป็นช่วงที่กู้หน้า กู้สถานการณ์ของตัวเองก็เป็นได้ กับการปล่อยสมาร์ทโฟนที่เชื่อว่าหลายๆ ท่านก็อาจจะรออ่านริวิวกับเรา ดังนั้น ในตอนนี้มาแล้วกับ galaxy A7 2017 ที่จะมาทดสอบกับแว่น VR มาตรวจดูสิว่ามีเซนเซอร์ไจโรสโคปมาให้หรือเปล่า เพราะในเวอร์ชั่นที่ผ่านๆ มาแน่นอนว่าไม่มี ไม่รอช้าไปติดตามกันเลย

   ก่อนจะไปทดสอบการใช้งานแบบเจาะลึก มาตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้นของสินค้าอินเทรนด์ตรงนี้กันก่อน ข้อมูลส่วนแรกเลยพอร์ด USB Type C ที่ใช้เป็นแบบเวอร์ชั่น 1.0 พร้อมกับหัวชาร์จรองรับการชาร์จไว จ่ายไปที่ 9v 2A ซึ่งถือว่ามีความไวในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เร็วมากอะไร แล้วก็จะแถมตัวอแด็ปเตอร์แปลงจาก micro usb to type c มาให้ด้วย 1 ตัว พร้อมหูฟังมาให้ ก็จะมีเท่านี้เองสำหรับอุปกรณ์ที่ให้มา ก็ถือว่าให้มาครบ แต่ก็ยังไม่ครบเสียทีเดียว ฟิล์มกันรอย เคส อะไรแบบนี้ต้องไปหาซื้อเอาเอง

   ทีนี้มาดูด้านตัวเครื่องกันบ้าง ก็ต้องยอมรับว่ามีความโดดเด่น ในหลายๆ จุดที่พูดได้ว่ามาครั้งนี้ไม่กักสเปคแล้วก็ว่าได้ ตัวชิปประมวลผลเองเป็น exynos 7780 ซึ่งถือว่าไม่ใช่ตัวแรงปรุ๊ดปร๊าด แต่ก็ถือว่าเพิ่มเวอร์ชั่นขึ้นมาจากตัวที่ใช้ใน J7 Prime เป็นตัว exynos 7770 ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าไม่ดีเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นซีพียูที่ใช้งานได้ดีในตัวนี้ แต่ไม่เทพมากถ้าเทียบกับเรือธง ณ เวลานี้ แต่ทีน่าสนใจก็คือ มาตรฐานกันน้ำ IP68 กันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาที กันฝุ่นได้ด้วย ตรงนี้ถามว่าถ้าฟี่เจอร์นี้กันน้ำได้ เราเอาไปถ่ายรูปใต้ผิวน้ำได้ไหม คำตอบคืออาจจะไม่ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่ตัวเครื่องจุ่มน้ำ เซนเซอร์หน้าจอจะไม่ทำงาน จะแตะอะไรบนหน้าจอไม่ได้ ก็ทำมาไว้เพื่อกันน้ำ กันตกน้ำ อะไรแบบนั้นเป็นหลัก ส่วนรายละเอียดในเรื่องของสเปคจริงๆ ไปย้อนดูรีวิวก่อนหน้านี้ได้เลย มีรีวิวเบื้องต้นเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ในตอนนี้จะแบบเจาะลึกแต่ละฟี่เจอร์จริงๆ

   อีกหนึ่งฟี่เจอร์ที่ทุกคนอยากรู้ในสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือ เรื่องของกล้องนั่นเอง ต้องบอกตามตรงว่าหลังจากได้ทดสอบใช้งานมาแล้ว เรื่องกล้องหน้าก่อนเลย ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/1.9 เท่ากับกล้องหลัง คุณภาพของภาพที่ได้ออกมานั้น ดี แต่ดีในที่นี้แบบฉบับของ ซัมซุง แต่ถ้าไปเทียบกันตรงๆ กับแบรนด์ vivo , oppo แบบนั้นกล้องหน้าถือว่ายังสู้ไม่ได้ นี่คือเรื่องความคมชัด เรื่องภาพที่ได้ สีสันต่างๆ แต่จะเป็นในแบบฉบับซัมซุงที่แฟนซัมซุงเองก็อาจจะชอบก็ได้ ตรงนี้ถือว่าขึ้นอยู่กับความชอบจริงๆ แต่จะติงอยู่ว่ากล้องหน้ามันจับโฟกัสได้ค่อนข้างยากนิดนึง มือต้องนิ่งจริงๆ แต่ถ้ว่าเป็นกล้องหน้าที่ดีกว่า S7 อยู่พอสมควรเลย แต่ก็พอจับได้ว่าถ้าภาพที่ออกมาจะรู้ว่าเป็นกล้องจากซัมซุง บางครั้งจะดูเบลอๆ นิดๆ เหมือนกัน จะไม่ชัดเป๊ะเวอร์มากเท่าไหร่ ส่วนการปรับตั้งค่าต่างๆ ก็มีมาให้ครบ ถ้าเซลฟี่แบบทั่วไป หรือ จะถ่ายแบบ wide เก็บภาพกว้างๆ ก็ปรับได้ที่กล้องหน้า ก็มีมาครบอยู่แล้ว พร้อมกับมีแฟลชแบบ display คือใช้แสงสีขาวที่หน้าจอมาช่วยในเรื่องความสว่างในที่มึดนั่นเอง ส่วนบันทึกวีดีโอ ต้องชม่ว่าภาพคมชัดดี บันทึกเสียงดี ดีกว่าแบรนด์อื่นๆ นี่ต้องยอมรับ แต่ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD แต่ถ่ายแบบ 60fps ยังไม่ได้ แต่ไม่มี OIS กันสั่นมาให้ ภาพก็ยังสั่นๆ อยู่นั่นเอง ตัวกล้องหลังเองก็ถือว่าใช้กล้องตัวเดียวกันแบบกล้องหน้า ก็จะมาตรฐานที่ใช้งานก็ดีพอๆ กัน แต่การถ่ายภาพในที่แสงน้อย ที่มึด ก็ยังพอใช้งานได้ แต่จะไม่คมกริบเสียทีเดียว

   ส่วนเรืองของเซนเซอร์ให้มาครบ มีเข็มทิศมาให้ ใช้นำทางได้แม่นยำมาต้องชมเลย อาจจะดีที่สุดในฝั่ง android เลยด้วยซ้ำถ้าใครที่ชอบใช้นำทาง ส่วนเรื่องแว่น VR ก็มีเซนเซอร์ไจไรสโคปมาให้ นั่นหมายความว่าใช้ได้ แต่แน่นอนว่าแว่น VR ส่วนใหญ่เอาไปเล่นเกมส์ ซึ่งมือถือรุ่นนี้ก็เล่นได้เกือบทุกเกมส์จริงๆ แต่บางครั้งอาจจะมีหน่วงๆ บ้างเล็กน้อย เพราะอย่างที่บอกไปว่าไม่ใช่ชิปตัวแรงหรือเป็น snapdragon แต่โดยรวมแล้วก็น่าจะเป็นมือถืออีกหนึ่งรุ่นที่ขายดี ทำได้ทุกอย่าง รองรับหมดเลยนั่นเอง

รีวิว Samsung Galaxy C9 Pro สมาร์ทโฟนที่จัดว่าดีที่สุดใน Galaxy แต่คนไทยไม่รู้จัก

 

   Samsung Galaxy C9 Pro RAM 6 GB กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล จัดว่าดี จัดว่าเด็ด และเด็ดที่สุกใน Galaxy เลยก็ว่าได้ แต่ที่น่าเสียดายคือ ในซีรีส์ C นี้ ในเมืองไทยของเราไม่มีวางจำหน่าย แล้วเพื่อนๆ ก็คงจะสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วทำไมแอดมินนำเอาสินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้มารีวิว คำตอบก็คือว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มันมีอะไรที่น่าสนใจ และ จัดว่ามันดีที่สุดที่เคยจับสมาร์ทโฟนตระกูล galaxy มาเลยก็ว่าได้ในเวลานี้ ในช่วงท้ายปี 2016 ลากยาวมาช่วงต้นปี 2017 นี้เลย แล้วมันดีอย่างไร ไปติดตามกัน

   ถ้าเมืองไทยเราคุ้นชีนกับซีรีส์ Note หรือซีรีส์ S ที่เป็นรุ่นยอดนิยมของทาง ซัมซุง อย่างไร ในซีรีส์ C ตรงนี้ก็เรียกว่าจะได้ความรู้สึกประมาณนั้นเหมือนกัน ภายในกล่องก็จะมีให้มาครบ พร้อมกับพอร์ด USB Type C ด้วยก็จะชาร์จเร็วกว่าปกตินิดหน่อย มาที่ตัวเครื่องกันบ้าง ตอนนี้ซัมซุงเน้นหน้าจอที่เป็นแบบ Always on display เกือบทั้งหมดแล้ว ก็คือจะเปิดเอาไว้ตลอดเวลา แต่ไม่สามารถ touch ได้ จะเอาไว้ดูเวลา ดูการแจ้งเตือนต่างๆ ได้แบบไม่ต้องปลุกหน้าจอ ในส่วนสเปคนั้นจะรองรับ NFC ด้วย หน้าจอใหญ่แต่การจับถือค่อนข้างถนัดมือ เพราะตัวเครื่องบาง ด้านหลังมาพร้อมกับแฟลชคู่ พร้อมกับลำโพงคู่ จะอยู่ด้านล่างเครื่อง 1 จุด จะให้มิติเสียงทุ้มๆ เสียงเบส และ ลำโพงอีกหนึ่งตัวอยู่ด้านบนให้มิติเสียงแหลม จัดว่าโดดเด่นในเรื่องของคุณภาพเสียง

   มาดูสเปคตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 6 นิ้ว ความละเอียด Full HD ความละเอียดของกล้องทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังนั้นให้มาเท่ากันคือ 16 ล้านพิกเซล f/1.9 ทั้งคู่ด้วย ให้ RAM 6 GB พร้อมกับชิปประมวลผลเป็น snapdragon 653 ก็ถือว่าเป็นซีพียูตัวแรงที่ถูกพัฒนามาจากตัว 652 จัดว่าโดดเด่นในเรื่องสเปค มาพร้อมกับขนาดความจุแบตเตอร์รี่ที่ 4,000 mAh กันเลยทีเดียว ส่วนหน้าจอนั้นก็ยังคงเอกลักษณ์ของทาง Samsung ก็เป็นแบบ Super AMOLED สีสันหน้าจอก็ต้องบอกว่าใครที่ชอบสีสดๆ สว่างๆ แบบซัมซุงนั้นก็ถือว่าคุณภาพดีเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว พร้อมกับหน่วยความจำในตัวเครื่อง 64 GB แถมยังสามารถรองรับ 2 ซิม และมีช่องใส่เมมโมรี่แยกต่างหาก อัดแน่นกันเต็มๆ

   ในส่วนของการใช้งานทั่วไป ต้องบอกเลยว่าไม่พบปัญหาใดๆ สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลดีอยู่แล้ว เพราะสเปคระดับนี้แล้วถ้าการใช้งานทั่วไป การเข้าเว็บไซต์ การเล่นแอปพลีเคชั่นต่างๆ การเข้า-ออกแอป ก็ทำได้รวดเร็วดี ซึ่งจุดเด่นอีกหนึ่งอย่างที่ต้องยกนิ้วให้ซัมซุงที่พัฒนาเรื่องแบตเตอร์รี่ เป็นแบตที่อึดดีพอสมควร คือถ้าคนใช้งานปกติ มีเช็คโซเชียลบ้าง มีโทรเข้า-ออกบ้าง 2 วันใช้งานได้สบายๆ แต่ถ้าเล่นเกมส์ ก็อาจจะได้แค่ประมาณ 1 วันครึ่งเท่านั้น ในส่วนของการเล่นเกมส์ ก็ต้องบอกว่าสเปคมาดี แรมเยอะ ซีพียูได้ ก็ทำให้เกมส์ทุกเกมส์นั้นไหลลื่นแน่นอนที่เป็นเกมส์ใน android แต่สิ่งที่ต้องยกนิ้วให้ต่อมาก็คือ การมีลำโพงคู่ที่อยู่ทางด้านบนเพิ่มขึ้นมา มันจะเพิ่มอรรถรดของเสียงได้ดีขึ้น เล่นเกมส์ได้ค่อนข้างจะสนุกมากขึ้นด้วย ถัดมาอีกหนึ่งส่วนที่บอกกันตั้งแต่ช่วงต้นว่า ซีรีส์ C ตัวนี้ทำมาได้ดีแต่ไม่มาขายเมืองไทย เพราะตัวเซนเซอร์ที่จำเป็นอย่าง ไจโรสโคป ที่รองรับแว่น VR ก็มีมาให้ แต่ในซีรีส์ A9 pro ไม่มีมา แต่มีขายในบ้านเรา อะไรแบบนี้ ซึ่งคิดว่าอย่างไรก็ลองดูกันเอาเอง แต่ถ้าใครที่ไม่ใช้แว่น VR ก็คงไม่คิดมากอะไร

   จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างใน C9 Pro ตัวนี้กคือเรื่องกล้อง กล้องหน้า ต้องบอกว่ามีความคมชัดมาก แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นกล้องตามสไตล์เกาหลีอยู่ดี คือ ใครที่อยากทำรูปตัวเองออกมาคล้ายๆ การ์ตูน สีนัวๆ สีเกินจริง อะไรแบบนั้นอาจจะตอบโจทย์ แต่ถ้าใครที่ชอบภาพที่ออกมาเป็นธรรมชาติ สีตรงๆ อย่างไงมือถือซัมซุงก็ไม่ตอบโจทย์ตรงนี้ แน่นอน บอกอย่างนั้นได้เลย

 

   มาถึงอีกหนึ่งจุดเด่นของสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ Samsung galaxy C9 Pro ในส่วนของกล้องหลังที่ยังมีจุดด้อยตรงที่ว่ายังอัดวีดีโอที่ 60fps ยังไม่ได้ ได้แค่ Full HD เท่านั้น แต่จุดเด่นที่ซัมซุงทำได้ก็คืออัดวีดีโอได้ดี เสียงดี ภาพนิ่งดี แต่อย่างที่บอกไปว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไม่มีวางขายในบ้านเรา แต่ใครที่ไปหิ้วมา ในตัวเครื่องก็มีเมนูไทยให้ด้วย ใช้งานได้เลยในบ้านเรา แต่จัดว่าน่าสนใจและสเปคที่ให้มาแบบเต็มๆ กันเลยทีเดียว

ดูหนังยาวนานต่อเนื่องด้วย Galaxy Tab A 2016


   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะค่ะ วันนี้เราก็มาพบกันเหมือนเช่นเคยค่ะและก็เป็นเหมือนเช่นเคยเมื่อเรามาพบกันแบบนี้ก็ต้องมีสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจมาแนะนำให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักกันค่ะ สำหรับในวันนี้เราจะมาพูดกันในเรื่องของเทปเลตซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบันนี้นั้นเอง เชื่อได้ว่าในปัจจุบันนี้ก็คงมีใครที่ไม่มีอุปกรณ์สื่อสารไม่ว่าจะเป็นในส่วนของโทรศัพท์มือถือ หรือจะเป็นเทปเลตนั้นเองค่ะ เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้นในทุกๆวันจึงทำให้เครื่องมือสื่อสารในยุคปัจจุบันนี้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การติดตามข่าวสารของอุปกรณ์ในด้านไอทีนั้นก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเช่นกันสำหรับในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้ค่ะ เทปเลตที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ก็ถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่สนใจในปัจจุบันนี้อยู่ไม่น้อยเช่นกันค่ะ เนื่องจากเป็นเครือในแบรนด์ของ Samsumg ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีการผลิตพวกอุปกรณ์ไอทีต่างๆออกมาอย่างมากมายและเป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างกว้างขวางด้วยนั้นเองค่ะ สำหรับ Galaxy Tab A 2016 ถือได้ว่าเป็นเทปเลตตัวใหม่ที่มีการปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากกว่ารุ่นเดิมนั้นเองค่ะ Galaxy Tab A 2016 สามารถที่จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับการทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างลงตัวด้วยเช่นกัน เราเลยอย่างจะนำของมูลเบื้องต้นและคุณสมบัติที่น่าสนใจของ Galaxy Tab A 2016 มาแนะนำและเป็นแนวทางให้กับเพื่อนๆคนไหนที่กำลังสนใจที่จะซื้อเทปเลตสักเครื่องนั้นเองค่ะ อย่าเสียเวลาเลยค่ะเอาเป็นว่าเรามาเริ่มทำความรู้จักไปกับสินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้กันดีกว่าค่ะ

   สำหรับ Galaxy Tab A 2016 ถือได้ว่าเป็นสินค้าด้านไอทีที่มีความน่าสนใจเลยก็ว่าได้เรามาดูในส่วนของคุณสมบัติกันก่อนดีกว่าค่ะ Galaxy Tab A 2016 มีความโดดเด่นในเรื่องของความอึดของแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและต่อเนื่องนั้นเองค่ะ ที่สำคัญยังสามารถที่จะรองรับระบบ 4G มีขนาดที่เล็กกะทัดรัดอีกด้วยค่ะ ในเรื่องของรูปทรงการออกแบบนั้นมีการดีไซน์ออกแบบที่เปลี่ยนจากรูปทรงเดิม โดยทำให้มีความโฉบเฉี่ยวและมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ โดยที่มีการออกแบบที่มุมมีความโค้งมน ที่สำคัญยังมีการออกแบบลวดลายที่พิเศษไว้ด้านหลังของตัวเครื่องอีกด้วยเป็นการเพิ่มความโดดเด่นให้แก่ Galaxy Tab A 2016 ได้อย่างลงตัวค่ะ ในส่วนนี้จะทำให้เกิดความกระชับมือมากยิ่งขึ้นเมื่อเราได้ถือใช้งานนั้นเองค่ะ โดยที่มีขนาดและน้ำหนักที่น่าพกพาอีกด้วย ทำให้เพื่อนๆสามารถที่จะพกพาไปไหนได้ทุกที่ได้อย่างสะดวกสบายค่ะ โดยมีความบาง 8.7 มิลลิเมตร น้ำหนักอยู่ที่ 289 กรัม มาดูในส่วนของคุณสมบัติในตัวเครื่องเราสามารถที่จะเกิดภาพความประทับใจต่างๆได้อย่างสมจริงค่ะ โดยที่กล้องหลังนั้นมีความละเอียดถึง 5 MP และยังเป็นออโต้โฟกัสอีกด้วย ทำให้ภาพถ่ายที่ได้ออกมานั้นมีความสว่างสดใสไปในตัวด้วยนั้นเองค่ะ Galaxy Tab A 2016 ยังสามารถให้เพื่อนๆได้ถ่ายภาพแบบโนรามาที่ชัดเจนได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นในแบบแนวตั้งหรือว่าแนวนอนก็สามารถที่จะถ่ายภาพได้ ไม่เท่านั้นยังสามารถที่จะใช้ Galaxy Tab A 2016 สร้างภาพเคลื่อนไหวแบบ GIF ได้อีกด้วยค่ะถือได้ว่าคงจะถูกใจเพื่อนๆหลายๆคนที่ชื่นชอบในเรื่องของการถ่ายภาพนั้นเองค่ะ ที่สำคัญในเรื่องของพื้นที่สำหรับการทำงานและเวลาในการใช้งานนั้นก็มีการเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ โดยที่ Galaxy Tab A 2016 มีแบตเตอรี่ที่มีความอึดสามารถที่จะใช้งานหรือว่าใช้ในการดูหนังได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมงด้วยกัน ซึ่งมีประโยชน์ในเรื่องของการชาร์จไฟที่ทำให้หนึ่งวันเราชาร์จไฟน้อยครั้งนั้นเองค่ะ ที่สำคัญนอกจากจะเป็นในเรื่องของแบตเตอรี่ที่มีความคงทนยาวนานแล้วนั้น Galaxy Tab A 2016 ยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับการจัดเก็บให้อีกด้วย มีช่อง Micro SD Card ที่เราสามารถที่จะเพิ่มความจุได้สูงสุดถึง 200 GB นั้นเอง ในส่วนนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ชื่นชอบในเรื่องของการดูหนังเพราะแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานและมีพื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์ต่างๆได้อย่างมากอีกด้วย

   ถือได้ว่า Galaxy Tab A 2016 เป็นเทปเลตที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพื่อนๆที่กำลังสนใจหรือว่ามองหาเครื่องมือติดต่อสื่อสาร Galaxy Tab A 2016 สามารถเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกง่ายๆได้อย่างแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรูปแบบและขนาดที่มีความกะทัดรัดน่าพกพา และคุณสมบัติที่น่าสนใจนั้นเองค่ะ

รีวิวท้าชน Pablet หน้าจอใหญ่เบิ้มระหว่าง Asus zenfone 3 Ultra vs Samsung galaxy A9 Pro แล้วจะเลือกตัวไหนดี แล้วจะเลือกตัวไหนดี

 

   ยุคนี้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ ตัวเครื่องเบา บาง ขอบจอบาง พกพาไม่ได้ยากนัก เป็นอะไรที่มาแรงสุดๆ และค่อนข้างได้รับความนิยมสุดๆ ด้วยในตลาดสมาร์ทโฟนตอนนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียกว่า Pablet ก็คือหน้าจอจะไม่ได้ใหญ่เกินกว่าขนาด 7 นิ้ว ถ้าใหญ่เกินนั้นจะเรียกว่า Tablet นั้นเอง ดังนั้น gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมาท้าชนกันถึง 2 รุ่นใหญ่ๆ ในตอนนี้ที่นี่ 108plaza ก็คือสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวมาในช่วงเดียวกัน ในปี 2016 ที่ใช้ซีพียูตัวเดียวกัน ไปดูกันว่าระหว่าง Asus zenfone 3 ultra กับ Samsung galaxy A9 Pro คุณจะเลือกตัวไหน

   ก่อนอื่นเราบอกราคาก่อนเลยดีกว่า zen 3 ultra ราคาอยู่ที่ 21,990 บาท ส่วน A9 Pro นั้นอยู่ที่ 15,900 บาท ราคาต่างกันประมาณ 6 พันบาทเลยทีเดียว ฉะนั้น ใครมีงบน้อยเลือกตัว A9 Pro ไปได้เลย แต่ถ้าใครมีงบที่จะไปสู้ตัว zen 3 ultra ได้ ก็อ่านกันต่อไป แล้วก็ค่อยมาเปรียบเทียบกันว่าจะเลือกตัวไหนดีนะครับ

   สาเหตุที่แอดมินเลือกมาท้าชนกันนั้น มันเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่เบิ้มทั้งคู่ แล้วสเปคมันแรงด้วยกันทั้งคู่ คือถ้าอยากได้แท็บเล็ดหรือมือถือจอใหญ่ สเปคแรงๆ ก็ต้องหันมามอง 2 รุ่นนี้ ตัวชิปประมวลผลนั้นทั้งคู่เป็น snapdragon 652 วิ่งด้วยความเร็ว 1.8 GHz แล้วก็ให้ RAM 4 GB ทั้งคู่ แต่จะต่างกันที่ ROM 64 GB สำหรับตัว zen 3 ultra ส่วน A9 Pro ROM 32 GB แต่ทั้งคู่เพิ่มเมมโมรี่การ์ดได้ทั้งคู่มีช่องแยกใส่ต่างหากไม่ใช่ไฮบริจ รองรับ 2 ซิมการ์ดทั้งคู่ 4G LTE ด้วย เป็น Android 6.0 ทั้งคู่ด้วย

   ถัดมาในส่วนที่ต้องตัดสินใจ ถ้าคุณเป็นคนชอบหน้าจอใหญ่ๆ ก็ต้องเลือก asus เลยเพราะหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว เกือบๆ จะเป็นแท็บเล็ดแล้ว เป็นหน้าจอแบบ IPS ซึ่งหลายคนที่ชอบหน้าจอ super amoled อยู่แล้วอาจจะถอยไปเลือ A9 Pro ที่มีขนาดเล็กกว่านิดหนึ่ง 6 นิ้ว แต่เรื่องของสีสันจอแอดมินเองก็ชอบจอของ Samsung ที่สีสันสดใส มองแล้วมันเนียนตา แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของบุคคลนะครับ asus เองทำหน้าจอออกมาก็ไม่ขี้เหร่ อยู่ในขั้นดีมากเลยความคมชัดหน้าจอก็ Full HD เช่นกันด้วย แน่นอนว่าตัว asus จะมีขนาดที่ใหญ่นิดหนึ่ง อาจจะรู้สึกว่าพกยากไปบ้าง ใส่กระเป๋ากางเกงก็ยากหน่อย แต่รู้สึกว่า เมื่อยกขึ้นมาจับ ตัว asus จะเบากว่าตัว A9 Pro ตรงนี้อาจจะทำให้รู้สึกว่ามันถือสะดวกกว่าถึงแม้ว่าจะใหญ่กว่าก็ตามแต่ สำหรับการใช้งานได้นานนั้นความอึดของแบตไม่ต่างกันมาก รวมๆ แล้วใน 1 วันเต็มๆ แบตเหลือแน่นอน asus ความจุแบตที่ 4850 mAh ตัว A9 Pro 5000 mAh ต่างกันไม่มาก

   เรื่องของสเปคกล้องหน้าก็เกือบจะเท่ากันทั้งหมด ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลทั้งคู่ ถ่ายวีดีโอได้สูงสุดที่ระดับ Full HD ทั้งคู่ แต่จะต่างกันตรงที่ค่า f ของ A9 pro จะน้อยกว่านิดหนึ่งคือ f/1.9 ส่วน asus จะมีค่า f/2.0 ซึ่งหลังจากทดสอบแล้วกล้องหน้า A9 pro คิดว่าน่าจะถูกจริต ถูกใจสาวๆ มากกว่า แต่ก็มีข้อเสียตรงที่มันถ่ายยาก มือต้องนิ่ง แต่ตัว asus จะถ่ายง่ายกว่า ไม่ค่อยมีปัญหาถ่ายอย่างไงก็ชัด แต่เซลฟี่อาจจะต้องไปแต่งในแอปเพิ่มนิดหน่อย รวมๆ แล้วกล้องหน้าก็พอๆ กันเลย ตัวไหนก็ได้ แต่จุดเด่นที่ asus เป็นต่ออยู่บ้าง ก็คือ เป็นพอร์ด USB Type C แล้ว และ มาพร้อมกับเทคโนโลยีลำโพงคู่ ที่ให้เสียงดังมากกว่า มีมิติเสียงที่ดีกว่าตัว A9 pro อยู่ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

   มาดูในส่วนกล้องหลังกันบ้าง ต้องบอกว่า asus กล้องหลังเป็นต่อ A9 pro อยู่มากเลยทีเดียว มาพร้อมกับสเปค 23 ล้านพิกเซล ขนาดของเซนซอร์จะใหญ่กว่า มีขนาด ½.6 นิ้ว f/2.0 ส่วน A9 pro จะมีความละเอียดแค่ 16 ล้านพิกเซล ขนาดเซนเซอร์เล็กกว่านิดหน่อยอยู่ที่ ½.8 นิ้ว f/1.9 แล้วก็มีระบบกันสั่นเป็น OIS ทั้งคู่ด้วย แต่ตัว asus จะเหนือกว่ามากเลย ตรงที่ระบบกันสั่นจะเป็นแบบ 4 แกน ซึ่งจะมีแกนกันสั่นทั้งแนวตั้งและแนวนอน แต่ A9 pro จะมีกันสั่นแค่แนวนอนเฉยๆ ดังนั้น ในเรื่องของการถ่ายภาพนิ่ง ถ่ายวีดีโอ ตัว asus จะได้ภาพที่นิ่งกว่า ชัดกว่า แล้วก็ถ่ายง่ายกว่า ตัว A9 pro อาจจะต้องใช้ความนิ่งของมือมากหน่อย ภาพถึงจะชัดเจน

   สรุปการท้าชนสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้ที่นำมาท้าชนเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันเลย ซึ่งอย่างแรกใครที่มีงบพอถึง 2 หมื่นบาท แล้วอยากได้สเปคแรงๆ หน้าจอใหญ่ กล้องก็ดี มีฟังก์ชั่นที่ครบ ก็เลือก asus แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้ามั่นใจในศูนย์บริการและเป็นแฟนของนิกายเซนอยู่แล้ว ก็เลือกได้เลย แต่ถ้าใครอยากจะประหยัดเงินไว้ 6 พันบาท แต่สามารถใช้งานได้ไม่ต่างกันมากนัก ก็เลือกตัว A9 pro แล้วเอาเงินที่เหลือไปทำอย่างอื่น แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ถ้าชอบตัวไหนมากกว่ากันก็จัดตัวนั้นเลย

Review OnePlus 3 สมาร์ทโฟนเรือธงหน้าจอ 5.5 นิ้วที่ราคาไม่ถึง 15,000 บาทแต่ได้ความคุ้มค่าเกินราคา

 

   สำหรับชื่อ OnePlus นั้นเชื่อว่าหลายคนก็คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดีแล้วในการเข้ามาบุกตลาดสมาร์ทโฟนในฝั่ง Android ในบ้านเรา ก็เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่เปิดตัวมาแล้วหลายๆ รุ่นด้วยกันแต่ในรุ่นของเรือธงนั้นก็เป็นรุ่นที่ 3 แล้ว ก็มีเสียงเรียกร้องจากเพื่อนๆที่ติดตามการรีวิวของเราใน 108plaza แห่งนี้อีกด้วยว่าให้แอดมินนั้นมารีวิวสมาร์ทโฟนที่พึ่งเปิดตัวมาในช่วงกลางปี 2016 นี้ แอดมินก็เลยจัดกันตามคำเรียกร้องนำเอา gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้มารีวิวกันในครั้งนี้

   นี่คือสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีชื่อว่า OnePlus 3 นั้นเองครับ เรื่องของการดีไซน์นั้นต้องบอกเลยว่ามองดูแล้วพรีเมี่ยมมากเลยทีเดียว ถ้าไม่บอกราคาไว้ก่อนเนี่ย แอดมินก็คงจะต้องเดาๆ เอาไว้ว่าเป็นราคาหมื่นปลายๆ ถึงสองหมื่นแน่ๆ แต่ราคามันถูกกว่านั้น เดี่ยวเอาไว้ติดตามในช่วงท้ายแล้วกันนะครับ

   มาดูเรื่องของสเปคคร่าวๆ กันสักนิดหนึ่งก่อน ตัวเครื่องภายในนั้นมาพร้อมกับชิปประมวลผลเป็น snapdragon 820 ถือว่าเป็น CPU ที่แรงที่สุดในช่วงนี้ก็ว่าได้เลยทีเดียวนะครับ ถัดมาก็เป็นการ์ดจอที่ใช้ตัว Adreno 530 ก็ถือได้ว่าเป็น GPU ที่แรงอีกเช่นกัน ก็คาดว่าความไหลลื่น การเล่นเกมส์ต่างๆ นั้นจะดีไม่เบาเลยทีเดียว ถัดมาก็เป็นหน่วยความจำภายในให้มาที่ 64 GB นอกจากนั้นยังได้เพิ่มความแรงของตัวเครื่องให้มาที่ 6 GB อีกด้วย เรียกได้ว่าอ่านสเปคเพียงเท่านี้แล้ว ยังไม่ตื่นเต้นเท่ากับการเปิดตัวราคาในต่างประเทศสำหรับสมาร์ทโฟนเครื่องนี้มาที่ราคา 399 เหรียญ หรือถ้าคิดเป็นเงินไทยแล้วก็ตกราวๆ 14,000 บาทแค่นั้นเอง เป็นอย่างไรล่ะครับ เพื่อนๆ คนไหนที่มีแผนที่จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ วางงบไว้สักประมาณหมื่นห้าก็ถือว่าไม่เกินงบนะครับ การออกแบบดีไซน์ตัวเครื่องนั้นก็ถือว่างานประกอบใช้ได้เลยครับ สมกับการเป็นสมาร์ทโฟนในฝั่งเรือธงจริงๆ ตัวเครื่องนั้นเป็นอะลูมิเนียมทั้งตัวเครื่อง เป็นแบบยูนิบอดี้นั้นเอง เป็นชิ้นเดียวทั้งตัวเครื่อง ความรู้สึกในการได้สัมผัสครั้งแรกก้อย่างที่บอกไปว่ามันเป็นอะไรที่พรีเมี่ยมมากเลยทีเดียว น่าจับ น่าใช้ แล้วก็ยังรองรับการเชื่อมต่อแบบแตะแล้วติดอย่าง NFC อีกด้วย

   ตัวเครื่องนั้นไม่สามารถที่จะเพิ่มหน่วยความจำสำรองได้นะครับ รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด รองรับการใช้ 4G LTE ทุกเครือข่ายในบ้านเราด้วย นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับพอร์ดเชื่อมต่อที่เป็น USB Type C แล้วด้วย ปุ่มบนหน้าจอด้านล่างจะเป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือ เมื่อได้ทดสอบใช้งานก็พบว่ามีความรวดเร็วเพียงเสี่ยววินาทีก็สามารถปลดล้อคหน้าจอได้อย่างสบายๆ ในส่วนของหน้าจอนั้นมีขนาด 5.5 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ Optic AMOLED ความละเอียด 1080p อัดแน่นมากับเม็ดสีที่มากถึง 401ppi เลยทีเดียว กระจกบนหน้าจอเป็นแบบ Gorilla glass 4 อีกด้วย ข้อดีความความคมชัดหน้าจอที่ไม่ได้ละเอียดมากนัก มากถึงกับขั้น 4K เนี่ยนะครับ มันก็เลยทำให้ความประหยัดแบตเตอร์รี่มีสูงขึ้น ใช้งานได้นานขึ้น แต่สีสัน ความคมชัด การแสดงผลต้องบอกเลยว่าไม่มีข้อเสียใดๆ ในส่วนของเสียงลำโพงที่ได้จากการดูหนัง ฟังเพลงก็พบว่ามีลำโพงตัวเดียว คุณภาพเสียงถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก ในด้านของ OS ก็เป็น Android 6.0.1 แล้วเรียบร้อย การทำงาน เล่นเว็บ ใช้งานทั่วไปลื่นไหลดีเลยทีเดียว ไม่พบอาการค้าง หน่วง ความรู้สึกในการใช้งานต้องบอกเลยว่าแทบจะเป็นแบบเพียว Android เลยก็ว่าได้ แต่ก็มีลูกเล่นที่ใช้งานได้จริงๆ มาให้ใช้งานกันครบถ้วนเลย

   ในส่วนของกล้องหลังนั้นเป็นเซนเซอร์จาก sony ความละเอียดที่ 16 ล้านพิกเซล f/2.0 มีกันสั่นแบบ OIS และ LED flash ซึ่งการใช้งานกล้องหลังนั้นจับโฟกัสได้เร็ว ภาพก็คมชัด แต่มีข้อเสียตรงที่ใครที่เซียนเรื่องกล้อง ในโหมด manual อาจจะมีให้เลือกปรับแต่งกันน้อยไปนิดหนึ่ง แต่สำหรับคนทั่วไปที่ใช้โหมดออโต้ก็ถือว่าดีเลยทีเดียวครับ ในส่วนของกล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.0 ถามว่าเซลฟี่ได้ไหม คำตอบคือดีเลยทีเดียว รายละเอียด ความเนียนของภาพ การถ่ายในที่แสงน้อยก็ทำได้ดี แต่ข้อเสียอยู่ตรงที่กล้องหน้าถ่ายวีดีโอได้ไม่ดีเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีระบบกันสั่นอย่าง OIS , EIS ก็ยังรู้สึกว่าภาพมันสั่นอยู่ดีครับ ใครที่ชอบถ่ายวีดีโอกล้องหน้าอาจจะไม่ตอบโจทย์ในตอนนี้ก็ได้สำหรับรุ่นนี้

   ก็ต้องถือว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบเล่นเกมส์หนักๆ จัดเต็มกับสเปคก็คงจะชื่นชอบเลยทีเดียว แต่ใครที่อยากได้กล้องหน้าเทพๆ นั้นอาจจะต้องคิดหน่อยแล้วก็ต้องไปหาเล่นหรือทดสอบด้วยตัวเองดูก่อนว่าชอบหรือไม่ ถ้าชอบและรับข้อเสียของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ได้ก็จัดไปเลยครับ เพราะถือว่าในโลกนี้มันไม่มีอะไรสมบูรณ์ที่สุดได้ในเครื่องเดียวหรอกนะครับ

Preview Freedom 251 สมาร์ทโฟนที่ราคาถูกที่สุดในโลก เพียง 130 บาท เท่านั้น

 

   ก็ต้องบอกว่ายุคนี้ ยุคแห่งการแข่งขันทางการตลาดสมาร์ทโฟนจริงๆ แล้วในตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราเอง ก็มีการแข่งขันกันที่เรียกว่าตายกันไปเป็นรายๆ เลย เพราะว่าแข่งขันกันลดราคาแต่เพิ่มสเปคกันให้สูงขึ้นไปเพื่อความน่าสนใจ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ก็ถือว่าเป็นผลดีต่อผู้บริโภคอย่างเราๆ นั้นเอง แต่ในครั้งนี้ เว็บไซต์ 108plaza มีสมาร์ทโฟนที่คิดว่าน่าจะเป็นอะไรที่ฮือฮาไปทั่วทั้งโลก เพราะเชื่อหรือไม่ว่า สมาร์ทโฟนราคาหลักพันนิดๆ ก็ว่าถูกแล้ว แต่เพื่อนๆ คิดกันหรือไม่ว่า ตอนนี้มีสมาร์ทโฟนราคา เพียง 130 บาทเท่านั้น เปิดตัวออกมาขายกันแล้วจะเป็นที่ไหน ในบ้านเราหรือไม่ ไปติดตามกันเลย

   ก่อนจะไปพรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ รุ่นที่บอกว่า มีราคาเพียง 130 บาทเนี่ยนะครับ ดูรูปตัวอย่างสินค้าแล้วอย่าเข้าใจผิดนึกว่าเป็น ipone ไม่ใช่นะครับ แล้วก็เป็นที่น่าเสียดายด้วย เพราะสมาร์ทโฟนราคาแสนจะถูกนี้ มีชื่อว่า Freedom 251 มีขายแต่ในประเทศอินเดียเท่านั้นครับในตอนนี้ แต่ 108plaza ของเราเป็นเว็บไซต์เรียกว่าอัพเดทข่าวสารกันทั่วโลก มีอะไรดีๆ อะไรใหม่ๆ ก็ต้องมาแจ้งให้กับเพื่อนๆ ของเราได้ทราบกันอย่างต่อเนื่องนั้นเองนะครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ประเทศอินเดีย ก็มีข่าวหลุดออกมาว่าจะมีสมาร์ทโฟนราคาถูก แบบถูกแสนถูกออกมาขาย แต่ตอน่นั้นประชาชนในอินเดียก็ไม่เชื่อครับ ก็เลยคิดว่าข่าวนี้คงเป็นแค่กระแสเท่านั้น ใครจะบ้าทำสมาร์ทโฟนราคาแบบนี้มาขาย แล้วมันจะได้กำไรหรือไม่ คงไม่มีหรอก อะไรแบบนี้นะครับ ก็เลยเงียบหายกันไปสักพักหนึ่ง แต่ตอนนี้ก็เหมือนกับข่าวช็อคโลกเลยทีเดียว เพราะว่าสมาร์ทโฟน Freedom 251 ที่ว่านี้พร้อมส่งถึงมือลูกค้าในอินเดียแล้วครับ

   เหตุผลที่ว่าทำไมต้องตั้งชื่อว่าเป็น freedom 251 นั้นทุกท่านทราบหรือไม่ครับ แต่คำตอบก็คือ มันเป็นตัวเลขที่วางขายในอินเดีย ด้วยจำนวน 251 รูปี นั้นเอง ก็คิดเป็นเงินไทยแล้วก็ประมาณอย่างที่บอกไปว่า 130 บาทเท่านั้นเอง ซึ่งบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็พร้อมที่จะส่งมอบลูกค้าตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2016 เป็นต้นมาแล้ว ซึ่งตามข้อมูลที่ทางทีมงานได้ทราบมานั้น ก็พบว่ามีสเปคคร่าวๆ ดังนี้ครับ มีขนาดหน้าจอ 4 นิ้ว กล้องหลังความละเอียดที่ 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียดที่ 3.2 ล้านพิกเซล ในส่วนของชิปประมวลผลเป็นแบบ Quad core 1.3 GHz .ให้ RAM มาที่ 1 GB แล้วก็ให้หน่วยความจำภายในตัวเครื่องมาแบบพอหยิบจับได้ก็คือ 8 GB ความจุของแบตเตอร์รี่ที่ให้มานั้นอยู่ที่ 1800 mAh และระบบปฏิบัติการภายในนั้นเป็น Android 5.1 lollipop นั้นเอง ถือว่ามันไม่ธรรมดาเลยสำหรับราคา 130 บาทไทยเนี่ยนะครับ

   เพื่อนๆ คงสงสัยกันแล้วสิครับว่า ทำไมผู้ผลิตรายนี้ จึงผลิตสมาร์ทโฟนออกมาวางขายในราคาเท่านี้เอง แล้วมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร โดยนาย โมหิต โกแอล เป็นเจ้าของบริษัทแบะผู้ก่อตั้งบริษัท ลิงกิ้ง เบล ซึ่งเป็นเจ้าของผู้ผลิตสมาร์ทโฟน freedom 251 เครื่องนี้ก็บอกเอาไว้ว่า สาเหตุที่ในช่วงแรกที่มีข่าวลือออกมาหนาหูว่าจะมีสมาร์ทโฟนในราคาแบบนี้ออกมาวางขายจริงหรือไม่ แล้วในที่สุดก็เงียบหายไป แล้วล่าสุดนี้ก็มีออกมาวางขายจริงๆ นั้นก็เพราะว่า บริษัทเอง ไม่อยากจะโดนข้อคอระหาได้ว่าจะเป็นการลอกลวงประชาชนหรือไม่ ก็เลยต้องเงียบเรื่องนี้เอาไว้ก่อน จนกว่าจะผลิตตัวเครื่องจริงๆ ออกมาจนแล้วเสร็จและพร้อมวางจำหน่ายในอินเดียไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้นเอง ซึ่งตามข่าววงการไอทีต่างประเทศก็ยังบอกอีกว่า สมาร์ทโฟนเครื่องนี้ตั้งราคาเอาไว้เท่านี้ ก็ยังไม่ได้กำไรอยู่ดี โดยจะขาดทุนอยู่ประมาณ 151 รูปี ก็คือขาดทุนเกินว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของตัวเครื่องแน่นอน แต่เพราะอะไรผู้บริหารของบริษัทนี้จึงยอมขาดทุนได้ถึงขนาดนี้ ก็เพราะว่า ตอนนี้ในอินเดียนั้น ยังมีผู้ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงวงการไอทีและโลกอินเตอร์เน็ตและการติดต่อสื่อสารจากภายนอกอีกมาก แล้วผู้บริหารบริษัทนี้ก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะนำเครื่องสมาร์ทโฟน freedom 251 เครื่องนี้ไปขายให้กับผู้ที่อยู่ในชนบทของประเทศอินเดียก่อน เพื่อให้ผู้คนในอินเดียที่อยู่ห่างไกลได้เข้าสู่ช่วงยุคดิจิตอลได้อย่างเต็มตัวมากยิ่งขึ้นนั้นเองครับ

   ก็แน่นอนละครับว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่นำมาพรีวิวกันในตอนนี้ของเราที่นี่ เว็บไซต์ 108plaza ก็คือเป็นสมาร์ทโฟนราคาถูกที่สุดในโลกตอนนี้แต่อยู่ที่ประเทศอินเดียนั้นเอง ส่วนจะเข้ามาที่บ้านเราหรือไม่ คงมีความเป็นไปได้น้อยมากเลย นอกจากว่าจะมีผู้ใหญ่ใจดียอมขาดทุนเหมือนกับผู้บริหารคนนี้ในอินเดียทำขึ้นมาขายบ้างนะครับ

Preview Sony Xperia series X , XA สมาร์ทโฟน 2 รุ่น ที่เด่นเรื่องกล้อง เปิดตัวแล้วในไทย

 

   สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ ของเราในครั้งนี้ที่นี่ 108plaza แอดมินเองได้มีโอกาสไปที่งานเปิดตัวสมาร์ทโฟน 2 รุ่น ใหม่ เป็น 2 รุ่นย่อยของค่ายที่โด่งดังในเรื่องของการผลิตชิ้นเลนส์และเซนเซอร์กล้องขายไปให้กับหลายๆ แบรนด์ของสมาร์ทโฟนที่ใช้อยู่ตอนนี้ นั้นก็คือ แบรนด์ sony นั้นเองนะครับ ล่าสุดเมื่อต้นเดือน มิถุนายน 2016 ในช่วงที่ต้นฤดูกาลฟุตบอลยูโร 2016 ด้วยนี่แหละนะครับ sony เขาก็มีการจัดงานเปิดตัวสมาร์ทโฟน 2 รุ่นขึ้นมาทำตลาดในบ้านเรา รุ่นแรกที่จะพรีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านสเปคกันแบบคร่าวๆ แล้วก็พูดเรื่องจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่น Sony Xperia X กันพอเป็นน้ำจิ้มๆ กันสักนิดหนึ่ง ไปติดตามกันเลย

   สำหรับสมาร์ทโฟนในซีรี่ย์น้องใหม่ของทาง Sony ได้เปิดตัวมา กับ sony xperia x ที่เพื่อนๆ เห็นกันอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้นะครับ มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอเป็นแบบ Full HD ตัวบอดี้ทั้งเครื่องเลยเป็นโลหะ ก็ดูพรีเมี่ยมไม่เบาเลยทีเดียว จุดเด่นของ sony xperia x เองนั้นก็คงจะอยู่ที่เรื่องของกล้งนี่แหละนะครับ เพราะ sony เองก็เด่นในเรื่องของการผลิตตัวเซนเซอร์กล้องอย่างที่บอกไปว่าเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอยู่แล้ว ในเมื่อมาทำกล้องในแบรนด์ตัวเองจะน้อยหน้าแบรนด์อื่นได้อย่างไร ก็เลยจัดสเปคความละเอียดของกล้องหลังมาที่ 23 ล้านพิกเซล เลยทีเดียว f/2.0 ส่วนกล้องหน้าความละเอียดอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล ส่วนชิปประมวลผลภายในนั้นจะเป็นตัว snapdragon 650 เป็นแบบ 6 แกนสมอง ให้หน่วยความจำภายในมาที่ 32 GB RAM 3 GB ซึ่งภายในงานที่เปิดตัวเอง ทาง sony ก็โชว์จุดเด่นเรื่องของกล้องที่สามารถจับโฟกัสได้เร็วมาก เร็วเพียง 0.6 วินาทีเท่านั้นเอง แล้วอีกหนึ่งจุดเด่นเรื่องกล้องก็คือสามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดี เพราะมีค่า ISO ที่ปรับได้สูงมากๆ แล้วก็มีการจัดสถานที่ในอุโมงทืบแสง ที่ให้ผู้คนที่อยู่ในงานเข้าไปทดสอบถ่ายภาพกับกล้องของสมาร์ทโฟน sony xperia x และมาเปรียบเทียบกับกล้องของสมาร์ทโฟนที่เราใช้อยู่ ก็เปรียบเทียบกับให้เห็นความแตกต่างว่าภาพที่ได้จากกล้องตัวไหนจะดีกว่ากัน แล้วก็มีอีกหนึ่งจุดเด่นต่อมาของกล้อง sony ในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็คือ Hybrid auto focus เป็นโหมดที่สามารถถ่ายวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ดี ไม่พลาดทุกการโฟกัส เมื่อเราใช้กล้องแตะไปที่โฟกัสวัตถุเคลื่อนไหวเหล่านั้น กล้องจะจับโฟกัสตามไปทันที ก็ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นที่แอดมินดูในงานแล้วน่าจะจับตัวเครื่องมารีวิวซะเหลือเกิน แต่รับรองครับว่าในรีวิวตอนหน้า จะมีรีวิวฉบับเต็มๆ กันอย่างแน่นอน

   มาดูกันอีกหนึ่งรุ่นในซีรี่ย์เดียวกันที่เปิดตัวมาในงานนะครับ ก็คือสมาร์ทโฟนรุ่นที่ราคาต่ำกว่าหมื่น แต่ก็มีจุดเด่นเรื่องกล้องที่ไม่แพ้ตัว sony xperia x เลย รุ่นนี้ก็คือ sony xperia XA นั้นเองครับ ถือว่าเป็นรุ่นรองท็อปก็ว่าได้ เรื่องของดีไซน์นั้นบอกเลยว่าสวยงามครับ น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนเพราะด้วยราคาแล้วก็ดีไซน์ของตัวขอบจอที่มันค่อนข้างที่จะขอบจอบางมากๆ แทบจะบอกว่าไร้ขอบเลยก็ว่าได้ มาพร้อมกับขนาดจอ 5 นิ้วเช่นกัน สัดส่วนของหน้าจอก็ประมาณสัก 71 เปอร์เซ็นต์ของตัวเครื่องนะครับ ส่วนของชิปประมวลผลภายในเป็นตัว Media Tek M6755 หน่วยความจำภายในนั้นให้มาที่ 16 GB RAM 2 GB กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้าให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล แต่ถึงแม้ว่าดูเรื่องของสเปคแล้วมันอาจจะลดสเปคจากตัว sony xperia x ไปค่อนข้างมากเลย ทั้งเรื่องชิปประมวลผล เรื่องรอม เรื่องแรม เรื่องกล้อง แต่จุดเด่นมันไม่แพ้กันเลยทีเดียวสำหรับเรื่องกล้อง ฟี่เจอร์ต่างๆ มีครบเลย ทั้งเรื่องของการถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี มีการจับโฟกัสได้เร็วเท่ากันเลย แล้วก็มี Hybrid auto focus มาให้ด้วย ก็ถือว่าเป็นที่น่าจับตามองในช่วงครึ่งปีหลังนี้เป็นสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่นที่สเปคและการใช้งานนั้นอาจจะต้องได้ตัวเครื่องมาริวิวในฉบับเต็มๆ ในรูปแบบของ 108plaza ของเราเองนะครับ

   สำหรับสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่พรีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันก่อนใครในครั้งนี้ของ sony นั้นก็จะมีเปิดตัวมาให้เลือกซื้อเลือกหาด้วยกันอยู่ 4 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ สีเขียวทอง แล้วก็สีชมพู สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อดใจรอรีวิวฉบับเต็มไม่ไหว ก็สามารถไปหาทดสอบได้ด้วยตัวเองตามศูนย์บริการ sony ได้แล้วนะครับ อาจจะมีตัวโมเดลมาให้ได้ทดลองใช้งานกันแล้ว

รีวิว Asus zenfone Go TV สมาร์ทโฟนที่ดูทีวีดิจิตอลได้ไม่ต้องง้อเน็ตจากมือถือนิกายเซน สเปคน่าใช้ในราคา 6,000 มีทอน

 

   สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนบ้านเรานั้น ถือว่าคึกคักมาตลอดเลย แล้วก็มีผู้ผลิตจากหลายๆ ค่ายก็ทยอยเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ กันมาแบบรายวันเลยทีเดียว แล้วล่าสุดสมาร์ทโฟนนิกาย เซนก็เปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มาเอาใจคนรัการชอบทีวีดิจิตอลแบบไม่ต้องง้ออินเตอร์เน็ต อยู่ที่ไหนก็สามารถทีวีได้ ในชื่อรุ่นว่า Asus zenfone Go TV เปิดตัวมาแล้วในงาน TME 2016 ในช่วงที่ผ่านมาในราคา 5,990 บาท แล้วในครั้งนี้เองเว็บไซต์ 108plaza ของเราก็ได้มีโอกาสนำเจ้าสมาร์ทโฟนตัวนี้นี่แหละครับมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกัน สเปคจะน่าใช้แค่ไหน มาดูกันเลย

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ถือว่ามาแทนที่สมาร์ทโฟนดิจิตอลทีวีอย่างผู้ผลิตมือถือแบรนด์ไทยที่ก่อนหน้านี้ทำสมาร์ทโฟนดิจิตอลทีวีออกมาขายกัน แต่ก็หายเงียบไปสักพักใหญ่ๆ แล้ว ไม่มีมือถือรุ่นใหม่ออกมาทำตลาดเลย อย่างค่าย ไอโมบายด์ นะครับ แต่สำหรับตัว asus zenfone go tv เครื่องนี้ สิ่งที่ให้มาในกล่องก็จะมีตัวเครื่อง ตัววอล์ชาร์จ สายชาร์จ แล้วก็คู่มือการใช้งาน เท่านี้เองที่ให้มาในกล่อง สำหรับตัวเครื่องที่เห็นจุดเด่นอย่างแรกเลยที่ไม่ได้มีเขียนเอาไว้ในสเปคก็คือ ตัวเครื่องนั้นจะรองรับการ OTG หรือการเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกอย่างตัว flash drive ที่เป็นการเสียบเข้ากับ OTG ได้ด้วย นอกจากนี้ก็ยังสามารถใช่งานแบบ OTG ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ มากมาย อย่างเช่นตัวไฟ LED หรือ จะใช้เป็นการชาร์จแบตให้กับมือถือเครื่องอื่นเป็นแบบเพาเวอร์แบงค์ก็ทำได้เช่นกัน แต่ความจุของแบตเตอร์รี่ zenfone go tv นั้นที่ให้มาก็ได้มากมายอะไร ก็มีความจุแค่ 3100 mAh เท่านั้นเอง ก็พอที่จะชาร์จเป็นเพาเวอร์แบงค์ได้บ้างในกรณีฉุกเฉินจริงๆ อะไรแบบนั้นมากกว่า ถัดมาในส่วนของการใช้งานในโหมด ดิจิตอล ทีวี นั้น หลังจากที่แอดมินเองได้ทำการทดสอบใช้งานมาสักระยะหนึ่ง เกือบๆ 2 สัปดาห์ ก้ได้ทดสอบในการดูทีวีดิจิตอลในบ้านเราได้ทั้งหมดเลประมาณ 40 กว่าช่องเนี่ยนะครับ แล้วบางคนสงสัยว่าพื้นที่อย่างที่อยู่นอกเมือง ที่สัญาณภาคพื้นที่เป็นทีวีดิจิตอลยังไม่ครอบคลุมเท่าไหร่เนี่ยนะครับ ก็จะมีปัญหาอยู่บ้างเหมือนกัน ก็คือจะสแกนหาช่องไม่เจอ จับสัญญาณไม่ได้ แต่แอดมินเองได้ทดสอบแล้ว ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาอะไร ถือว่าใช้งานได้ดีเลยทีเดียวสำหรับการดูทีวี เมื่อเราเสียบสายสัญญาณที่ให้มาในกล่องแล้ว จะเป็นสายสัญญาณที่เสียบเช้าทางตัวช่องเสียบหูฟังนะครับ จากนั้นเราก็ทำการสแกนค้นหาช่องสถานีต่างๆ ก็ใช้เวลาครั้งแรกอาจจะสแกนนานนิดหนึ่ง แต่พอสแกนเจอทั้งหมดแล้วก็เข้ากดดูตามช่องได้เลย พบว่าเมื่อกดเปลี่ยนช่องดูไปหลายๆ ช่องก็ทำได้ดีครับ รวดเร็วดีมากเลยในการเปลี่ยนช่องต่างๆ แล้วก็ที่สำคัญ ใครที่ไม่อยากจะพลาดทุกรายการที่ออกอากาศไป เราสามารถที่จะกดบันทึกวีดีโอนั้นได้จากรายการที่ออกอากาศอยู่ในขณะนั้นได้ ส่วนจะบันทึกได้นานแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของหน่วยความจำของเราที่ใส่เข้าไปน้นเอง เบื้องต้นจะสามารถบันทึกได้อย่างน้อย 14 ชั่วโมงขึ้นไปนะครับ ก็ถือว่าตอบโจทย์ในการดูทีวีดิจิตอลอย่างมากเลย เรื่องของสีสันของภาพ และ ในส่วนของลำโพงที่ให้เสียงมานั้น ต้องบอกว่าเป็นหน้าจอ IPS ที่แสดงผลได้ในระดับที่ดีเลยทีเดียว เสียงของลำโพงก็ดังใช้ได้ ถ้าอยู่บริเวณข้างนอกที่มีเสียงรบกวนเยอะๆ ก็ใช้งานได้สบาย

   เมื่อดูการใช้งานเบื้องต้นกันไปแล้ว แอดมินจะพาไปดูเรื่องของสเปคคร่าวๆ กันบ้างว่าในราคา 5,990 บาทเนี่ยนะครับจะน่าซื้อหรือไม่ มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว เป็นหน้าจอที่มีความคมชัดระดับ HD 720p ตัวหน้าจอนั้นเป็นกระจก gorilla glass 3 ถัดมาในส่วนของชิปประมวลผลเป็น Qualcomm snapdragon 400 แบบ quad core 4 แกนสมอง วิ่งด้วยความเร็ว 1.4 GHz ส่วนของ GPU เป็น adreno 306 ให้ RAM 2 GB ROM 16 GB และมีให้เลือกอีกหนึ่งรุ่นเป็นตัว ROM 32 GB แต่ทั้งสองรุ่นก็สามารถที่จะเพิ่มหน่วยความจำภายนอกหรือว่า micro sd caed ได้สูงสุดที่ 64 GB ถัดมาในส่วนของกล้องนั้น กล้องหน้าจะให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล f/2.0 แล้วก็กล้องหลังเป็นแบบ PixelMaster คือเลือกตั้งค่าได้ 2 ระดับ ความละเอียดที่ 8 ล้านพิกเซลและ 13 ล้านพิกเซล f/2.0 เช่นกัน

   ก็ต้องบอกว่าหลังจากที่ทดสอบใช้งานกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คงจะเด่นไปในเรื่องของดิจิตอลทีวีเสียเป็นส่วนใหญ่ที่ตรงตามชื่อรุ่น ส่วนการใช้งานอื่นๆ ก็อยู่ในระดับกลางๆ แล้วความเป็น asus นิกายเซน อย่างที่ใครๆ รู้ดีและพูดกันในสังคมออนไลน์ต่าๆง ก็มีพอมีอารมณ์นั้นอยู่บ้าง สำหรับอาการหน่วงเป็นบางครั้ง ก็ลองไปทดสอบด้วยตัวเองกันดูได้ในราคาที่ไม่ได้สูงมากนัก