Tag Archives: gadget สินค้าอินเทรนด์

Review HK Onyx Studio 3 ลำโพงไร้สายที่มีการพัฒนาอีกหนึ่งระดับกับรูปทรงจานบินที่คุณคุ้นเคย

 

   สำหรับใครที่ชื่นชอบและสะสมลำโพงพกพา ลำโพงไร้สายที่เป็นแบรนด์ Harnan Kardon เอง ก็คงจะพอจดจำและคั้นเคยกับลำโพงรูปทรงจานบินมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมาและปีก่อนหน้านั้น กับชื่อรุ่นว่า Onyx Studio นั่นเอง แล้วในต่างประเทศเอง ก็ได้ทำการเปิดตัวรุ่นล่าสุดเมื่อช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมานี้แล้วด้วย ตอนนี้ช่วงต้นปี 2017 ก็มีเข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเราแล้วด้วยเช่นเดียวกัน นั่นก็คือรุ่น Onyx Studio 3 ที่แอดมินได้มารีวิวกันในตอนนี้ จะมีรายละเอียดอย่างไร ไปติดตามกันเลย

   ต้องยอมรับว่าถ้าใครที่เล่นลำโพงบลูทูธทรงจานบินในรุ่นก่อนคือ Onyx Studio 2 มาแล้ว เมื่อมาดูดีไซน์ของรุ่นล่าสุดตัวนี้ ก็จะบอกว่ามันไม่ได้แตกต่างอะไรเลยในเรื่องของดีไซน์และรูปทรง แต่ภายในที่ Onyx Studio 3 พัฒนาขึ้นมานั้น ก็ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่พอสมควร

   เรื่องของดีไซน์ของ HK Onyx Studio 3 ตัวนี้ ด้านหน้าที่เป็นก็จะมีรูปทรงกลมๆ พื้นผิวสัมผัสบริเวณหน้ากากด้านหน้าก็จะนูนๆ ซึ่งตัว dimensions ของตัวลำโพงเองจะอยู่ที่ 278*162*258 มม. ซึ่งก็ถือว่าเป็นขนาดตามสูตร กว้าง*ยาว*สูง นั่นเอง ก็ลองคำนวณหรือจินตนาการกันดูว่าขนาดเท่านี้จะเหมาะกับเราหรือไม่ อะไรแบบนั้น แต่น้ำหนักของตัวลำโพงเอง ก็มีการปรับให้มีน้ำหนักที่เบากว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย ซึ่งก็มีน้ำหนักเพียงแค่ 2 กิโลกรัม เท่านั้นเอง ในส่วนถัดมาเรื่องของสเปคภายในนั้น ก็จะปรกอบไปด้วยลำโพงแบบ woofer จำนวน 2 ตัว มีขนาดตัวละ 75 มม. และก็มาพร้อมกับ twitter หรือดอกลำโพงเสียงแหลมนั่นเอง ก็ให้มาจำนวน 2 ตัวเช่นเดียวกัน มีขนาดตัวละ 20 มม. และในส่วนของเสียงเบสหรือมิติเบสนั้น จะออกแบบมาเป็นท่อเบสที่เรียกว่า passive radiator ก็จะดีไซน์ท่อเบสตรงนี้เอาวที่บริเวณด้านหลังตัวลำโพง ก็จะให้มิติของเสียงเบสได้อย่างดีเลยทีเดียว แต่บุคลิกเสียงจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องติดตามในช่วงท้ายๆ ของการริวิว

   สำหรับลำโพงบลูทูธ HK Onyx Studio 3 ตัวนี้นั้น จะมีกำลังขับอยู่ที่ 60wrms ซึ่งกำลังขับตรงนี้จะเป็นในกรณีที่เสียบปลั๊กใช้งาน เปิดฟังเพลงต่างๆ ภายในบ้าน แต่ถ้าในกรณีที่ใช้แบตเตอร์รี่ ระบบภาคขยายจะตัดกำลังขับจาก 60wrms เหลือ 30wrms ซึ่งตรงนี้ก็เพื่อให้สามารถใช้งานแบบพกพา ใช้แบตเตอร์รี่ได้ยาวนานมากขึ้นนั่นเอง แต่คุณภาพเสียงก็จะไม่ด็อปลงไปมากนัก ถือว่ายังมีความดังอยู่มากเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับขนาดของลำโพงตัวเล็กๆ แบบนี้ แต่ก็แน่นอนว่าจะให้ดังมากๆ เหมือนลำโพงใหญ่ๆ ก็คงไม่ใช่ ตรงนี้ก็คงต้องไปหาทดสอบฟังด้วยหูของตัวท่านเองก็จะดีที่สุดต่อการตัดสินใจซื้อ ในส่วนของการใช้บลูทูธนั้น ก็เป็นเวอร์ชั่น 4.1 ก็ถือว่ามีความเสถียรในการเชื่อมต่อที่ดีเลย แต่ก็ยังไม่ใช่เวอร์ชั่นที่ใหม่ล่าสุด แต่การใช้งานในระยะ 15-30 เมตรตรงนี้ใช้ได้สบายๆ เลย ในส่วนของการใช้งานแบตเตอร์รี่นั้น สามารถที่จะใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องกันไปได้นานถึง 5 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานว่าจะเร่งระดับเสียงดัง เบา มากน้อยแค่ไหนนั่นเอง แต่อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่มีเพิ่มขึ้นมาในรุ่นใหม่นี้ก็คือ ฟังก์ชั่น Wireless Dual Sound ก็คือ ในฟังก์ชั่นนี้จะสามารถเชื่อมต่อเข้าหากันเองในลำโพงรุ่นเดียวกันนี้ได้ 2 ตัว จากการเปิดเพลงเครื่องเดียว ซึ่งฟังก์ชั่นนี้ก็จะสามารถเพิ่มความดัง เพิ่มอรรถรดในรูปแบของ สเตอริโอ ได้ดียิ่งขึ้น อีกหนึ่งจุดที่หลังจากแอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมาแล้ว ก็คงเป็นเรื่องของไมค์โครโฟนที่ติดมากับตัวลำโพงเอง ลำโพงไร้สายตัวนี้สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ ซึ่งก็มีมาให้ตั้งแต่ในรุ่นก่อนหน้านี้ แต่ในรุ่นใหม่นี้ เสียงของไมค์จะมีความชัดเจนขึ้น สามารถพูดคุยโทรศัพท์ได้ดีมากเลย ไม่มีเสียงสะท้อน ไม่มีเสียงก้องเลย ถือว่าชัดเจนดีมาก

   มาถึงในส่วนที่คิดว่าสำคัญมากเลยในการรีวิวก็คือ เรื่องของบุคลิกเสียงที่ได้จากลำโพงไร้สาย HK Onyx Studio 3 รุ่นนี้ ซึ่งก็ต้องบอกว่าแนวเสียงเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม จะยังคงคล้ายคลึงกันมากเลย ถ้าใครที่เคยใช้รุ่นก่อนหน้านี้มา แต่จุดเปลี่ยนก็พอมีให้จับได้บ้าง ก็คือ รายละเอียดเสียงในย่านแหลม จะมีความในโปร่ง พร้วมากขึ้น ฟังสบายๆ พร้อมกับการปรับเปลี่ยนมิติเสียงเบส ที่มีความกระชับขึ้นกว่ารุ่นเดิม แต่อาจจะลดความหนักหน่วงของเบสลงมานิดหน่อย แต่จะได้ความกระชับฟังสบายๆ มากขึ้น พร้อมกับย่านเสียงกลาง เสียงร้องที่เป็นธรรมชาติ มีความอิ่มหนา รวมๆ แล้วเป็นลำโพงที่ฟังสบายๆ เน้นรายละเอียดของเสียงที่เป็นธรรมชาตินั่นเอง

รีวิวลำโพงบลูทูธ GGMM E5 ให้เสียงเพราะ ฟังอิ่มๆ พร้อมเบสนุ่มๆ ต้องลำโพงแบรนด์น้องใหม่รุ่นนี้เลย

 

   เปิดมาช่วงต้นปีแบบนี้ก็ต้องมี gadget ดีๆ สินค้าเด็ดๆ มาทำการรีวิวให้เพื่อนๆ ชาว 108plaza ได้อ่าน ได้ติดตามกันอีกเช่นเคย ในตอนนี้เราอยู่กับสินค้าแบรนด์น้องใหม่ที่มีชื่อว่า GGMM หลายท่านอาจจะยังไม่คุ้นหูคุ้นตากันสักเท่าไหร่ ก็ต้องมาอ่านรีวิวกันสิว่า คุณภาพการใช้งานเป็นอย่างไร มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันหรือไม่ กับ กลุ่มประเภทสินค้าลำโพงบลูทูธที่มีชื่อรุ่นว่า GGMM E5 ตัวนี้เลย

   สำหรับลำโพงพกพารุ่นนี้ ถ้าใครที่ไม่ยึดแบรนด์ดังๆ เป็นหลัก ก็ถือว่าตอบโจทย์ แล้วใครที่งบน้อย ไม่อยากเสียเงินซื้อลำโพงในราคาหลักหมื่น ก็ถือว่าตอบโจทย์เช่นเดียวกัน แต่ราคาจะเท่าไหร่นั้นรออ่านในช่วงท้ายบทความรีวิวได้เลย ลำโพงบลูทูธรุ่นนี้เปิดตัวมาให้เลือกใช้งานด้วยกันอยู่ 2 สี ก็คือ สีขาวและสีดำ สำหรับสเปคที่เขียนติดกันเอาไว้ข้างกล่องนั้น ก็จะมีตั้งแต่ สามารถที่จะกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ เพราะมีไมค์โครโฟนติดมาให้ ถัดมาก็จะเป็นการเชื่อมต่อแบบไร้สาย แน่นอนว่าต้องเป็นบลูทูธ เป็นเวอร์ชั่น 4.0 พร้อมกับเหมาะเป็นลำโพงพกพา เพราะตามรูปก็จะมีสายคล้อง หรือ สายหิ้วก็ได้ แถมมาให้ด้วย ความหนาของตัวลำโพงเองเพียงแค่ 4.2 เซนติเมตรเท่านั้นเอง นอกจากนั้นก็ยังมีสเปคภายในบอกมาอีกด้วยว่า ภายในตัวลำโพงนั้นอัดแน่ไปด้วยตัว driver หรือตัวดอกลำโพงแบบ Full range ที่ให้ทั้งเสียงทุ้ม เสียงกลาง เสียงแหลม ภายในตัวเดียว ให้มาภายในจำนวน 2 ตัว มีขนาดตัวละ 2.25 นิ้ว แต่ที่เหนือไปกว่านั้น ยังมีตัว driver แบบ mid range อีกจำนวน 2 ตัว มีขนาดเท่ากันคือ 2.25 นิ้ว ที่จะให้พลังเสียงในย่านเสียงกลางต่ำและเสียงเบสเข้ามาช่วยให้มิติเสียงมันครบถ้วนขึ้น รวมทั้งหมดภายในก็จะมีดอกลำโพงจำนวน 4 ตัวด้วยกัน นอกจากนั้นก็ยังมีช่องจูนเสียงเบสที่เป็นช่องลมที่เรียกว่า passive radiator จำนวน 2 ตัวด้วยกัน ในส่วนของกำลังขับนั้นก็คือ 20wrms นอกจากนั้น การใช้งานแบบพกพาก็คือภายในตัวลำโพงเอง ก็จะมีแบตเตอร์รี่ในตัว การชาร์จหนึ่งครั้งจะสามารถใช้งานได้นานถึง 15 ชั่วโมงในความดังระดับปานกลาง แต่ช้าใครที่ชอบความสะใจเปิดดังๆ เร่งสุดๆ ก็จะใช้งานได้ประมาณ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ก็ถือว่าเป็นลำโพงที่พกพาไปท่องเที่ยว ไปเปิดฟังเพลงในที่ต่างๆ ได้สบายๆ ใช้งานกันยาวๆ ได้ แถมยังสามารถที่จะทำเป็นเพาเวอร์แบงค์ได้อีกด้วย เนื่องจากความจุของแบตเตอร์รี่ค่อนข้างเยอะ ก็จะมีพอร์ด USB ให้เสียบชาร์จแบตมือถือได้ชั่วคราวด้วย

   สำหรับอุปกรณ์เสริมที่ให้มาภายในกล่องลำโพงบลูทูธ GGMM E5 รุ่นนี้ก็มีเพียงแค่สายคล้องสีน้ำตาลมาให้ พร้อมกับ adaptor ชาร์จไฟ พร้อมสายชาร์จ มีแค่นี้เท่านั้น ไม่มีสายแจ็ค 3.5 มม. แถมมาให้ด้วย ในส่วนของขนาดตัวลำโพง ความกว้างอยู่ที่ 26.5 ซม. ความสูง 15.5 ซม. ก็เป็นลำโพงพกพาที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มาก พกพาง่าย แต่ตัวลำโพงอาจจะหนักสักนิดหนึ่ง หนักอยู่ที่ 1.3 กก. ก็ค่อนข้างหนักสักนิดหนึ่งเนื่องจากบอดี้ด้านหน้าเป็นตะแกรงเหล็ก พร้อมกับด้านบนก็เป็นอะลูมิเนี่ยม แต่บอดี้ด้านหลังเป็นพลาสติกที่แข็งแรงดี สามารถใช้งานแบบลุยๆ ได้ แต่ไม่สามารถกันน้ำได้ ก็ต้องระวังกันสักนิดหนึ่ง ถ้าใครที่ชอบเที่ยวทะเล เที่ยวน้ำตก

   จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างของลำโพงพกพารุ่นนี้ก็คือ ถ้าสังเกตจากในรูปจะเห็นว่ามีปุ่ม volume อยู่ 2 ปุ่ม จะเป็นปุ่มสำหรับปรับเสียงทุ้ม ปรับเสียงแหลม ได้ตามต้องการ ใครที่ชอบโทนเสียงแบบไหนเลือกปรับกันได้เองเลย ซึ่งฟังก์ชั่นนี้จะหาได้ยากในลำโพงราคาหลักพัน โดยสเปคเองจะตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 80Hz ไปจนถึงความถี่สูงที่ 20kHz กันเลยทีเดียว นอกจากนั้นก็จะมีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเลื่อนเพลง ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงและปุ่มกด pair Bluetooth อยู่ทางด้านหลัง พร้อมกับมีช่องเสียง AUX input 3.5 มาให้ใช้งานได้ด้วย แต่ต้องหาสายเชื่อมต่อเอง ไม่มีแถมมาให้

   สำหรับเรื่องของบุคลิกเสียงหรือแนวเสียงที่หลังจากแอดมินเองได้ทดสอบใช้งานลำโพงพกพา GGMM E5 รุ่นนี้แล้ว ก็รู้สึกได้ว่าลำโพงรุ่นนี้ไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบบ้าพลัง เอาเบสหนักหน่วง เอาพลังเสียงที่สะใจ เอามันส์อย่างเดียว แบบนั้นไม่ใช่ แต่ลำโพงรุ่นนี้จะออกไปในทางแนวเสียงแบบผู้ดี เป็นเสียงเพราะๆ ฟังสบายๆ เวทีเสียงกลางกว้างๆ เสียงแหลมใสๆ พร้อมกับเบสที่นุ่ม ส่วนราคาก็อยู่ที่ประมาณ 4,xxx บาทเท่านั้นเอง ก็สามารถไปลองหาฟังเพลงด้วยหูของทุกท่านเองว่าชอบหรือไม่ชอบอย่างไรได้แล้วทั่วประเทศ

รีวิว Lenovo K6 Note สมาร์ทโฟนแบตอึด 4,000 mAh ในราคาต่ำหมื่น

 

   หลังจากที่ Lenovo เองก็ตัดสินใจไปซื้อกิจการในกลุ่มตลาดสมาร์ทโฟนมาจากแบรนด์ดังอย่าง Motorola มาแล้วก็ถือว่า Lenovo เองก็ไม่ค่อยได้ผลิตสมาร์ทโฟนออกมาในแบรนด์นี้สักเท่าไหร่ แต่ในซีรีส์ K เองที่ผ่านมาอย่าง K5 Note ก็ได้รับความนิยมกันพอสมควร ล่าสุดเมื่อช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมา ลากยาวมาในช่วงต้นปี 2017 แบบนี้ สมาร์ทโฟนที่ให้คำนิยามว่า แบตอึด ราคาต่ำหมื่น ที่ให้ความคุ้มค่าในการใช้งาน ก็มีอยู่เช่นเดียวกัน ในแบรนด์ Lenovo แล้วสินค้าอินเทรนด์ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้ก็คือ Lenovo K6 Note นั่นเอง จะน่าสนใจอย่างไรไปดูกัน

   รอบๆ ตัวเครื่องของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอระดับ Full HD Display 401 ppi. ซึ่งตรงนี้ก็จัดว่าเด็ดในความคุ้มค่าแรกที่ให้คิดว่า ราคาต่ำหมื่น แต่มีความละเอียดหน้าจอที่คมชัดแบบนี้ ก็คุ้มค่า เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์ดังที่ให้มายังไม่ถึงขนาดนี้ในราคาระดับเดียวกัน ซึ่งการแสดงภาพที่ได้ออกมานั้น หน้าจอจะไม่ได้ออกแนวสีสันสดมากนัก แต่จะได้ความนุ่มนวลของสีและความคมชัดที่ดี ซึ่งหลายๆ คนก็น่าจะชอบเพราะมันสามารถดูหน้าจอได้นานๆ ไม่รู้สึกว่าจะแสบตามากนัก เน้นการดูที่สบายตามากกว่า ส่วนของความละเอียดกล้องหน้าให้มาที่ 8 ล้านพิกเซล พร้อมกับมีเซนเซอร์ ด้านข้างตัวเครื่องนั้น ก็จะสามารถรองรับซิมการ์ดได้ 2 ซิม แต่ซิม 2 จะต้องเลือกใส่ระหว่าง micro sd card หรือใส่ซิม ด้านหลังตัวเครื่อง ก็จะมาพร้อมกับ กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมกับไฟแฟลชแบบ ทูโทน ถัดมาด้านล่างก็จะเป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือ สามารถที่จะวางนิ้วสแกนได้ในขณะจอดำ ไม่ต้องปลุกหน้าจอก่อนก็สแกนได้เลย ก็ถือว่าเป็นข้อดีกว่าหลายๆ แบรนด์ เพิ่มความรวดเร็วในการใช้งานได้อย่างดี ด้านล่างตัวเครื่อง ยังคงใช้พอร์ดที่เป็น micro USB อยู่ ยังไม่เปลี่ยนเป็น Type C แต่อย่างใด ก็ถือว่าเป็นจุดด้อยที่อนาคตมือถือส่วนใหญ่เปลี่ยนไปแล้ว แต่จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างที่สัมผัสได้และมันคุ้มค่าก็คือ Lenovo เลือกใส่ลำโพงที่มีคุณภาพดีเลยทีเดียว เป็นระบบ Dolby atmos มาให้ด้วย ก็ถือว่าคุณภาพเสียงนั้นโดดเด่นเลยทีเดียว พร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่อาจจะรู้สึกหนักไปนิด ด้วยน้ำหนักที่ 169 กรัม แต่ก็แลกมากับความจุดแบตเตอร์รี่ที่ได้มากถึง 4,000 mAh ที่ให้ความอึดของแบตมาให้ใช้งานกันได้ยาวนานมากขึ้น บอดี้ตัวเครื่องนั้นเป็นโลหะทั้งชิ้น งานประกอบก็ถือว่าแน่นหนาดี ไว้ใจได้ในรุ่นที่ผ่านๆ มาจากแบรนด์ Lenovo เองด้วย ก็ถือว่าเป็นบอดี้โลหะที่ระบายความร้อนได้เร็ว แต่ถ้าเล่นไปนานๆ ก็อาจจะรู้สึกว่าตัวเครื่องมันร้อนเร็วเหมือนกันแต่เป็นเรื่องปกติของบอดี้โลหะอยู่แล้ว

   สำหรับภายในตัวเครื่องนั้น มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.1 M ชิปประมวลผลภายในเป็น snapdragon 430 64-bit Octa-core RAM 4 GB ซึ่งหลังจากที่แอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมากันแล้วก่อนหน้าที่จะมาเขียนรีวิว ก็พูดได้เลยว่า การใช้งานทั่วไป การเล่นโซเชียล การเข้าเว็บไซต์ การเข้าแอปพลีเคชั่น โทรเข้า โทรอก ก็ไม่มีปัญหาอะไร ใช้งานได้ไหลลื่นเป็นปกติ แต่แน่นอนว่า หลายๆ คนกำลังมองหาความคุ้มค่าที่ Lenovo ทำได้ดีในรุ่นผ่านๆ มาก็คือ เรื่องของความบันเทิง ทั้งเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม ก็มีมาให้ในรุ่นนี้เช่นเดียวกัน หรือ จะเป็นในเรื่องของการเล่นเกมส์ ก็ต้องบอกอีกว่า Lenovo K6 Note เครื่องนี้ก็เล่นเกมส์ได้ไหลลื่นดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ เกมส์ออนไลน์ต่างๆ เล่นได้และแบตอึดด้วย ใครที่ชอบติดสมาร์ทโฟนก็ค่อนข้างที่จะใช้งานตอบโจทย์เลยทีเดียว

   อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องพูดถึงในสินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ก็คือ เรื่องของกล้อง ซึ่งหลังจากได้ทดสอบใช้งานเริ่มจากกล้องหลัง สามารถแตะโฟกัสได้ไว พร้อมกดซัดเตอร์ก็ถ่ายไวด้วย พร้อมกับมีโหมดต่างๆ มาให้ได้ใช้งานพอสมควร แต่อาจจะไม่ได้เยอะเท่ากับรุ่นเรือธง แต่ก็เพียงพอกับคนทั่วไปที่จะเลือกปรับใช้งานกัน กล้องหลังถ่ายวีดีโอได้สูงสุดที่ระดับ Full HD แต่ก็ต้องบอกว่า คุณภาพของภาพที่ได้ก็ไม่ได้โดดเด่นมากนัก อยู่ในระดับกลางๆ มีความคมชัดแต่การเกลี่ยสีหรือสีของภาพก็ดูปกติ ส่วนกล้องหน้า ก็มีโหมดบิวตี้มาให้เซลฟี่ทั้งแบบ ออโต้ และ แบบเลือกความบิวตี้เลือกระดับได้เองก็ทำได้ แต่คุณภาพของภาพก็ออกมากลางๆ เช่นเดียวกัน มีความคมชัดแต่ก็ถือว่าภาพไม่ได้ ว้าว มากเท่าไหร่ พอใช้งานได้

ดูหนังยาวนานต่อเนื่องด้วย Galaxy Tab A 2016


   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะค่ะ วันนี้เราก็มาพบกันเหมือนเช่นเคยค่ะและก็เป็นเหมือนเช่นเคยเมื่อเรามาพบกันแบบนี้ก็ต้องมีสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจมาแนะนำให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักกันค่ะ สำหรับในวันนี้เราจะมาพูดกันในเรื่องของเทปเลตซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบันนี้นั้นเอง เชื่อได้ว่าในปัจจุบันนี้ก็คงมีใครที่ไม่มีอุปกรณ์สื่อสารไม่ว่าจะเป็นในส่วนของโทรศัพท์มือถือ หรือจะเป็นเทปเลตนั้นเองค่ะ เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้นในทุกๆวันจึงทำให้เครื่องมือสื่อสารในยุคปัจจุบันนี้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การติดตามข่าวสารของอุปกรณ์ในด้านไอทีนั้นก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเช่นกันสำหรับในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้ค่ะ เทปเลตที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ก็ถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่สนใจในปัจจุบันนี้อยู่ไม่น้อยเช่นกันค่ะ เนื่องจากเป็นเครือในแบรนด์ของ Samsumg ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีการผลิตพวกอุปกรณ์ไอทีต่างๆออกมาอย่างมากมายและเป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างกว้างขวางด้วยนั้นเองค่ะ สำหรับ Galaxy Tab A 2016 ถือได้ว่าเป็นเทปเลตตัวใหม่ที่มีการปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากกว่ารุ่นเดิมนั้นเองค่ะ Galaxy Tab A 2016 สามารถที่จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับการทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างลงตัวด้วยเช่นกัน เราเลยอย่างจะนำของมูลเบื้องต้นและคุณสมบัติที่น่าสนใจของ Galaxy Tab A 2016 มาแนะนำและเป็นแนวทางให้กับเพื่อนๆคนไหนที่กำลังสนใจที่จะซื้อเทปเลตสักเครื่องนั้นเองค่ะ อย่าเสียเวลาเลยค่ะเอาเป็นว่าเรามาเริ่มทำความรู้จักไปกับสินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้กันดีกว่าค่ะ

   สำหรับ Galaxy Tab A 2016 ถือได้ว่าเป็นสินค้าด้านไอทีที่มีความน่าสนใจเลยก็ว่าได้เรามาดูในส่วนของคุณสมบัติกันก่อนดีกว่าค่ะ Galaxy Tab A 2016 มีความโดดเด่นในเรื่องของความอึดของแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและต่อเนื่องนั้นเองค่ะ ที่สำคัญยังสามารถที่จะรองรับระบบ 4G มีขนาดที่เล็กกะทัดรัดอีกด้วยค่ะ ในเรื่องของรูปทรงการออกแบบนั้นมีการดีไซน์ออกแบบที่เปลี่ยนจากรูปทรงเดิม โดยทำให้มีความโฉบเฉี่ยวและมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ โดยที่มีการออกแบบที่มุมมีความโค้งมน ที่สำคัญยังมีการออกแบบลวดลายที่พิเศษไว้ด้านหลังของตัวเครื่องอีกด้วยเป็นการเพิ่มความโดดเด่นให้แก่ Galaxy Tab A 2016 ได้อย่างลงตัวค่ะ ในส่วนนี้จะทำให้เกิดความกระชับมือมากยิ่งขึ้นเมื่อเราได้ถือใช้งานนั้นเองค่ะ โดยที่มีขนาดและน้ำหนักที่น่าพกพาอีกด้วย ทำให้เพื่อนๆสามารถที่จะพกพาไปไหนได้ทุกที่ได้อย่างสะดวกสบายค่ะ โดยมีความบาง 8.7 มิลลิเมตร น้ำหนักอยู่ที่ 289 กรัม มาดูในส่วนของคุณสมบัติในตัวเครื่องเราสามารถที่จะเกิดภาพความประทับใจต่างๆได้อย่างสมจริงค่ะ โดยที่กล้องหลังนั้นมีความละเอียดถึง 5 MP และยังเป็นออโต้โฟกัสอีกด้วย ทำให้ภาพถ่ายที่ได้ออกมานั้นมีความสว่างสดใสไปในตัวด้วยนั้นเองค่ะ Galaxy Tab A 2016 ยังสามารถให้เพื่อนๆได้ถ่ายภาพแบบโนรามาที่ชัดเจนได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นในแบบแนวตั้งหรือว่าแนวนอนก็สามารถที่จะถ่ายภาพได้ ไม่เท่านั้นยังสามารถที่จะใช้ Galaxy Tab A 2016 สร้างภาพเคลื่อนไหวแบบ GIF ได้อีกด้วยค่ะถือได้ว่าคงจะถูกใจเพื่อนๆหลายๆคนที่ชื่นชอบในเรื่องของการถ่ายภาพนั้นเองค่ะ ที่สำคัญในเรื่องของพื้นที่สำหรับการทำงานและเวลาในการใช้งานนั้นก็มีการเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ โดยที่ Galaxy Tab A 2016 มีแบตเตอรี่ที่มีความอึดสามารถที่จะใช้งานหรือว่าใช้ในการดูหนังได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมงด้วยกัน ซึ่งมีประโยชน์ในเรื่องของการชาร์จไฟที่ทำให้หนึ่งวันเราชาร์จไฟน้อยครั้งนั้นเองค่ะ ที่สำคัญนอกจากจะเป็นในเรื่องของแบตเตอรี่ที่มีความคงทนยาวนานแล้วนั้น Galaxy Tab A 2016 ยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับการจัดเก็บให้อีกด้วย มีช่อง Micro SD Card ที่เราสามารถที่จะเพิ่มความจุได้สูงสุดถึง 200 GB นั้นเอง ในส่วนนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ชื่นชอบในเรื่องของการดูหนังเพราะแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานและมีพื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์ต่างๆได้อย่างมากอีกด้วย

   ถือได้ว่า Galaxy Tab A 2016 เป็นเทปเลตที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพื่อนๆที่กำลังสนใจหรือว่ามองหาเครื่องมือติดต่อสื่อสาร Galaxy Tab A 2016 สามารถเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกง่ายๆได้อย่างแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรูปแบบและขนาดที่มีความกะทัดรัดน่าพกพา และคุณสมบัติที่น่าสนใจนั้นเองค่ะ

เสียงทรงพลังกับ R7 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker

 

   สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคนวันนี้เราก็มาพบกันเหมือนเคยนะค่ะ สำหรับวันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องของเครื่องเสียงค่ะ สำหรับเครื่องเสียงในปัจจุบันนี้มีการออกแบบในเรื่องของดีไซน์ให้เข้ากับบ้านในยุคสมัยใหม่มากขึ้น และที่สำคัญเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆก็มีการพัฒนาปรับปรุงให้มีความทันสมัยสามารถที่จะใช้งานได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เครื่องเสียงถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ยังคงได้รับความสนใจอยู่อย่างต่อเนื่องไม่ว่ายุคสมัยจะมีการเปลี่ยนไปก็ตาม มีรุ่นใหม่ๆออกมาเสมอซึ่งก็ถือได้ว่าเครื่องเสียงเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เครื่องเสียงที่น่าติดตามทุกรุ่นนั้นก็ต้องพลาดไม่ได้เลยกับแบรนด์ Samsung ที่มีการออกแบบในเรื่องของดีไซน์ให้มีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลาสร้างความหน้าสนใจให้กับเครื่องเสียงให้เราสามารถที่จะติดตามอย่างต่อเนื่องนั้นเองค่ะ ทำให้เราอยากจะพาเพื่อนๆทุกคนได้ไปทำความรู้จักกับเครื่องเสียงของแบรนด์นี้กันค่ะ เป็นสินค้าอินเทรนด์อีกหนึ่งอย่างที่มีความน่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างมาก เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักไว้ก็ไม่เสียหายอะไรเผื่อเพื่อนๆจะสนใจและอยากจะเป็นเจ้าของเครื่องเสียงก็เป็นได้ค่ะ สำหรับรุ่นที่เราจะมาแนะนำวันนี้ถือได้ว่าเป็นตัวเด่นของสินค้าเลยก็ว่าได้ค่ะ R7 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker เป็นเครื่องเสียงที่มีความน่าสนใจในเรื่องของเสียงที่มีความทรงพลังนั้นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ หรือจะเป็นในเรื่องของคุณภาพเสียง คุณสมบัติต่างๆที่มีการพัฒนาและปรับปรุงอยู่เสมอของเทคโนโลยีนั้นเองค่ะ เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกันดีกว่าค่ะ

   สำหรับ R7 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker จะเน้นไปในเรื่องของประสบการณ์ที่มีการสะสมมาอย่างยาวนานและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการออกแบบและดีไซน์ที่มีความลงตัวเป็นอย่างมาก ที่สำคัญ R7 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker ยังมี Ring Rediotor Technology ที่สามารถจะสร้างเสียงได้ทั้ง 360 องศากันเลยที่เดียวค่ะ แต่ว่ามี Woofer ที่ทำให้ทุกอย่างมีขนาดที่เล็กลงไปแต่ยังคงในเรื่องของคุณสมบัติของเสียงที่มีความทรงพลังเหมือนเคยนั้นเองค่ะ ในส่วนของเรื่อง Wireless Audio 360 เป็นในส่วนของการจัดตั้งห้องปฏิบัติการใหม่ที่มีความทันสมัยซึ่งถือได้ว่าเป็นก้าวที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการพัฒนาอุปกรณ์ในเรื่องของเครื่องเสียงให้ก้าวหน้าไปอีกหนึ่งขั้น R7 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker มีการออกแบบที่น่าสนใจเป็นอย่างมากโดยเป็นการออกแบบที่มีความพิเศษเพื่อที่จะให้กลมกลืนไปกับการตกแต่งภายในบ้านไปด้วยค่ะ โดยที่มีดีไซน์ที่โค้งมน ทำให้ดูโฉบเฉี่ยว และมีสไตล์ที่หลากหลายมากขึ้นนั้นทำให้เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวกับการตกแต่งภายในบ้านได้เป็นอย่างดีนั้นเองค่ะ นอกจากจะมีในเรื่องของการตกแต่งบ้านที่ดูจะสามารถเข้ากับบ้านในปัจจุบันนี้ได้ยังไม่เท่านั้นในเรื่องของเสียงที่สามารถรอบทิศได้ถึง 360 องศา เนื่องจากในอดีตลำโพงรุ่นเก่าๆนั้นจะสามารถที่ส่งเสียงได้เพียงทิศทางเดียวเท่านั้น แต่สำหรับ R7 Wireless Audio 360 Multiroom Speaker นั้นสามารถที่จะมีการถ่ายทอดเสียงอย่างเต็มรูปแบบโดยที่สามารถจะถ่ายทอดเสียงได้ทั่วห้อง ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยี Ring Radiator ของ Samsung นั้นเองจะช่วยในเรื่องของการกระจายเสียงให้สามารถที่จะกระจายเสียงได้รอบทิศทางนั้นเองค่ะ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีระบบ Multiroom Link ที่ทำหน้าที่สำคัญในเรื่องของการควบคุมและแบ่งปันในเรื่องของแหล่งสัญญาณเดียวกัน ก็คือเราสามารถที่จะควบคุมอุปกรณ์เสียงหลายๆอุปกรณ์ได้นั้นเองค่ะ ยังสามารถที่จะเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงสตรีมมิ่งได้ง่ายมากขึ้นด้วยลำโพง Wi-Fi ซึ่ง   Wireless Audio 360 Multiroom Speaker จะช่วยในเรื่องของการเข้าถึงเสียงเพลงได้ง่ายขึ้นทำให้เพื่อนๆสามารถที่จะเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ เนื่องจากมีการเล่นเสียงแบบ HD สามารถที่จะสัมผัสกับเสียงที่ดังกระหึ่มได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ

   Wireless Audio 360 Multiroom Speaker จะเห็นได้แล้วว่าเป็นลำโพงที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในเรื่องของการฟังเพลงที่สามารถฟังได้สะดวกมากยิ่งขึ้นและในเรื่องของคุณภาพเสียงที่มีการพัฒนาและปรับปรุงขึ้นนั้นเองค่ะ ที่สำคัญเพื่อนๆจะต้องพึ่งพอใจกับเรื่องของการออกแบบดีไซน์ตัวเครื่องที่สามารถจะใช้ในการตกแต่งบ้านได้อย่างกลมกลืนและลงตัวที่สุด ถือได้ว่า Wireless Audio 360 Multiroom Speaker เป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก เพื่อนๆคนไหนสนใจก็สามารถที่จะเข้าไปสัมผัสกับเครื่องจริงได้ที่ศูนย์ของ Samsung ได้เลยค่ะ เชื่อได้ว่าจะต้องถูกใจเพื่อนๆอย่างแน่นอนค่ะ

 

รีวิวท้าชน Pablet หน้าจอใหญ่เบิ้มระหว่าง Asus zenfone 3 Ultra vs Samsung galaxy A9 Pro แล้วจะเลือกตัวไหนดี แล้วจะเลือกตัวไหนดี

 

   ยุคนี้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ ตัวเครื่องเบา บาง ขอบจอบาง พกพาไม่ได้ยากนัก เป็นอะไรที่มาแรงสุดๆ และค่อนข้างได้รับความนิยมสุดๆ ด้วยในตลาดสมาร์ทโฟนตอนนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียกว่า Pablet ก็คือหน้าจอจะไม่ได้ใหญ่เกินกว่าขนาด 7 นิ้ว ถ้าใหญ่เกินนั้นจะเรียกว่า Tablet นั้นเอง ดังนั้น gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมาท้าชนกันถึง 2 รุ่นใหญ่ๆ ในตอนนี้ที่นี่ 108plaza ก็คือสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวมาในช่วงเดียวกัน ในปี 2016 ที่ใช้ซีพียูตัวเดียวกัน ไปดูกันว่าระหว่าง Asus zenfone 3 ultra กับ Samsung galaxy A9 Pro คุณจะเลือกตัวไหน

   ก่อนอื่นเราบอกราคาก่อนเลยดีกว่า zen 3 ultra ราคาอยู่ที่ 21,990 บาท ส่วน A9 Pro นั้นอยู่ที่ 15,900 บาท ราคาต่างกันประมาณ 6 พันบาทเลยทีเดียว ฉะนั้น ใครมีงบน้อยเลือกตัว A9 Pro ไปได้เลย แต่ถ้าใครมีงบที่จะไปสู้ตัว zen 3 ultra ได้ ก็อ่านกันต่อไป แล้วก็ค่อยมาเปรียบเทียบกันว่าจะเลือกตัวไหนดีนะครับ

   สาเหตุที่แอดมินเลือกมาท้าชนกันนั้น มันเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่เบิ้มทั้งคู่ แล้วสเปคมันแรงด้วยกันทั้งคู่ คือถ้าอยากได้แท็บเล็ดหรือมือถือจอใหญ่ สเปคแรงๆ ก็ต้องหันมามอง 2 รุ่นนี้ ตัวชิปประมวลผลนั้นทั้งคู่เป็น snapdragon 652 วิ่งด้วยความเร็ว 1.8 GHz แล้วก็ให้ RAM 4 GB ทั้งคู่ แต่จะต่างกันที่ ROM 64 GB สำหรับตัว zen 3 ultra ส่วน A9 Pro ROM 32 GB แต่ทั้งคู่เพิ่มเมมโมรี่การ์ดได้ทั้งคู่มีช่องแยกใส่ต่างหากไม่ใช่ไฮบริจ รองรับ 2 ซิมการ์ดทั้งคู่ 4G LTE ด้วย เป็น Android 6.0 ทั้งคู่ด้วย

   ถัดมาในส่วนที่ต้องตัดสินใจ ถ้าคุณเป็นคนชอบหน้าจอใหญ่ๆ ก็ต้องเลือก asus เลยเพราะหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว เกือบๆ จะเป็นแท็บเล็ดแล้ว เป็นหน้าจอแบบ IPS ซึ่งหลายคนที่ชอบหน้าจอ super amoled อยู่แล้วอาจจะถอยไปเลือ A9 Pro ที่มีขนาดเล็กกว่านิดหนึ่ง 6 นิ้ว แต่เรื่องของสีสันจอแอดมินเองก็ชอบจอของ Samsung ที่สีสันสดใส มองแล้วมันเนียนตา แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของบุคคลนะครับ asus เองทำหน้าจอออกมาก็ไม่ขี้เหร่ อยู่ในขั้นดีมากเลยความคมชัดหน้าจอก็ Full HD เช่นกันด้วย แน่นอนว่าตัว asus จะมีขนาดที่ใหญ่นิดหนึ่ง อาจจะรู้สึกว่าพกยากไปบ้าง ใส่กระเป๋ากางเกงก็ยากหน่อย แต่รู้สึกว่า เมื่อยกขึ้นมาจับ ตัว asus จะเบากว่าตัว A9 Pro ตรงนี้อาจจะทำให้รู้สึกว่ามันถือสะดวกกว่าถึงแม้ว่าจะใหญ่กว่าก็ตามแต่ สำหรับการใช้งานได้นานนั้นความอึดของแบตไม่ต่างกันมาก รวมๆ แล้วใน 1 วันเต็มๆ แบตเหลือแน่นอน asus ความจุแบตที่ 4850 mAh ตัว A9 Pro 5000 mAh ต่างกันไม่มาก

   เรื่องของสเปคกล้องหน้าก็เกือบจะเท่ากันทั้งหมด ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลทั้งคู่ ถ่ายวีดีโอได้สูงสุดที่ระดับ Full HD ทั้งคู่ แต่จะต่างกันตรงที่ค่า f ของ A9 pro จะน้อยกว่านิดหนึ่งคือ f/1.9 ส่วน asus จะมีค่า f/2.0 ซึ่งหลังจากทดสอบแล้วกล้องหน้า A9 pro คิดว่าน่าจะถูกจริต ถูกใจสาวๆ มากกว่า แต่ก็มีข้อเสียตรงที่มันถ่ายยาก มือต้องนิ่ง แต่ตัว asus จะถ่ายง่ายกว่า ไม่ค่อยมีปัญหาถ่ายอย่างไงก็ชัด แต่เซลฟี่อาจจะต้องไปแต่งในแอปเพิ่มนิดหน่อย รวมๆ แล้วกล้องหน้าก็พอๆ กันเลย ตัวไหนก็ได้ แต่จุดเด่นที่ asus เป็นต่ออยู่บ้าง ก็คือ เป็นพอร์ด USB Type C แล้ว และ มาพร้อมกับเทคโนโลยีลำโพงคู่ ที่ให้เสียงดังมากกว่า มีมิติเสียงที่ดีกว่าตัว A9 pro อยู่ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

   มาดูในส่วนกล้องหลังกันบ้าง ต้องบอกว่า asus กล้องหลังเป็นต่อ A9 pro อยู่มากเลยทีเดียว มาพร้อมกับสเปค 23 ล้านพิกเซล ขนาดของเซนซอร์จะใหญ่กว่า มีขนาด ½.6 นิ้ว f/2.0 ส่วน A9 pro จะมีความละเอียดแค่ 16 ล้านพิกเซล ขนาดเซนเซอร์เล็กกว่านิดหน่อยอยู่ที่ ½.8 นิ้ว f/1.9 แล้วก็มีระบบกันสั่นเป็น OIS ทั้งคู่ด้วย แต่ตัว asus จะเหนือกว่ามากเลย ตรงที่ระบบกันสั่นจะเป็นแบบ 4 แกน ซึ่งจะมีแกนกันสั่นทั้งแนวตั้งและแนวนอน แต่ A9 pro จะมีกันสั่นแค่แนวนอนเฉยๆ ดังนั้น ในเรื่องของการถ่ายภาพนิ่ง ถ่ายวีดีโอ ตัว asus จะได้ภาพที่นิ่งกว่า ชัดกว่า แล้วก็ถ่ายง่ายกว่า ตัว A9 pro อาจจะต้องใช้ความนิ่งของมือมากหน่อย ภาพถึงจะชัดเจน

   สรุปการท้าชนสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้ที่นำมาท้าชนเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันเลย ซึ่งอย่างแรกใครที่มีงบพอถึง 2 หมื่นบาท แล้วอยากได้สเปคแรงๆ หน้าจอใหญ่ กล้องก็ดี มีฟังก์ชั่นที่ครบ ก็เลือก asus แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้ามั่นใจในศูนย์บริการและเป็นแฟนของนิกายเซนอยู่แล้ว ก็เลือกได้เลย แต่ถ้าใครอยากจะประหยัดเงินไว้ 6 พันบาท แต่สามารถใช้งานได้ไม่ต่างกันมากนัก ก็เลือกตัว A9 pro แล้วเอาเงินที่เหลือไปทำอย่างอื่น แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ถ้าชอบตัวไหนมากกว่ากันก็จัดตัวนั้นเลย

รีวิว SoungMagic E10C หูฟังที่มีการการันตีคุณภาพจาก What Hi-Fi ว่าเป็นหูฟังระดับ 5 ดาว มันจะดีอย่างไรไปดูกัน

 

   ใครที่กำลังมองหาหูฟังดีๆ สักหนึ่งคู่ เพื่อที่จะใช้ในการฟังเพลงคู่กับสมาร์ทโฟนก็ได้ หรือว่า จะใช้กับเครื่องเล่นต่างๆ เพื่อที่จะใช้ฟังเพลงแบบ Hi-Fi คือเป็นแบบหูฟังสำหรับคนที่หูเทพ ฟังเสียงแบบเทพๆ ออก แล้วก็เน้นการฟังแบบมีรายละเอียดของเสียงเพลงเยอะๆ ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้ ก็เลยมีหูฟังตัวนี้เลย SoundMagic รุ่น E10C ที่ได้รับรางวัลการการันตีจาก What Hi-Fi เป็นนิตยสารที่ทำรีวิว gadget ต่างๆ ที่มีความเชื่อถือในระดับโลก ให้การการันตีเอาไว้ ฉะนั้น เรื่องของคุณภาพเสียงหูฟังรุ่นนี้ได้รับการการันตีเป็นระดับ 5 ดาว แต่จะ 5 ดาวอย่างไรต้องมาพิสุจน์กันเลย

   สำหรับตัว SoundMagic E10C หูฟังตัวนี้จะมีเปิดตัวออกมาให้เลือกใช้งานกันทั้งหมด 4 สีด้วยกัน ก็จะมี สีดำ สีเงิน สีทอง แล้วก็สีน้ำเงิน ซึ่งรุ่น E10C ก็เป็นตัวที่พัฒนาเพิ่มขึ้นมาจากเดิม ก็คือจะสามารถใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟนทั้งฝั่ง IOS และ Android ได้เลย แล้วก็จะมีไมค์โครโฟน ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงเข้ามา สามารถเป็นแบบ small talk ได้เลย แต่รุ่นเดิมจะฟังเพลงได้อย่างเดียว การดีไซน์ก็อย่างที่เพื่อนๆ เห็นในรูปด้านบน มันก็เป็นหูฟังแบบ in ear ที่ออกแบบสายมาให้มีความคงทน ใช้งานก็สมบุกสมบันได้เลย ไม่ขาดง่ายแน่นอน ข้างในกล่องก็จะมีตัวกระเป๋าใส่หูฟังชิ้นเล็กๆ มาให้ด้วย เวลาที่พกพาใส่กระเป๋าเดินทางหรือว่าพกไปตามที่ต่างๆ ก็จะไม่ทำให้สายขาดได้ง่าย ถ้าใส่ถุงหูฟังที่ให้มา ก็จะช่วยยึดอายุการใช้งานไปได้นานเลย สิ่งที่ให้มาเยอะเลยก็คือตัวจุกซิลีโคลนที่เอาไว้เลือกให้เหมาะกับขนาดหูของแต่ล่ะคน มีมาให้เลือกใช้งานกันมากถึง 7 คู่ รวมทั้งที่อยู่ติดกับตัวหูฟังมาแล้ว นอกจากนั้น ในกล่องก็ยังให้ตัวแปลงเป็นแจ็คแปลงสัญญาณ ซึ่งจะเรียกว่าตัวแด็กซ์แปลงสัญญาณ สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงแบบขั้นสูงจริงๆ แค่ความดังในกำลังขับของตัวสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นทั่วไป เสียบแล้วฟังเฉยๆ มันไม่สะใจ ไม่ดังพอ ไม่มีรายละเอียดมากพอ อุปกรณ์จำพวก แด็กซ์ ภาคขยายที่จะมาช่วยทำให้เสียงมันมีความดังและก็ใช้ในการแปลงไฟล์เพลงทั่วไปให้เป็นไฟล์เพลงที่มันละเอียดมากขึ้น ก็จะมีแถมมาให้ในกล่องเลย อย่างที่บอกไว้ว่า หูฟังคู่นี้ รุ่นนี้ มันเหมาะกับคนทั่วไปที่ชอบฟังเพลงจากสมาร์ทโฟน จากเครื่องเล่นปกติ เสียบฟังเพลงเฉยๆ ก็ใช้ได้ คุณภาพเสียงที่ได้ก็จะดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าอยากให้ดีๆ ดีมากๆ ขึ้นไปอีก ก็ต้องไปหาซื้อตัวแด็กซ์ภาคขยายอย่างที่แอดมินบอกไปเมื่อสักครู่ ก็จะมีขายแยกต่างหากอยู่ แต่ต้องบอกว่าคุณต้องเป็นคนหูเทพจริงๆ นะครับ คือแยกเสียงออกว่าแบบนี้ดีหรือไม่ดี แต่ถ้าเราทั่วไป มีเสียงเบสมาเต็ม เสียงร้องได้ยินชัดเจน ดังเพราะ ไม่บาดหู เสียงแหลมใสๆ หูฟังตัวนี้ก็ตอบโจทย์ได้แบบไม่ต้องไปเสียเงินเพิ่มแต่อย่างใด

   แอดมินเองก็ไปอ่านข้อมูลการรีวิวจากต่างประเทศมา เกี่ยวกับตัวหูฟังรุ่นนี้ ที่เป็นสายถัก จะสังเกตว่าถ้าเราใช้หูฟังที่เป็นสายถัก มันมีความทนทานก็จริงอยู่ มันไม่ขาดง่าย สายจะไม่ขาดใน แต่เมื่อใช้ไปนานๆ สายถักเมื่อโดนเหงื่อ มีการใช้งานไปนานๆ สายจะแข็ง จะม้วนเก็บยาก นี่คือปัญหาของสายถักทั่วไป แต่พอไปอ่านรีวิวในต่างประเทศที่เค้าใช้มานานๆ ก็มีการรีวิวมาตรงกันว่าสายถักของหูฟังรุ่นนี้ไม่แข็ง จะอ่อนนิ่มอยู่ปกติ ก็ถือว่ามันเป็นส่วนดีที่ทางผู้ผลิตใช้วัสดุที่ดีกว่าที่มีขายกันในท้องตลาดบ้านเรา ตัวสายหูฟังที่ให้มาก็มีความยาวที่ 1.2 เมตร ที่ตัวหูฟังก็จะมีบอกว่าเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวาอย่างชัดเจน พยายามใช้งานให้ถูกข้างด้วยนะครับ เพื่อเสียงที่ได้จะมีคุณภาพและมิติเสียงที่ดี

   จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างของ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็คือ การตอบสนองความถี่ที่รองรับได้ในย่านที่ต่ำมากๆ เชื่อว่าหาได้ยากเลยสำหรับหูฟังทั่วไป ก็คือจะได้ตั้งแต่ 15Hz ไปจนถึงย่านความถี่สูงๆ ที่ 22kHz เลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ใครที่ชอบเสียงเบสแน่ๆ ย่านต่ำมากๆ หูฟังตัวนี้เอาอยู่ ราคาก็ประมาณไม่เกิน 1,4xx บาท ถือว่าสเปคดีแบบนี้ ราคาไม่แพงแบบนี้ ก็ลองไปหาฟังด้วยตัวเองกันดูได้เลย

 

รีวิว RHA S500 หูฟังที่ราคาเบาที่สุดจาก RHA แบรนด์มาแรงจากอังกฤษ

 

   หลังจากที่ 108plaza ของเราได้ทำการรีวิวหูฟังแบรนด์น้องใหม่ที่พึ่งเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ที่เป็นหูฟังระดับพรีเมี่ยม ราคาไม่ได้สบายกระเป๋ามาก แต่มาด้วยการออกแบบ ดีไซน์เสียง ระบบเสียงต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแบรนด์อย่าง RHA กันไปแล้ว ก็ถือว่าในตอนที่ผ่านมาเป็นหูฟังรุ่นท๊อปไปแล้ว แต่ก็มีเพื่อนๆ ถามกันเข้ามาทาง inbox ในเพจ 108plaza ของเราว่าหูฟังแบรนด์นี้มีรุ่นอื่นที่ราคาเบาๆ แต่คุณภาพไม่ต่างกันเยอะเท่าไหร่ พอมีหรือไม่ แอดมินก็เลยไปจัดการสรรหาหูฟังรุ่นน้องอย่างตัวนี้เลย RHA S500 รุ่นน้องสุดของค่ายมารีวิวกันในตอนนี้

   สำหรับหูฟัง in-ear ตัวนี้ก็จะมีจุดเด่นอยู่ที่เป็นรุ่นน้องสุดที่มีราคาถือว่าเบาที่สุดในแบรนด์ RHA แล้ว แต่ถามว่าราคาอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วเบาจริงหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าราคาไม่ได้เบามาก เอาเป็นว่าหลักพัน ราคาก็จะอยู่กลางๆ สักนิดหนึ่ง จุดเด่นอย่างแรกเลยที่ RHA ทำขึ้นมาก็คือ ตัวบอดี้ที่เป็นอะลูมีเนี่ยมอัลลอย มีน้ำหนักที่เบา แล้วก็แข็งแรง พร้อมกับการทำสีและยิงโลโก้ด้วยเลเซอร์มาอย่างดี ไม่หลุด ไม่ลอก ใครที่เป็นนักสะสมหูฟังเกรดพรีเมี่ยมเนี่ยนะครับ RHA ก็ถือว่าเป้นอีกหนึ่งแบรนด์น่าสะสมมากเลยทีเดียว

   ถามว่าการที่เป็นรุ่นน้องสุดแบบนี้ ราคาก็จะถูกกว่ารุ่นพี่ใหญ่ แต่มีอะไรบ้างที่จะเทียบกับรุ่นพี่ไม่ได้ อย่างแรกเลย ก็คงเป็นเรื่องของขนาดไดเวอร์ที่เล็กลง อย่างต่อมา ก็คือขนาดของสายหูฟังที่ไม่ได้เส้นใหญ่ หนา อย่างกับรุ่นพี่ แต่ถามว่าคงทน แข็งแรง หรือไม่ ก็ถือว่าใช้งานทั่วไป ฟังเพลง แต่อาจจะไม่ได้ลุยๆ เหมือนกับรุ่นพี่มากนัก ต้องใช้ความระมัดระวังการใช้งานสักนิดหนึ่ง เท่านี้ก็สามารถใช้งานได้ยาวๆ กันเลยทีเดียว ซึ่งตัวหูฟังเองก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวหูฟังที่เป็นการดีไซน์ระบบห้องเสียงและแหล่งกำเนิดเสียงภายในที่เหมือนกับรุ่นพี่อยู่เช่นกัน ซึ่งก็จะแตกต่างจากหูฟังธรรมดาๆ ทั่วไปที่มีไดเวอร์ให้เสียงที่เป็นเส้นตรงจ่อเข้ารูหูเลย แต่การดีไซน์รูปแบบใหม่ของ RHA นั้นมีการเรียนแบบเครื่องดนตรีเครื่องเป่า ที่มีการนไดเวอร์หันเข้าข้างใน แล้วก็มีท่อนำเสียงที่วนกลับออกมายังด้านนอกแล้วก็เข้ารูหูเรา ทำให้มีห้องเสียงที่กว้างและยาวกว่าหูฟังรุ่นทั่วไป ตรงนี้ยังมีการสัมผัสได้ถึงคุณภาพเสียงที่แตกต่างกันอยู่มาก ซึ่งถามว่าจำเป็นไหมที่ต้องเป็นคนหูเทพ ฟังและเล่นเครื่องเสียง เล่นหูฟังมานานๆ ถึงจะเหมาะกับการใช้งานหูฟังรุ่นนี้ คำตอบคือไม่จำเป็น เพราะคนทั่วไปที่ปกติฟังจากหูฟังบ้านๆ ทั่วไป แล้วก็มาทดสอบฟังหูฟังจาก RHa นี้ ก็เห็นถึงความแตกต่างและรู้สึกได้ถึงคุณภาพเสียงที่เปลี่ยนไปได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว ดังนั้น หูฟังรุ่นน้องสุดอย่าง RHA S500 ตัวนี้มันก็สามารถใช้งานได้ในกลุ่มคนทุกกลุ่มที่อยากจะมีหูฟังดีๆ สักคู่หนึ่ง เอาไว้ฟังเพลงโดยเฉพาะเลย แต่ไม่อยากจะเสียงเงินมากนัก ก็ไปหาลองหูฟังรุ่นนี้กันดูได้

   สำหรับในกล่องของหูฟัง in-ear ของ RHA S500 ตัวนี้ ก็จะมีอย่างแรกเลยที่ให้มา ตัวจุกหูฟังที่เป็นแบบซีลีโคลนแต่ละไซต์มาให้เลือกใช้งานกัน มีทั้งหมด 5 ขนาด รวมที่ตัวหูฟังด้วย แล้วก็มีจุกหูฟังแบบ 2 ชั้นอีก 1 คู่ เพื่อเปลี่ยนให้ใช้งานได้อย่างหลากหลาย และก็จะได้เสียงที่แตกต่าง ถัดมา ก็จะมีหูฟังที่จุดเด่นนอกเหนือจากที่ได้กล่าวไปแล้ว ตัวขั้วแจ็ค 3.5 มม. ก็จะมีสปริงครอบทับอยู่ เพื่อการใช้งานที่ทนทานขึ้น บางคนชอบเอาเครื่องเล่นเพลงหรือสมาร์ทโฟนใส่ในกระเป๋ากางเกง ถ้าไม่มีตัวสปริงที่ขั้วแจ็ค สายจะชอบขาดใน พัง ใช้งานไม่ได้ แต่ RHA รุ่นน้องสุดตัวนี้ก็มีมาให้เช่นกัน สุดท้าย ตัวกล่องใส่หูฟังที่เป็นซิบปิด-เปิด ด้านในก็จะมีคลิปหนีบมาให้ เอาไว้สำหรับปนีบกับปกเสื้อนั้นเอง

   สำหรับบุคลิกเสียงของหูฟังที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ ต้องบอกว่าเสียงที่ได้ยินในหูฟังคู่นี้ เป็นเสียงแบบแฟลดซ์ เสียงแบบแฟลดซ์คืออะไร ก็คือว่า เป็นเสียงที่ไม่ได้ผ่านกมาปรับแต่ง เน้นเสียงที่ออกมาธรรมชาติ ไม่ได้เพิ่มให้เบสมันหนักแน่นหรือดังมาก ไม่ได้เน้นไปที่เสียงแหลมจัดๆ แต่เน้นครบทุกย่านเสียง แบบมีรายละเอียดของเครื่องดนตรีครบถ้วน เสียงร้องชัดเจน ใครชอบหูฟังที่ให้เสียงแบบนี้ก็ลองไปหาซื้อ หาทดสอบใช้งานกันได้

Review BOBOVR Z4 Virtual Reality แว่น VR ราคาเบาๆ จับต้องง่าย

 

   เรื่องของแว่น VR ในปี 2016 นี้ กำลังมาแรงแซงหน้าเทคโนโลยีอื่นๆ และ gadget สินค้าอินเทรนด์ อื่นๆ แต่ว่าแว่น VR ที่เปิดตัวออกมาในแบรนด์ดัง ก็จะมีราคาที่ค่อนข้างจะแพง บางตัวก็มีราคาถึงหลักหมื่น ดังนั้น การที่คนทั่วไปที่อยากจะลองใช้งานเพื่อความบันเทิง เพื่อการดูหนัง เล่นเกมส์ ที่เป็นระบบ Virtual Reality นั้นก็เข้าถึงได้ยากขึ้น แต่ใน 108plaza ตอนนี้ก็นำเอาแว่น VR ราคาเบาๆ อีกหนึ่งรุ่นมารีวิวกัน จะเป็นตัวไหนนั้นไปดูกันเลย

   นี่คือแว่น VR ที่มาจากแบรนด์ BOBOVR รุ่น Z4 นั้นเอง รูปร่างหน้าตาของแว่น VR ก็จะเป็นอย่างที่เพื่อนๆ เห็นกันในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบน เรื่องของดีไซน์ก็จะเป็นแว่น VR ที่ค่อนข้างใหญ่สักนิดหนึ่ง แต่มันสามารถรองรับสมาร์ทโฟนได้ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ และก็ทุกฝั่ง ไม่ว่าจะเป็น IOS หรือ Android แล้วก็จะรองรับสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอใหญ่ที่สุดถึง 6 นิ้ว ส่วนใครที่ใช้จอใหญ่กว่านี้ก็จะไม่รองรับ แต่สมาร์ทโฟนที่นำมาใช้คู่กับแว่น VR ตัวนี้ ต้องดูด้วยว่ามือถือของคุณเอง มีโหมด VR หรือไม่ด้วยนะครับ ส่วนใหญ่ถ้ามือถือราคาหมื่นกลางๆ ขึ้นไปก็จะมีตัวเซนเซอร์ VR รองรับมาหมดแล้วนะครับ นอกจากนั้นอุปกรณ์เสริมที่ต้องดูหรือต้องเช็คตอนที่เราจะไปซื้อแว่น VR ของ BOBOVR ตัวนี้ก็คือ เรื่องของรีโมทควบคุมหน้าจอสมาร์ทโฟนนั้นเอง ซึ่งบางร้านหรือบางเว็บที่ขายออนไลน์ก็จะแถมรีโมทมาให้ด้วย แต่บางทีก็อาจจะไม่แถมมาต้องซื้อแยก ก็ลองไปหาร้านที่มีแถมและเปรียบเทียบราคากันได้ เพราะเราต้องใช้ตัวรีโมทควบคุมหน้าจอสมาร์ทโฟนเราด้วย สามารถใช้ได้ทั้ง IOS และ Android เช่นกัน เนื่องจากว่า แว่น VR ตัวนี้เราต้องเอามือถือเข้าไปในแว่น ถ้าจะควบคุมก็ทำไม่ได้ จำเป็นต้องมีรีโมทนั้นเอง แต่สิ่งที่แถมมาให้แน่ๆ ก็คือหูฟังที่ให้เสียงได้คุณภาพก็อยู่ในระดับปานกลาง ไม่ถึงกับดีมาก ก็พอจะฟังได้ แถมมาให้ด้วยในกล่อง ที่ตัวแว่น VR ด้านบนจะมีปุ่มปรับระยะสายตาของแต่ละคน ใครสายตายาว สายตาสั้น ก็สามารถหมุนปรับระยะได้ที่ด้านบนแว่น ถัดมาตัวแว่นเองก็มีสายรัดหัวที่เป็นตัวโฟมบุนุ่มมาให้ด้วย ซึ่งแอดมินเองก็ทดสอบใช้งานมาสักระยะหนึ่งแล้ว ก็สามารถใช้งานได้นาน เกินกว่า 1 ชั่วโมงขึ้นไป ก็ไม่รู้สึกหนีบหัวแต่อย่างใด แต่ต้องบอกก่อนว่า สายจะหนีบหัวหรือไม่หนีบนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะแว่น VR มันคือแว่นที่จะทำให้เรานั้นเห็นภาพแบบ 360 องศา หรือ รอบตัวเอง ดังนั้น ใครที่ไม่เคยเล่นแว่นแบบนี้หรือเคยใช้งานมาก่อน จะมีอาการเวียนศรีษะ เหมือนจะอาเจียนได้ ก็ต้องระวังกันด้วยในการใช้งานช่วงแรกๆ ที่ยังไม่ชีน เดี่ยวจะเกิดอุบัติเหตุหกล้มกันได้ง่ายๆ นะครับ

   สำหรับวิธีการใช้งานก็ไม่ได้ยากอะไร ขั้นแรกเราก็กดปุ่มเปิดเครื่องที่แว่น VR ก่อน จากนั้นเราก็นำเอามือถือเราเนี่ยนะครับ เอาไปใส่ที่ตรงด้านหน้าของแว่น จะมีช่องให้เลือกปรับตามขนาดตัวเครื่องหรือขนาดหน้าจอมือถืออยู่ แล้วก็หนีบตัวเครื่องเอาไว้ให้แน่น แล้วก็ปิดฝาแว่น จากนั้น เราก็ทำการเสียบหูฟัง เพื่อที่จะฟังเสียงต่างๆ ถัดมาก็เป็นการเชื่อมต่อรีโมทควบคุมหน้าจอมือถือ การเชื่อมต่อก็จะผ่านบลูทูธ เราต้องเปิดบลูทูธมือถือเราก่อนด้วยก่อนที่จะเอาตัวเครื่องเข้าไปที่ข้างในแว่น พอเสร็จแล้วเราจะเลือกใช้งานอะไรบ้าง ถ้าดูหนัง ดูคลิป ก็ไปหาดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็น VR มาดูได้ มันก็จะเห็นภาพที่เป็นสองจอแบบ 360 องศาเลย แต่ตอนที่เราสวมแว่น VR ไปนั้น อาจจะต้องปรับระยะสายตาให้พอดี ให้รู้สึกว่าดูแล้วสบายตามากที่สุดก่อน จะดูหนัง เล่นเกมส์ ก็สามารถเลื่อนหรือเลือกใช้งานได้จากตัวรีโมทควบคุมได้เลย

   แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีสมาร์ทโฟนรุ่นเก่านิดหนึ่ง หรือ ตัวเครื่องไม่รองรับ VR mode ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะแอดมินเองก็ไปลองหาวิธีมาให้แล้ว เดี่ยวนี้จะมีแอปพลีเคชั่นมาคอยควบคุมเป็น VR Player อะไรแบบนี้ก็มีหลากหลายแอปมากเลย ก็มีทั้งแบบฟรีและไม่ฟรี ก็ลองไปดาวน์โหลดมาติดตั้งแล้วก็ลองเล่นกันดูได้ สำหรับคนที่มีมือถือที่ไม่รองรับ VR นะครับ แต่ใครที่ใช้ไอโฟนจะมีเซนเซอร์ที่รองรับทุกรุ่นเลย ใช้ได้สบายๆ

   สำหรับราคาของแว่น VR ที่นำมาเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็จะมีราคาวางขายอยู่ประมาณ 1,4xx บาท ก็ลองไปเปรียบเทียบราคาหรือโปรโมชั่นหรือของแถมกันได้ ราคาไม่แพงแต่ก็มีการใช้งานที่ถือว่าเป็นการทดลองใช้งานในโหมด VR แบบเบื้องต้น

สำหรับคนรัก Galaxy Note ถ้ามี Note 2 3 4 5 ควรเปลี่ยนมาเป็น Note 7 ดีหรือไม่ ที่นี่มีคำตอบ

 

   ล่าสุดก็อย่างที่เป็นข่าวฮือฮากันในช่วงนี้เลย กับการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงของทาง Samsung ที่ชิงเปิดตัวก่อนค่ายคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Apple ที่จะเปิดตัว iPhone 7 มาในเดือนกันยายนนี้ ถ้าใครที่มีความคิดว่าเบื่อ Android แล้ว อยากจะเปลี่ยนมาใช้ IOS บ้าง ก็ต้องรอกันอีกนิดหนึ่งนะครับ แต่ถ้าใครที่ใช้ Android อยู่แล้วและไม่อยากเปลี่ยน หรือ ใช้ IOS เบื่อแล้ว อยากเปลี่ยนมา android บ้าง แล้ว Note 7 ที่เปิดตัวมาแล้ว ฟี่เจอร์เด็ดๆ ก็เผยมาหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปรอ iPhone 7 แล้ว ก็ลองเข้ามาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้กันว่า Samsung galaxy note 7 เราควรเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนดี

   ซึ่งในช่วงที่เปิดตัว Note 7 มานั้นก็มีกระแสที่แรงพอสมควร ก็ทำให้มีเพื่อนๆ เข้ามาถามทาง inbox ของเว็บไซต์ 108plaza ของเรากันมากมายเลยว่า ควรเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ไปใช้ Note 7 ดีหรือไม่ ในราคาที่เกือบๆ 3 หมื่นบาทเนี่ยนะครับ มันก็เป็นเงินไม่ใช่น้อยๆ เพราะฉะนั้น ในบทความของเราตอนนี้ก็เลยมีคำตอบให้เพื่อนๆ แบบนี้ว่า ประการแรก ถ้าคุณใช้สมาร์ทโฟนเครื่องเก่ามานานเกิน 3 ปีแล้ว แล้วมีงบพอ คำตอบคือควรเปลี่ยน ต่อมา ถ้าใครที่ใช้ Note ตัวแรกเลย ก็ควรเปลี่ยน หรือ Note 2 ก็ควรเปลี่ยน เพราะว่ามันนานเกินไปแล้ว

   ทีนี้มาที่ Note 3 ใครที่รักในตระกูล Note ทั้งหลาย ใช้งานมาโดยตลอด แล้วก็คิดที่จะใช้ในตระกูลนี้ต่อไปเพราะว่ามันมีปากกาเนี่ยนะครับ ใครที่มีงบพออยากจะเปลี่ยนก็ควรเปลี่ยน เพราะว่าจาก Note 3 มาเทียบกับ Note 7 ก็ถือว่ามีการอัพเกรดอะไรเพิ่มขึ้นมามากพอสมควร ทั้งเรื่องของฟี่เจอร์ต่างๆ เรื่องของกล้องที่อัพเกรดขึ้นมาใหม่ ตัวสเปคก็มีการอัพเกรดขึ้น วัสดุ บอดี้ต่างๆ ก็มีการอัพเกรดขึ้น ดังนั้น ใครที่ใช้ Note 3 อยู่ตอนนี้ แล้วคิดว่ามีงบพอที่จะเปลี่ยน แอดมินฟันธงเลยว่าควรเปลี่ยนครับ

   แต่ถัดมา สำหรับคนที่ใช้ galaxy note 4 อยู่ มันก็มีประเด็นที่ให้ต้องคิดหนักและลังเลอยู่เหมือนกัน ว่าควรเปลี่ยนหรือไม่ควรเปลี่ยนดี เพราะตอนที่ตัว Note 5 ออกมาใหม่ๆ หลายๆ คนก็ใช้ Note 4 เหมือนเดิมเลย เพราะว่ารุ่นใหม่ที่ออกมามันไม่สามารถเพิ่มเมมโมรี่ได้ แล้วก็ไม่สามารถถอดแบตเตอร์รี่ได้ แล้วก็ใช้ได้แค่ 1 ซิมการ์ดเท่านั้นสำหรับในตัว Note 5 ก็ถือว่ามันกักสเปคพอสมควร อะไรแบบนั้น ก็เลยไม่อยากจะเปลี่ยน แต่ทีนี้ พอมาเป็น Note 7 มันรองรับ 2 ซิม มันใส่เมมโมรี่ได้แล้ว แต่มันถอดแบตไม่ได้ แต่ก็เพิ่มความจุแบตมาให้ แล้วก็มีระบบชาร์จไวด้วย เพราะฉะนั้น คนที่ใช้ Note 4 อยู่ตอนนี้ แอดมินให้คำแนะนำว่า ขึ้นอยู่กับความต้องการเหล่านี้ครับ ถ้าคุณมีงบพอ ถ้าคุณต้องการอัพเกรดตัวเอง บอดี้สวยขึ้น เครื่องหรูหราขึ้น ฟี่เจอร์เด็ดๆ ก็มีมากขึ้นกว่า Note 4 แล้วกล้องก็ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย มีสแกนม่านตา สามารถกันน้ำได้ มีปากกาที่เขียนได้ดีขึ้นกว่าเดิม ฉะนั้น ถ้าคิดว่ามีงบพอ ไม่เดือดร้อน แล้วก็สามารถใช้งานฟี่เจอร์เหล่านี้ได้ครบถ้วย ก็จัดไปอย่ารอช้า เปลี่ย่นได้เลย

   มาถึงคนที่ใช้ Note 5 อยู่ตอนนี้ คิดหนักเลย ว่าควรเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนดี หลายคนบอกว่าพึ่งไปถอย Note 5 มาเมื่อไม่นานมานี้เอง ในช่วงลดราคาก่อนเปิดตัว Note 7 เอาล่ะสิงานนี้ ทำอย่างไรดี บอกตามตรงเลยครับว่า ถ้าเพื่อนๆ มีเงินพอ งบมี ถึงแม้ว่าพึ่งใช้ Note 5 แต่พอไปเห็น Note 7 ใจเรียกร้องอยากได้ ก็จัดไปอย่ารอช้า แต่สำหรับคนที่เน้นความคุ้มค่าเป็นหลักล่ะทำอย่างไรดี เพราะ Note 5 กับ Note 7 สเปคและฟี่เจอร์มันไม่ได้ห่างกันมากแบบที่ต้องหวือหวาเลย สเปคจาก RAM 3 ไป 4 แค่นั้นเอง เรื่องของกล้องก็ใกล้เคียงกันมากเลย ไม่ได้โดดเด่นไปกว่ากันมากสักเท่าไหร่ สิ่งที่เปลี่ยนก็แค่กันน้ำได้ s pen ดีกว่านิดหน่อย

   แอดมินของสรุปแบบนี้แล้วกันสำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ถ้าใครที่ใช้ Note 5 อยู่ หรือ ใครที่กำลังมองหา galaxy Note อยู่ ไม่อยากจะเสียเงินมาก ไปซื้อ Note 7 ที่ราคาค่อนข้างสูง ก็มีงบน้อยนิดหนึ่ง ตอนนี้ราคา Note 5 ก็ลดลงมาแล้ว แล้วคนที่มี Note 5 อยู่แล้ว ยังใช้ได้ดีอยู่ งบจะซื้อใหม่ก็ยังไม่ค่อยมี คำตอบคือใช้ Note 5 ไปก่อนได้อีกนานเลย เพราะบอดี้ก็โลหะคล้ายๆ กัน แต่ใครที่อยากได้มือถือที่มีปากกา แล้วงบน้อยก็อย่างที่บอกไป ไปซื้อ Note 5 มาใช้ก็ยังถือว่าไม่ตกเทรนด์ ทุกอย่างก็ยังรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีเหมือนกัน